ข่าว

พล.อ.สนธิไม่ค้านแก้รธน.-นิรโทษกรรม

พล.อ.สนธิไม่ค้านแก้รธน.-นิรโทษกรรม

30 เม.ย. 2552

พล.อ.สนธิไม่ค้าน “แก้ รธน.–นิรโทษกรรม ” อ้างเวลาเปลี่ยนสถานการณ์ก็เปลี่ยน ชี้อายุรัฐบาลดูหลังแก้ รธน. เชื่อปลุก “ผีคอมฯ” เกิดยาก เหตุสถานการณ์เปลี่ยน ส.ส.เพื่อไทยถามกระทู้สดนายกฯ ข้องใจ “พลทหารอภิณพ” ตายผิดธรรมชาติ ช่วงประกาศ พรก. ที่บ้านแม่ทัพภาค 1 “น

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 30 เม.ย. ที่โรงแรมเฟิร์ส โฮเตล พล.อ.สนธิ   บุญยรัตกลิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) เดินทางมาร่วมงานสัมมนาหัวข้อเรื่อง “ พบบุคคลผู้ประสบความสำเร็จในการทำงาน ” จัดโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้แก่เยาวชนรับฟังถึงประสบการณ์ของผู้ที่มีความสำเร็จในหน้าที่การงาน

 พล.อ.สนธิ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่ยังมีความขัดแย้งว่า คิดว่าสถานการณ์ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา เพราะอย่างน้อยรัฐบาลสามารถพูดคุยกับทุกพรรคได้ แม้กระทั่งพรรคฝ่ายค้านที่มีการเจรจาและตกลงได้ในหลายเรื่อง ยกตัวอย่างเรื่องการปรองดองก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
            
 เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายการเมืองเสนอแก้รัฐธรรมนูญ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เวลาเปลี่ยนไปตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป รัฐบาลมีประสบการณ์มากคิดว่าการตัดสินใจคงเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง คิดว่ารัฐบาลเห็นปัญหาอยู่แล้ว และการตัดสินใจของรัฐบาลต้องเป็นผลประโยชน์ต่อบ้านเมือง ซึ่งการปรับแก้รัฐธรรมนูญประชาชน ส.ส. ส.ว.ต้องมีส่วนร่วมในการพิจารณา ดังนั้น รัฐบาลทำอะไรต้องฟังเสียงทุกส่วน
           
 ต่อข้อถามว่า เป็นการแก้กฎหมายเพื่อตนเองโดยเฉพาะการนิรโทษกรรม พล.อ.สนธิ กล่าวว่า รัฐบาลต้องพิจารณาเรื่องนี้เช่นกัน เพราะประชาชนเฝ้ามองอยู่ หากการตัดสินใจของรัฐบาลผิดพลาด รัฐบาลก็ต้องแก้ปัญหาของตนเองเช่นกัน ทั้งนี้ คงไม่แนะนำรัฐบาล เพราะรัฐบาลมีประสบการณ์มากกว่า เชื่อว่ารัฐบาลเข้าใจ
           
 เมื่อถามว่า มองความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงอย่างไร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ปัญหาทุกอย่างต้องใช้เวลาในการแก้ เชื่อว่ารัฐบาลต้องมีแนวทางในการบริหารประเทศและรัฐบาลคงต้องการความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว รัฐบาลคงมีกุศโลบายในการวางแผน
 
 ส่วนที่แนวทางเสื้อแดงใช้คนเดือนตุลาและผู้มีแนวคิดคอมมิวนิสต์มาเคลื่อนไหวนั้นพล.อ.สนธิ กล่าวว่า เวลาเปลี่ยน เรื่องคน 14 ตุลาฯ ทุกท่านมีอุดมการณ์และการเข้าป่าเพราะความไม่เป็นธรรมในสังคม ขณะนี้ชาติบ้านเมืองในเรื่องความเป็นธรรม ถือว่าได้ม้วนกลับมาอีกยุคหนึ่ง คิดว่าเขาเหล่านั้นมีแนวคิดและมีข้อพิจารณาใหม่แล้ว ทั้งนี้เชื่อว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่แนวคิดดังกล่าวจะกลับมา 
 
 ต่อข้อถามที่ว่า เสื้อแดงระบุว่าไม่เป็นธรรมจึงออกมาเคลื่อนไหว พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ความไม่เป็นธรรมเป็นเหตุเป็นผลของมัน สมัยก่อนความไม่เป็นธรรมเข้าไปในรากหญ้า แต่ขณะนี้จะมองความไม่เป็นธรรมบางกลุ่มเท่านั้น เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจปัญหา ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมเริ่มจัดกำลังเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งคงไม่ใช่ปัญหายาก
           
 เมื่อถามว่า มีข้อคิดฝากพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยังไม่หยุดเคลื่อนไหวหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่มีคนละส่วนกัน ไม่คุยกัน
 
 เมื่อถามว่า มองบทบาทกองทัพขณะนี้อย่างไร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า คิดว่ากองทัพทำถูกต้องแล้ว เพราะต้องฟังนโยบายรัฐบาล อะไรที่นำไปสู่ความมั่นคงของประเทศกองทัพพร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อมั่นรัฐบาลจะบริหารประเทศนานหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ต้องดูภายหลังการปรับแก้รัฐธรรมนูญที่จะบ่งชี้ว่าการบริหารประเทศจะอยู่ได้ยาวแค่ไหน
 
 ต่อข้อถามที่ว่าเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เวลาเปลี่ยนและรัฐบาลต้องมีเหตุมีผล ซึ่งรัฐบาลมีประสบการณ์อยู่
 
 เมื่อถามว่า แสดงว่าสิ่งที่ คมช. ทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 สูญเปล่าไม่เกิดประโยชน์กับประเทศ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า “ เวลาเปลี่ยนสถานการณ์ก็เปลี่ยน เวลานั้นอาจจะเหมาะสม วันนั้นกลับวันนี้คนละวาระ คนละเวลากัน สถานการณ์ไม่เหมือนกัน ต้องแยกเวลากัน ถึงตอนหน้าหนาวก็ใส่หน้าหนาว ถึงตอนหน้าฝนก็หาเสื้อกันฝนใส่ ”
 
 เมื่อถามว่า ถึงเวลาตัดสินใจที่จะเล่นการเมืองจริงจังหรือยัง พล.อ.สนธิ กล่าวว่า “ ตอนนี้ยังไม่ได้คิด ”

ส.ส.เพื่อไทยถามกระทู้สด“พลทหารอภิณพ”
 
 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้มีการพิจารณากระทู้ถามสดของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ถามต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เรื่อง การเสียชีวิตของพลทหารในบ้านพักแม่ทัพภาคที่ 1 ในภาวะบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ว่า รัฐบาลต้องรีบทำให้กระจ่าง โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2552 ที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นวันที่ 3 ปรากฏว่า พลทหารอภิณพ เครือสุข เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎ ใบมรณบัตรระบุเวลาเสียชีวิต 09.00 น. มีพ.ท.สุกิจ เพ็งเจริญ เป็นผู้นำส่งและแจ้งการตายที่สน.พญาไท มีพล.อ.ต.นพ.วิชาญ เบี้ยวนิ่ม รับรองการเสียชีวิต หลังจากที่เรื่องนี้ออกสู่สาธารณะ มีการพูดกันหลายกระแส เช่น มีบางพรรคหรือนักการเมืองหากินกับศพ หรือเป็นการสร้างสถานการณ์ป้ายสีนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้มีข้อสังเกตคือ ความเชื่อมโยงของการประกาศภาวะฉุกเฉิน และการที่พลทหารคนนี้เป็นทหารรับใช้บ้านแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งเป็นที่ที่นายกรัฐมนตรีพักอยู่ในช่วงเกิดเหตุตอนสงกรานต์ จึงอยากทราบผลการชันสูตร
 
 นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ในหนังสือรับรองการตาย ระบุว่ากระดูกสันหลังส่วนคอถูกกระทบ มีเลือดออกบนเยื่อหุ้มสมองชั้นบนสุด พฤติกรรมการตายโดนของแข็งกระแทก แต่ใบมรณบัตรบอกกระดูกต้นคอหัก ส่วนพฤติกรรมการตายบอกลื่นล้มในห้องน้ำ ทั้งนี้พลทหารคนนี้โทรศัพท์คุยกับแฟนบอกปวดหัวเวลา 22.30 น. นอกจากนี้ ตอนโดนกระแทก สลบก็น่าไปส่งโรงพยาบาล ถ้าโดน 2 ทุ่ม เลือดออก 2 ชั่วโมง บาดแผลฉกรรจ์ก็เป็นไปได้ที่จะส่งผลถึงชีวิต นอกจากนี้ก่อนเสียชีวิต พลทหารอภิณพได้ส่งข้อความสั้นถึงแฟนสาวระบุว่า “เมื่อคืนนี้นายกฯมานอนบ้านแม่ทัพด้วย” ถามว่า ตรงนั้นเป็นที่บัญชาการเหตุไม่สงบในประเทศ คนก็สงสัยมีคนบัญชาการเปิดเผยความลับขั้นร้ายแรงของประเทศ นายกรัฐมนตรีก็บอกเองว่า หนีตายจากการปิดล้อมไป ฉะนั้นถ้าตามปกติพลทหารคนนี้ต้องถูกตรวจสอบ
 
 นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การสอบ ตนได้รับการยืนยันจากนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นทหารเก่าว่าต้องคุกเข่าสอบ เมื่อดูบาดแผลก่อนตายพบเป็นปื้นที่มือซ้าย จึงเป็นข้อสันนิษฐานว่า พยายามเอามือปิดส่วนที่โดนของแข็งกระทบ จุดนี้จึงต้องทำความจริงให้ปรากฏว่า พฤติกรรมการตายเกิดจากอะไรแน่ เป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ หรือล้มจริงในห้องน้ำ ต้องไปดูในห้องน้ำ เพื่อให้ความยุติธรรมกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และจะเยียวยาอย่างไร ทั้งนี้ตอนหัวค่ำ ก่อนหัวกระแทก พลทหารคนนี้โทรหาแฟนบอก อยากกินน้ำแข็งใส เป็นข้อสังเกตว่า เอาน้ำแข็งมาประคบหัวหรือไม่
 
 ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า หลังเกิดเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตนประกาศภาวะฉุกเฉินร้ายแรง ก็เข้าไปหน่วยงานทหารเพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ ประชุมถึงประมาณ ตี 2 ตี 3 ทุกคืนในช่วงนั้น ตอนเช้าก็จะเริ่มทำงาน 6-7 โมงเช้า พักที่บ้านแม่ทัพ ซึ่งพลทหารคนนี้ก็ทำงานดูแลบ้านรับรอง ทั้งนี้ตนพักคืนวันที่ 12 และ 13 เม.ย. ส่วนเย็นวันที่ 14 เม.ย. เมื่อเหตุสงบลงแล้ว ตนก็ไม่ได้พักที่นั่น ส่วนที่อ้างว่า พลทหารส่งข้อความเวลา 9 โมง ของวันที่ 13 และวันที่ 14 เม.ย. มาเกิดเหตุตอน 2 - 3 ทุ่ม ก็มีการรายงานมาว่า ลื่นล้มในห้องน้ำ ได้รับแรงกระแทก คงเป็นที่คอหรือศรีษะ ซึ่งได้รับรายงานว่า ไม่ได้หมดสติไปเลย คงหมดสติไปพักหนึ่ง ผู้ถามเป็นแพทย์ก็คงทราบ และทราบจากรายงานว่า คืนสติขึ้นมา ก็โทรหาแฟนสาวและเพื่อน จากนั้นไปซื้อยาแล้วนอน ต่อมาทุกคนพบความผิดปกติช่วงเช้าวันถัดมา ซึ่งก็ไม่ทันการ
 
 นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ส่วนการตรวจก็ทราบว่าไปที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและโรงพยาบาลรามาธิบดี สาเหตุมาจากกระดูกต้นคอหักและมีเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง จากการกระแทกบริเวณคอ หลังจากนั้นมีข้อสงสัยว่า ลื่นล้มจริงหรือไม่ จึงต้องการให้หน่วยงานอื่นๆเข้ามา ซี่งสุดท้ายผลการชันศูตรของโรงพยาบาลศิริราชก็เป็นไปตามผลตอนแรก ดังนั้นถ้ามีการกระทำอย่างที่สมาชิกตั้งข้อสังเกต ก็ต้องดำเนินการ ซึ่งต้องมีการพิสูจน์ ส่วนที่อ้างว่า ล้มแล้วก็น่าส่งโรงพยาบาล เรื่องนี้เพื่อนของพลทหารก็จะส่งโรงพยาบาล แต่พลทหารที่เสียชีวิตบอกไม่ต้อง และปวดหัว จึงมีการไปซื้อยาแก้ปวดมาให้ ส่วนการเยียวยาทราบว่าจะได้รับเงิน 200,000 บาท ซึ่งเป็นการเสียชีวิตจากการทำงานฝ่ายธุรการ โดยให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานกำกับดูแลกระทรวงกลาโหม ดูแลต่อไป
 
 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากรายงานการสอบสวน พล.ต.ต. พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าชุดสอบสวน เข้าไปตรวจพื้นที่ 2 ครั้งในวันเดียวกันคือวันที่ 27 เม.ย. โดยครั้งแรกไปกับฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน ไปดูจุดกระแทก ทั้งโถส้วมชักโครก หรือช่องใส่กระดาษชำระ ครั้งที่ 2 ไปกับคณะแพทย์รามาฯ โดยแพทย์ระบุว่า กระแทกแล้วเดินได้เป็นชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณเลือดที่ออก และจากการสอบพยาน 10 ปาก มี น.ส.มณีรัตน์ มูลจันทา แฟนสาว ระบุว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ประมาณ 9 โมงกว่า พลทหารอภินพ ส่งข้อความสั้นมาหาว่า “เมื่อคืนนายกฯมาพักที่บ้านแม่ทัพด้วย” ครั้งที่ 2 บ่ายโมงกว่า และวันที่ 14 เม.ย. ตอนเช้าโทรมาปลุก พอกลางคืนก็คุยตามปกติจนถึง 4 ทุ่ม และพลทหารบอกแฟนว่า “ปวดหัว”
 
 นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนพลทหาร 2 คนนั้น คนหนึ่งเป็นรุ่นพี่ระบุว่า พลทหารอภินพบอกปวดหัวมาก ไปลื่นล้มในห้องน้ำมา และมีอาการอาเจียน จะพาไปโรงพยาบาลก็ไม่ยอมไป จึงไปซื้อยาแก้ปวดมาให้กิน พอวันรุ่งขึ้นไปปลุก ก็ไม่ตื่น ส่วนพลทหารอีกคนที่เป็นรุ่นเดียวกัน ก็ให้การสอดคล้องกัน ว่าได้ยินว่า 4 ทุ่มกับคุยกับแฟนบอกว่า “แค่นี้ก่อนนะ ปวดหัว” ตนยืนยันว่า จะดูคดีนี้ให้ยุติธรรมที่สุด
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการซักถามกระทู้ นพ.ชลน่านได้นำภาพพลทหารอภินพ สวมชุดเครื่องแบบลายพรางที่ระบุว่า ญาติของพลทหารอภินพเป็นผู้ถ่าย มีรอยแผลผ่าตัดเปิดศรีษะด้านหลัง และภาพมือด้านซ้ายที่เป็นรอยปื้น มาแสดงต่อที่ประชุมสภาพิจารณาด้วย