ข่าว

'บก.จร.'แนะฝ่าวิกฤติ...น้ำท่วม

'บก.จร.'แนะฝ่าวิกฤติ...น้ำท่วม

21 ต.ค. 2554

'บก.จร.'แนะฝ่าวิกฤติ...น้ำท่วม : ตะลุยข่าว โดย โต๊ะรายงานพิเศษ

           แทบจะเรียกได้ว่า "หายใจรดต้นคอ" เมื่อ "ทัพน้ำ" ยกพลหลายหมื่นลูกบาศก์เมตร โอบกระชับพื้นที่ "ไข่แดง" เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ แต่คนกรุงเทพฯ ก็ยังมีความหวังลึกๆ ว่ากำแพงเขื่อนกั้นและคันกั้นน้ำจะช่วยยับยั้งความหายนะที่อาจจะล้นทะลักเข้ามาได้ แต่เพื่อความไม่ประมาทหลายหน่วยงานต่างระดมสรรพกำลังเตรียมรับมือสิ่งไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น!!
 
           ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา... "ตำรวจ" เมืองหลวงต้องทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ โดยเฉพาะ "ตำรวจจราจรกลาง" ต้องร่วมวางแผนจัดสรรสถานที่จอดรถหนีน้ำท่วม ตลอดจนการวางแผนรับมือเพื่อคลี่คลายการจราจรที่อาจจะถึงขั้นวิกฤติ ทั้งนี้ สตช.ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมอาจล้นทะลักเข้าท่วมกรุงเทพฯ อย่างแน่นอน จึงมีคำสั่งให้ตำรวจนครบาลร่วมกับ บก.จร.ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนกรณีมีน้ำท่วมฉับพลันทั้งบริเวณกรุงเทพฯ ชั้นในและรอบนอก

             พล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสะอาด ผบก.จร. มีคำสั่งมาให้จัดชุดปฏิบัติการช่วยเหลือน้ำท่วม 4 ชุด ชุดละ 10 นาย เตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง 4 ผลัด นอกจากนี้ ต้องจัดชุดเคลื่อนที่เร็วในการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ร้องขอมาทางสายด่วน 1197 
 
           "ที่ผ่านมาได้ออกประชาสัมพันธ์ แจกจ่ายใบปลิว ให้ความรู้กับประชนในพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน รวมถึงหลักปฏิบัติหลังจากขับรถยนต์ลุยน้ำ ซึ่งหากรถเสียบนถนน 1 คัน จะทำให้การสัญจรนั้นมีปัญหา และยังไม่นับรวมความเสียหายทางทรัพย์สินของประชาชน" พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ ผู้กำกับการกองกำกับการ 1 (สายตรวจ) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) บอกถึงภารกิจ
          
            พ.ต.อ.วีระวิทย์ ยังแนะนำ 3 หลักปฏิบัติ หลังจากขับรถลุยน้ำท่วมว่า 1.ให้สตาร์ทรถทิ้งไว้สักพัก ไม่ควรดับเครื่องในทันที แม้ถึงจุดหมายแล้ว เพราะอาจมีน้ำค้างอยู่ในหม้อพักของท่อไอเสีย ทั้งนี้ การสตาร์ทรถทิ้งไว้ จะสามารถทำให้น้ำในหม้อพักระเหยออกไป 2.กรณีเกียร์ออโต้ ให้ย้ำเบรก เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรกก่อน และ 3.กรณีรถยนต์เกียร์ธรรมดา ต้องย้ำเบรกและย้ำคลัตช์ เพราะอาจมีปัญหาคลัตช์ลื่น
          
            และ 3 หลักขณะขับรถลุยน้ำท่วม "ไม่ควรทำ" คือ 1.ห้ามเปิดแอร์ เพราะพัดลมของรถยนต์จะทำงาน ทำให้พัดน้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่องของรถ และอาจจะพัดขยะเข้ามาติดใบพัด อาจทำให้ใบพัดหักเป็นเหตุให้เครื่องยนต์ดับ 2.ห้ามใช้เกียร์สูงและไม่ควรขับรถเร็ว ให้ใช้เกียร์ต่ำประมาณเกียร์ 2 สำหรับเกียร์ธรรมดา หรือประมาณเกียร์ L สำหรับเกียร์ออโต้ และค่อยเป็นค่อยไป เพื่อป้องกันการเกิดคลื่นน้ำ ที่ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นบางจังหวะ ซึ่งเป็นอันตรายต่อเครื่องยนต์ และอันตรายต่อตนเองหรือคนรอบข้าง และ 3.ไม่ควรเร่งเครื่อง เพราะจะทำให้รถมีความร้อนสูง จนใบพัดระบายความร้อนเริ่มทำงาน และจะทำให้เครื่องยนต์ดับ ควรใช้ความเร็วสม่ำเสมอ
   
           "ขณะนี้เรารู้ล่วงหน้าว่าน้ำกำลังจะเข้าท่วม กทม. ควรเตรียมความพร้อมก่อนน้ำท่วมรับมือ เรียนรู้เส้นทางการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดจากบ้านไปยังที่สูงหรือพื้นที่ปลอดภัย, เตรียมเครื่องรับวิทยุแบบพกพา อุปกรณ์ทำอาหารฉุกเฉิน แหล่งอาหารและไฟฉาย รวมทั้งแบตเตอรี่สำรอง ส่วนผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมวัสดุต่างๆ ป้องกันบ้านเรือน และควรนำรถยนต์ไปจอดในพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วมถึง สุดท้ายบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินต่างๆ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191, กรุงเทพมหานคร 1556, ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. 1111" พ.ต.อ.วีระวิทย์แนะนำ