ข่าว

ก.ด้านสังคมระดมช่วยน้ำท่วม

ก.ด้านสังคมระดมช่วยน้ำท่วม

20 ต.ค. 2554

“โกวิท”ผนึกกระทรวงด้านสังคมช่วยเหลือผู้ประสบภัย ศธ.ระดมขรก.ชายจาก กศน. 600 นาย ประจำกระทรวงรับสถานการณ์ฉุกเฉิน พบมหาวิทยาลัยจมน้ำเสียหาย 268 ล้าน ขณะที่ มทร.พระนครระดมพลังช่วย พศ.ตั้งศูนย์ทอดกฐินจรช่วยวัดน้ำท่วม

           วันที่ 20 ต.ค.2554 นางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการเพิ่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (ด้านสังคม) ซึ่งมีพลตำรวจเอกโกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ตนได้รายงานต่อที่ประชุมถึงการดำเนินงานในส่วนที่วธ.รับผิดชอบ เช่น การสำรวจและฟื้นฟูแหล่งโบราณสถานที่ถูกน้ำท่วม การช่วยเหลือพระสงฆ์ วัดต่างๆ ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ วธ. ทำงานร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ช่วยดูแลผู้ประสบภัยทั้ง 5 ศาสนา รวมถึงความปลอดภัยตามศูนย์ช่วยเหลือประชาชนตามวัด โบถส์ มัสยิด ศาสนสถานต่างๆ ว่ายังมีความปลอดภัยหรือไม่ หรือต้องมีการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ แต่ละศูนย์ยังขาดเหลืออะไรอีกบ้าง วธ.จะทำหน้าที่ประสานและนำไปมอบให้ โดยเฉพาะพี่น้องชาวมุสลิมจะจัดอาหารฮาลาลไปช่วยเหลือ ขณะนี้ตนได้รับรายงานมาจากศูนย์ช่วยเหลือบางแห่งว่ายังขาดเตาแก๊ส บางแห่งยังขาดโรงครัวปรุงอาหาร เป็นต้น

           “พลตำรวจเอกโกวิท ได้มอบหมายให้ทุกกระทรวงเร่งทำแผนฟื้นฟูระยะสั้น 4-6 สัปดาห์ต่อจากนี้ว่าแต่ละกระทรวงจะดำเนินการฟื้นฟูผู้ประสบภัยอย่างไรบ้าง เพื่อเสนอให้กับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒฯรับทราบ จากนั้นให้จัดทำแผนระยะยาวเสนออีกครั้ง โดยแผนระยะยาว ระยะที่ 1 ให้เสนอภายในวันที่ 3 พ.ย. 2554 ระยะที่ 2 ให้เสนอภายในวันที่ 18 พ.ย. 2554 โดยคณะกรรมการเพิ่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (ด้านสังคม) จะมีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นศูนย์กลางการประสานงานกับทุกกระทรวง”


ศธ.ระดมขรก.ประจำกระทรวงรับสถานการณ์ฉุกเฉิน


           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกหนังสือแจ้งเวียน ด่วนที่สุด ที่ ศธ.0201.3/ว 10304 ลงวันที่ 20 ต.ค. ถึงรองปลัด ศธ. ผู้ตรวจราชการ ศธ. ที่ปรึกษา สป. และผู้เชี่ยวชาญ สป. พร้อมแนบสำเนาหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร.0506/ว 196 ลงวันที่ 12 ต.ค. 2554 เรื่องการลาหยุดโดยไม่ถือเป็นวันลาในช่วงวิกฤตอุทกภัย ตามระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2535 โดยให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาตให้ข้าราชการลาหยุดได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

           สำหรับบรรยากาศภายในกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ข้าราชการบางหน่วยงานต่างช่วยกันเก็บเอกสารและคอมพิวเตอร์ขึ้นที่สูงเพื่อหนีน้ำแล้ว โดยเฉพาะที่สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ ซึ่งมีสถานที่ทำงานอยู่ชั้น 1 ของอาคารสำนักบริหารงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มีข้าราชการและเจ้าหน้า จำนวน 40 คน ได้เริ่มขนย้ายสิ่งของ เอกสารสำคัญ ขึ้นไปเก็บไว้บนชั้น 3 ของอาคาร แต่เนื่องจากพื้นที่มีจำกัดสิ่งของบางอย่างจึงจำเป็นต้องวางไว้บนโต๊ะทำงานชั้น 1 เพื่อเตรียมการรับมือน้ำทะลักเข้ากรุงเทพชั้นใน

           นอกจากนั้น นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการฯ กศน.ได้สั่งระดมข้าราชการชาย จำนวน 500 คน จาก 12 จังหวัด เช่น จ.บุรีรัมย์ อุบล ขอนแก่น ศรีสะเกษ อุดรธานี มาช่วยขนย้ายของภายในกระทรวงศึกษาธิการขึ้นที่สูง และเตรียมเฝ้าระวังน้ำกระทรวงศึกษาธิการ

           จากนั้นเวลา 13.30 น. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการ ศธ. พร้อมด้วยปลัด ศธ.และคณะผู้บริหารได้ร่วมประชุมวีดีโอคอนเฟอรเรนซ์ กับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กศน. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และมหาวิทยาลัย เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและเตรียมความพร้อมในการรับมือกับปัญหาอุทกภัย

           นายวรวัจน์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ขณะนี้ ศธ.มีศูนย์ช่วยเหลือพักพิงผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้งหมด 417 ศูนย์กระจายในพื้นที่ที่ประสบอุกภัยและพื้นที่ใกล้เคียง รองรับประชาชนได้กว่า 1.3 แสนคน โดยขณะนี้เฉพาะ สพฐ.มีศูนย์ช่วยเหลือพักพิง รวม 301 ศูนย์ ซึ่งทั้งหมดสามารถรองรับประชาชนได้มากถึง 97,000 คน แต่ปัจจุบันมีผู้มาพักเพียง 3,600 คน และเฉพาะในพื้นที่ กทม. 74 ศูนย์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ประสานกับทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิตด้วยว่า หากมีจำนวนผู้อพยพยมากขึ้นสามารถส่งต่อผู้อพยพมายังม.เกษตรศาสตร์ และม.ศรีปทุมซึ่งเปิดพื้นที่ไว้รองรับแล้ว

           ทั้งนี้ ได้กำชับสถานศึกษาทุกสังกัดที่ไม่ประสบน้ำท่วมหากได้รับการร้องขอมาให้เปิดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวช่วยเหลือผู้ประสบภัย และให้ทุกศูนย์ต้องเตรียมพร้อมเรื่องอาหาร น้ำ ยารักษาโรค ที่พักเครื่องนอน ห้องสุขา เครื่องมือสื่อสาร พร้อมจัดเวรยามไว้ดูแลรักษาความปลอดภัยด้วย พร้อมกันนี้ได้ให้กระทรวงฯยุติการทำงานปกติที่ไม่เร่งด่วนเป็นระยะเวลา 10 วัน และปรับตัวเข้าสู่โหมดการรับมือน้ำท่วม
          
           นายวรวัจน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนการป้องกันน้ำทะลักท่วมภายใน ศธ.นั้น ได้สั่งการให้มีการระดมกระสอบทราย และทำกั้นน้ำปิดประตู และจะเปิดให้ใช้ประตูหน้ากระทรวงฯ เพียงประตูเดียว พร้อมกันนี้ได้เตรียมจัดหาเครื่องสูบน้ำไว้กรณีน้ำทะลักท่วมภายใน ศธ.จะได้สูบออกไปยังคลองผดุงกรุงเกษม นอกจากนี้ ได้ขอแรงจากครูและเจ้าหน้าที่ กศน. 500 คนมาช่วยเหลือในขนย้ายสิ่งของ เอกสารจำเป็นภายในหน่วยงานต่าง ๆ ของ ศธ.ขึ้นไปไว้บนชั้น 2-3 เพื่อป้องกันการเสียหายจากน้ำท่วม

           ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังประชุมคอนเฟอเรนซ์เสร็จ รมว.ศึกษาธิการ และผู้บริหารได้เดินไปตรวจความพร้อมในการป้องกันน้ำท่วมของศูนย์ OBEC DATA CENTER หรือศูนย์ข้อมูลความรู้ ของ สพฐ. ซึ่งมีมูลค่าถึง 300 ล้านบาท โดยได้กำชับให้วางแผนและเตรียมพร้อมระดับสูงสุดเพราะเป็นศูนย์ดังกล่าวเป็นศูนย์ข้อมูลรวมทางการศึกษาภาพรวมของ สพฐ.


น้ำท่วมมหาวิทยาลัยเสียหาย268ล้าน


           นางวราภรณ์ สีหนาท รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)เปิดเผยว่าจากกรณีที่สกอ.ได้เปิดศูนย์ให้ความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ของสกอ. เพื่อช่วยเหลือผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย หรือน้ำท่วมในครั้งนี้ จำนวน 20 ศูนย์ แบ่งเป็นศูนย์พักพิง 16 แห่ง ได้แก่ ศูนย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล) กรุงเทพฯ รองรับผู้อพยพได้ 2,000 คน ,ศูนย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี รองรับได้ 3,764 คน ,ศูนย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี จ.ปทุมธานี รองรับได้ 2,000 คน ,ศูนย์มทร.รัตนโกสินทร์ ศาลายา จ.นครปฐม รองรับได้จำนวน 100 คน ,ศูนย์วิทยาลัยราชพฤกษ์ บางกรวย จ.นนทบุรี รองรับได้ 200 คน ,

           ศูนย์วิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ รองรับได้ 1,000 คน ,ศูนย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กรุงเทพฯ รองรับได้ 300 คน ม.ศรีปทุม รองรับได้ 300 คน , ศูนย์มทร.สุวรรณภูมิ จ.นนทบุรี รองรับได้ 500 คน , ศูนย์ม.ศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ จ.นครนายก รองรับได้ 500 คน ,ศูนย์วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม รองรับได้ 300-500 คน ,ศูนย์ม.มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย รองรับได้ 500 คน ,ศูนย์มหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.)นครินทร์ ศูนย์บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา รองรับได้ 500 คน ,ศูนย์วิทยาลัยนครราชสีมา รองรับได้ 200 คน ,ศูนย์ม.ขอนแก่น รองรับได้ 300 คน และศูนย์มรภ.นครสวรรค์ รองรับได้ 500 คน ส่วนอีก 4 ศูนย์ เป็นศูนย์ที่ให้การช่วยเหลือแบบไม่สามารถให้พักพิง มีอาหารให้บริการ มีสถานที่จอดรถ แต่ไม่มีที่นอนให้นั้น ได้แก่ มทร.กรุงเทพ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กรุงเทพฯ ม.กรุงเทพ กล้วยน้ำไท และม.สุโขทัยธรรมาธิราช จ.นนทบุรี

           นางวราภรณ์ กล่าวต่อว่านอกจากนั้น สกอ.ได้สำรวจสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้รับความเสียหายจากผลกระทบน้ำท่วมที่เกิดขึ้น เบื้องต้นมีทั้งหมด 16 สถาบัน 9 จังหวัด จาก 169 สถาบันทั่วประเทศ มีมูลค่าความเสียหาย 268 ล้านบาท ได้แก่ มรภ.กำแพงเพชร ,มทร.สุวรรณภูมิหันตรา จ.อยุธยา ,มทร.สุวรรณภูมิวาสุกรี จ.อยุธยา ,มรภ.นครสวรรค์ , มรภ.วไลอลงกรณ์ ,มรภ.พระนครศรีอยุธยา ,ม.ภาคกลาง จ.นครสวรรค์ , ม.ชินวัตร,มทร.ธัญบุรี, มรภ.อุบลราชธานี, มรภ.ราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา ,ม.เจ้าพระยา จ.นครสวรรค์ ,วิทยาลัยชุมชน(วชช.)พิจิตร ,วชช.อุทัยธานี และม.กรุงเทพ รังสิต

           ส่วนจำนวนนิสิตนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ ประมาณ 8,000 คน จากสถาบันอุดมศึกษา 26 แห่ง ได้แก่ มจธ. 2,000 คน ม.รังสิต 50 คน ,ว.นครราชสีมา 4 คน, ม.ศรีปทุม 500 คน, ว.ราชพฤกษ์ 300-500 คน ,สถาบันรัชต์ภาคย์ 3 คน ,สถาบัน ปัญญาภิวัฒน์ 1,000 คน ,ว.กรุงเทพสุวรรณภูมิ 20 คน, สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น 20คน ,สถาบันกันตนา 5 คน ,ว.นานาชาติเซนต์เทเรซ่า 50 คน, ว.ดุสิตธานี 6 คน ,ม.ชินวัตร 30 คน ,ม.คริสเตียน 10 คน ,ม.การจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น 1,000 คน ,ม.ปทุมธานี 300 คน, ม.ภาคกลาง 100 คน ว.เซนต์หลุยส์ 30 คน, ว.นอร์ทกรุงเทพ 20 คน ,ม.เจ้าพระยา 200 คน , มรภ.กำแพงเพชร 14 คน, มรภ.พระนครศรีอยุธยา ไม่ระบุ, มรภ.วไลอลงกรณ์ 35 คน , วชช.อุทัยธานี 110 คน, วชช.พิจิตร 180 คน และม.เกษมบัณฑิต 1,500 คน ขณะที่ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบ มีจำนวน 1,734 คน

           “ในการประชุมทางไกลผ่านระบบดาวเทียม หรือวีดีโอคอนเฟอเรนท์ ร่วมกับนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ได้สั่งการให้สกอ.จัดทำแผนฟื้นฟูระยะสั้น เพื่อช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยขณะนี้ได้มีการประสานงานกับมหาวิทยาลัยจัดตั้งศูนย์กลางให้ความช่วยเหลือ 2 ด้าน ได้แก่ ด้านวิศวกรรมศาสตร์ โดยมีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นศูนย์กลางเครือข่ายนักศึกษา 5,000 คน ที่จะออกไปตรวจเช็คระบบวิศวะพื้นฐานให้กับระบบอุตสาหกรรมที่เสียหายจากน้ำท่วม และด้านสัตวแพทย์ โดยมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับเป็นศูนย์กลางที่ร่วมกับมหาวิทยาลัยที่มีคณะสัตวแพทย์ให้ความช่วยเหลือสัตว์ นอกจากนี้กำลังรวบรวมมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมเป็นศูนย์กลางในด้านอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะเสนอแผนช่วยเหลือฟื้นฟูทั้งหมด พร้อมเรื่องงบประมาณที่จะนำมาใช้แก้ไขปัญหาต่อนายวรวัจน์ ในวันศุกร์ที่ 21 ต.ค. นี้ เพื่อนำเข้าคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 25 ต.ค.2554 ต่อไป”นางวราภรณ์ กล่าว


มทร.พระนครระดมพลังช่วย


           รองศาสตราจารย์ดวงสุดา  เตโชติรส  อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เปิดเผยว่า เนื่องจากภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ มีผู้ประสบอุทกภัยได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนทั้งเครื่องอุปโภค บริโภค และยังต้องการความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อยู่อีกมาก ดังนั้น ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จึงมีนโยบายจัดระดมพลังช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งอาศัยความร่วมมือร่วมใจของอาจารย์ เจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยนักศึกษาในภาควิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

           การระดมพลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีการบริหารการจัดการดำเนินงานตามศักยภาพความสามารถของนักศึกษาแต่ละคณะเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด  โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้จัดทำการผลิตเรือไฟเบอร์กลาส จำนวน ๔๐ ลำ และสุขาลอยน้ำเพื่อมอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตจังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสุพรรณบุรี คณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ ตำบลพนมรอก อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ โดยการนำคณาจารย์และนักศึกษาออกหน่วยนอกพื้นที่เพื่อบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการตั้งโรงครัวปรุงอาหารและบริจาคน้ำดื่ม มทร.พระนคร แจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ นอกจากนี้นักศึกษาจากคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น, คณะวิศวกรรมศาสตร์และนักศึกษาจีน ยังร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่สภากาชาติไทยโดย ร่วมบริจาคโลหิต ช่วยบรรจุถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ช่วยบรรจุทรายและขนกระสอบทรายที่วัดสังฆทานอีกด้วย


พศ.ตั้งศูนย์ทอดกฐินจรช่วยวัดน้ำท่วม


           นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า ตามหลักพระธรรมวินัย หลังวันออกพรรษาเป็นเวลา 1 เดือน จะเป็นช่วงเวลาที่วัดต่างๆที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ตั้งแต่ 5 รูป จะต้องมีการรับทอดกฐิน ซึ่งสามารถทำได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น และหากวัดใดมีพระสงฆ์จำพรรษาไม่ถึงตามจำนวนดังกล่าวก็ให้มีการรับการทอดผ้าป่าแทน แต่เนื่องจากในปีนี้พื้นที่ในหลายจังหวัดต้องประสบปัญหาอุทกภัยทำให้วัดในหลายพื้นที่ไม่สามารถทำบุญกฐินได้ ทั้งที่ในบางวัดมีผู้ที่จองเป็นเจ้าภาพกฐินไว้แล้ว ดังนั้นสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จัดตั้งศูนย์ประสานงานกฐินจร เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในระยะเร่งด่วน

           นพ.สุรวิทย์ กล่าวต่อไปว่า ศูนย์ประสานงานกฐินจร จะมีหน้าที่คือ 1.สำหรับกฐินที่มีพุทธศาสนิกชนจองไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเดินทางไปยังวัดได้ ทางศูนย์ประสานงานกฐินจรจะทำหน้าที่ในการประสานไปยังวัดนั้นๆ เพื่อที่จะดำเนินการจัดพิธีรับกฐินนอกสถานที่ หรืออาจจะอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเดินทางไปยังวัด 2.ในส่วนของวัดที่ยังไม่มีผู้มีจิตศรัทธารับเป็นเจ้าภาพกฐิน ทางศูนย์ประสานงานกฐินจร จะรับเป็นผู้ประสานหาผู้ที่มีจิตศรัทธาเข้ามารับเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐิน โดยสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 0-2288-4169, 08-5233-8760


หนีภัยน้ำท่วมทะยอยขอเข้าพักที่ศูนย์พักพิงดอนเมือง


           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ดอนเมือง บริเวณอาคารสอง ชั้นสอง ได้เปิดเป็ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบอุทกภัยท่วม ซึ่งได้เปิดตั้งเมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ได้มีประชาชนได้เข้ามาพักอาศัยจำนวนมาก 1,000 คน โดยบางส่วนจังหวัดอยุธยา ปทุมธานี และกทม. โดยศูนย์พักพิงบริเวณที่ชั้่นสอดังกล่าวสามารถจุประชาชนที่ประภัยได้มากกว่า 2,000 คน และหากบริเวณที่ชั้นสองเต็ม ก็สามารถที่จะเปิดพื้นที่บริเวณชั้นหนึ่งของตัวอาคารเพิ่มได้ส่วนเรื่องสิ่งอำนวยสะดวก เรื่องเครื่องอุปโภคที่ศูนย์แห่งนี้ไม่ได้ขาดแคลนแต่อย่าใด เนื่องตั้งอยู่ในพื้นที่ตั้งของศูนย์ปฎิบัตหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยอุทกภัย และล่าสุดยังคงมีประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยได้เดินทางมาขอเข้าอาศัยในศูนย์แห่งนี้อย่างต่อเนื่องที่เกิดปัญหาได้ทะยอยเดินทางมาพักที่ศูนย์ต่อเนื่อง
  

โรงเรียนนายร้อยตำรวจจัดกำลังช่วยเหลือน้ำท่วม


           พล.ต.ต.วิศิษฐ์ เอมประณีตร์ รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเนชั่นถึงกรณีที่ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร. สั่งการให้ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ  ไปช่วยเหลือน้ำท่วมว่า ขณะนี้ พล.ต.ท.อารีย์ อ่อนชิต ได้สั่งการให้กำลังส่วนหนึ่งไปสแตนด์บายอยู่ที่ กองบัญชาการศึกษา (บยส.) กองบัญชาการตำรวจภาค 1 เพื่อรับฟังคำสั่ง โดยกำลังส่วนใหญ่เป็น นรต. ชั้นปีที่ 1,2 และ 4  และมี นายตำรวจกำกับดูแลร่วมอยู่ด้วย  ทั้งนี้มั่นใจว่ากำลังที่เตรียมไว้พร้อมที่จะทำงานได้ตลอดเวลา
          
           ผู้วื่อข่าวถามว่าทางโรงเรียนได้ขอความสมัครใจจากนักเรียนหรือไม่ เพราะบ้านของบางคนอาจจะประสบปัญหาอุทกภัยด้วย พล.ต.ต.วิศิษฐ์ กล่าวว่า กำลังที่ไปส่วนหนึ่งไม่ได้ติดภาระกิจอะไร  ส่วนผู้ที่ประสบภัยก็ได้กลับไปช่วยที่บ้านเช่น บางส่วนอยู่ที่บางบัวทองกลับมาเรียนไม่ได้ ก็จะอนุญาตให้กลับไปดูแลครอบครัว

           ส่วนภาระกิจหลักนั้น พล.ต.ต.วิศิษฐ์ ขณะนี้เรารอรับภาระกิจจาก ผบ.ตร. ส่วนเบื้องต้น ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ว่าเรื่องไหนเราช่วยได้ก็ให้ช่วยทันที เช่นในขณะนี้่ที่ นครปฐมก็มีนำท่วมและมีปัญหาบางจุดและนำกำลังไปช่วยแล้ว  รวมทั้งที่ดอนหวายก็ไปช่วยกั้นกระสอบทรายหรือกึงวัชพืชตามลำคลองที่เป็นคันกั้นน้ำ

           เมื่อถามว่าขณะนี้มีโจรชุกชุม กำลังพลจะต้องดูแลด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.วิศิษฐ์กล่าวว่า เรื่องนี้ภาระกิจหลักอยู่ที่ตำรวจในท้องที่แต่ผู้บังคับบัญชาอาจจะมอบหมายอีกครั้ง แต่หากเรื่องใดที่เราพอทำได้เราช่วยได้ เราก็จะส่งกำลังไปก่อน และจะประเมินว่าจุดใดที่เป็นปัญหาก็จะเตรียมพร้อมหากมีคำสั่งลงมาก็สามารถไปได้ทันที เพราะทราบข่าวว่าน้ำอาจจะเข้ามาใน กทม.


ทัพเรือภาคที่1ตรวจความพร้อม


           พล.ร.ท.ชุมพล วงศ์เวคิน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ จังหวัดชลบุรี ได้มอบหมายให้ พล.ร.ต.ไชยณรงค์ ขาววิเศษ เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะหัวหน้าศูนย์อำนวยการ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมหน่วยบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชา การนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อเตรียมความพร้อมด้าน กำลังพล ยุทโธปกรณ์ รวมทั้งรับทราบถึงปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง ในการปฏิบัติงานบรรเทาสาธารณภัย ให้การช่วยผู้ประสบอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ โดยมี น.อ.อเนก อันสุขสันต์ ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และคณะร่วมให้การต้อนรับ ณ ศูนย์รับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในหน่วยบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบจ.ชลบุรี  

           พล.ร.ต.ไชยณรงค์ ในฐานะ หัวหน้าศูนย์อำนวยการ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ได้ขยายอาณาบริเวณครอบคลุมในหลายจังหวัดของประเทศ ส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินของหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และเอกชน อีกทั้งทรัพย์สิน และชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย จนประเทศต้องเข้าสู่ภาวะวิกฤต ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว และประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วย งานทุกภาคส่วน ระดมสรรพกำลัง ทั้งกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ตลอดจนสิ่งของที่ได้รับบริจาคนำเข้าให้การช่วย เหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน ซึ่งกองทัพเรือ โดยและทัพเรือภาคที่ 1 ในฐานะศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ พร้อมกำลังพลทุกนาย พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ เพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยาก และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูประเทศให้กลับสู่ภาวะปกติอย่างเร่งด่วน


แพทย์ฉุกเฉินเตรียมแผนสำรองย้ายผู้ป่วย


           ที่ศูนย์บูรณาการประสานการปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉินตอบโต้ภัยพิบัติแห่งชาติ (ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินดอนเมือง 84) นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวภายหลังการประชุมหารือเพื่อเตรียมรับมือกรณีมีความเสี่ยงน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า กระทรวงสาธารณสุข สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมแผนรับมือสำหรับกรณีลำเลียงผู้ป่วยอาการหนัก ICU และผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายใจ ว่า เบื้องต้นได้เตรียมลำเลียงผู้ป่วยหนักไว้ 9 เส้นทาง ทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็นการลำเลียงทางบก ทางน้ำ และทางอากาศยาน โดยผู้ป่วยหนักจะเริ่มต้นด้วยการลำเลียงในพื้นที่ภาคตะวันออกก่อน และในพื้นที่ภาคตะวันตก ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

           สำหรับการลำเลียงทางอากาศยานสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ได้เตรียมกระจายไปในโรงพยาบาลที่ไม่ใช่พื้นที่เสี่ยง อาทิ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปใน จ.นครราชสีมา จ.ขอนแก่น จ.อุบลราชธานี จ.อุดรธานี จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.พิษณุโลก จ.สุราษฎร์ธานี จ.ภูเก็ต อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สนามบินอู่ตะเภา รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เป็นต้น

           นพ.ชาตรี กล่าวว่า ส่วนการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางน้ำ ได้เตรียมพื้นที่โรงพยาบาล ในบริเวณ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ อ.สัตหีบ นอกจากนี้สำหรับผู้ป่วยกึ่งวิกฤติ ได้เตรียมการลำเลียงทางบกไว้เช่นกัน รวมทั้งได้ประสานให้รพ.ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือ โดยเบื้องต้นหากโรงพยาบาลใดประเมินว่าจำเป็นต้องย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินออกก่อน ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินดอนเมือง 84 พร้อมที่จะประสานการลำเลียงผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากสายด่วน 1669 สามารถประสานขอความช่วยเหลือได้ที่ 085-259-1669 และ 087-500-1669