
ปชป.บี้รัฐบาลออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ปชป. บี้ รัฐบาล ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แก้น้ำท่วม ชี้ดื้อไม่ยอมประกาศเพราะแค่กลัวทหาร โต้ 'ตู่' ไม่เคยอ่านกฎหมาย เพราะให้อำนาจในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากภัยพิบัติ
20 ต.ค.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าจากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมเห็นว่าสถานการณ์ยังคงวิกฤติต่อเนื่อง รัฐบาลยังคงบริหารสถานการณ์อย่างสับสน โดยเฉพาะเรื่องข้อมูล และจากเหตุการณ์น้ำทะลักเข้ามายังคลองประปา ทำให้เห็นว่า การประสานข้อมูลระหว่างศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) และหน่วยงานราชการอื่น ยังไม่ชัดเจน หรือต่อเนื่อง ประชาชนไม่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าน้ำจะไหลทะลักมาในส่วนไหน ทำให้เห็นว่า รัฐบาลยังขาดการบูรณาการที่ชัดเจน ดังนั้น พรรคขอยืนยันว่า สนับสนุนการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ เพื่อใช้อำนาจในการกำหนดทิศทางการบริหารให้เป็นไปในทางเดียวกัน และรัฐบาลควรปล่อยวางข้ออ้างทางการเมืองต่าง ๆ เพราะขณะนี้รัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้ และหากรัฐบาลไม่ใช้ พรก.ฉุกเฉิน ก็ต้องตอบให้ได้ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะพื้นที่มีความขัดแย้ง
"ที่ผ่านมาภาคเอกชนถึงกับออกมาคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องให้รัฐบาลประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขสถานการณ์แล้ว รัฐบาลทำไมยังดื้อดึง ไม่พังเสียงภาคเอกชนและภาคประชาชน ปล่อยให้บานปลาย สร้างความเสียหายในวงกว้าง เพียงเพื่อกลัวทหารเป็นพระเอกในการแก้ไขปัญหา ซึ่งไม่ควรคิดอย่างนี้ เพราะถ้าแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ ประชาชนก็ชื่นชมรัฐบาลอยู่แล้ว" นายชวนนท์ กล่าว
สำหรับกรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การประกาศใช้ พรก.ในสถานการณ์ฉุกเฉินควรใช้แก้ปัญหาเฉพาะในภาคใต้ หรือเหตุการณ์จลาจลนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า นายจตุพร คงไม่เคยอ่านกฎหมาย เพราะในมาตรา 4 โดยเฉพาะวรรคสุดท้ายที่ระบุว่า สถานฉุกเฉิน คือ การป้องปักษ์ หรือแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาอย่างฉุกเฉินร้ายแรง และในมาตรา 8 ที่ระบุถึงอำนาจพิเศษของนายกรัฐมนตรีที่สามารถอพยพประชาชนจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน หรือการสั่งห้ามใช้เส้นทางคมนาคม ห้ามการใช้อาคาร การเข้าไปอยู่ ซึ่งข้อกำหนดทั้งหมดนี้ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ไม่เช่นนั้นนายกรัฐมนตรีจะทำอะไรไม่ได้เลย และจะเป็นเหตุให้นายกรัฐมตรีต้องมาคอยขอร้องประชาชนในสมัครสมานสามัคคี และออกจากพื้นที่เสี่ยง ซึ่งชาวบ้านคงไม่ทำ เพราะเดือดร้อนและเป็นห่วงทรัพย์สิน อีกทั้งทุกคนต้องหนีเอาตัวรอด
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็นคนกำหนดบทบาทท่าทีของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้กับ ประชาชน ไม่ใช่ให้เขาวิ่งหนีตายกันเอง แล้วพยายามออกมาพูดว่า พรก.ฉบับนี้มีไว้สำหรับการควบคุมฝูงชน และพยายามตราหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่าใช้ พรก.ฉบับนี้กับประชาชน จึงเลือกที่จะไม่ใช้ ฉะนั้นอย่าดิสเครดิตทางการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ และเอาประชาชน 5 จังหวัด ที่น้ำท่วมหนักมาเป็นตัวประกัน และปล่อยให้ประชาชนต้องจมน้ำไปอีกหลายเดือน
ส่วนที่คนในรัฐบาลอ้างว่าปัญหาน้ำเต็มเขื่อนเกิดจากการกักเก็บน้ำไว้ปริมาณมาก ตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้วนั้น นายชวนน์ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง และไม่ควรโยนความผิดมาให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
"ปชป."สนองจตุพรฟ้องอัมสเตอร์ดัม-ดักคออย่าสร้างหลักฐานเท็จชงศาล
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ออกมาท้าทายให้พรรคประชาธิปัตย์ฟ้อง นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ฉลองศรัทธาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ นายจตุพร ก็เตรียมให้ความช่วยเหลือลูกน้องของนายใหญ่ที่รับงานเข้ามาป่วนประเทศไทย อย่ากระโดดทิ้งไปเสียก่อน ยืนยันว่าจะทำคดีนี้เป็นกรณีตัวอย่างเพื่อเป็นบทเรียนกับคนต่างชาติที่เข้ามาแทรกแซง จุ้นในกิจการภายในของไทย และที่สำคัญคือต้องตำหนิคนประเภทเกิดบนแผ่นดินไทยแต่ใจทาสที่ชักศึกเข้าบ้าน
ส่วนกรณีที่ นายจตุพร ออกมาแฉว่า มีขบวนการใช้วิกฤตน้ำท่วมเป็นจุดเปลี่ยนรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น นายเทพไท กล่าวว่า คงเป็นอาการจิตหลอน สร้างภาพจินตนาการเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารขึ้นมาเองตลอดเวลา เพราะพยายามปั้นเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาโดยตลอดหลายครั้ง หลายหน เพียงเพื่อหวังผลทางการเมืองเพื่อสร้างเรตติ้งจากคนเสื้อแดงให้รวมตัวต่อต้าน หลังจากที่ไม่มีเงื่อนไขกิจกรรมเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ซึ่งจะทำให้บทบาทของนายจตุพรในพรรคเพื่อไทยตกต่ำลง เนื่องจากส.ส.ส่วนใหญ่ของพรรคก็ไม่ยอมรับบทบาทของแกนนำ นปช. ที่พยายามเข้าแทรกแซงการบริหารงานภายในพรรค จนรู้ไปทั่ววงการเมือง และในภาวะการณ์น้ำท่วม
“นายจตุพรอาจจะพยายามปั้นน้ำเป็นตัวอีกครั้งเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือกองทัพไทยซึ่งเข้าใจว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่กองทัพได้ส่งกำลังทหารทุกเหล่าทุกหน่วยเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านเต็มที่จนได้รับคะแนนนิยมจากชาวบ้านมากกว่าศูนย์ป้องกันอุทกภัย (ศปภ.)ของรัฐบาลที่ล้มเหลวและประชาชนไม่ให้ความเชื่อถือเห็นได้จากผลโพลเต็ม 10 ที่ศปภ.ได้เพียง 3.36 คะแนนเท่านั้น ขณะที่สังคมไทย โดยเฉพาะผู้ประสบอุทกภัยต่างก็ถามหาแกนนำคนเสื้อแดงว่าหายหัวไปอยู่ที่ไหนกันหมด จึงไม่ออกมาเคลื่อนไหวปลุกระดมรวบรวมคนเสื้อแดงมาช่วยน้ำท่วมเหมือนครั้งที่ชุมนุมเผาบ้านเผาเมือง” นายเทพไท กล่าว
นายเทพไท กล่าวต่อว่า การที่ นายโรเบิร์ต อ้างเหตุผลว่าจะมารวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เพื่อนำคดีของคนเสื้อแดงขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศนั้น ก็ควรใช้หลักฐานตามข้อเท็จจริงที่เจ้าหน้าที่ของรัฐทำไว้แล้ว อย่าปั้นสร้างหลักฐานพยานเท็จเหมือนคนเสื้อแดงที่พยายามสร้างขึ้นมาตั้งแต่กรณีคลิปเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งทำร้ายประชาชนหรือบิดเบือนกรณีทุบรถที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งยังไม่เห็นช่องทางใดที่จะนำเรื่องนี้ขึ้นสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศได้ นายโรเบิร์ตคงใช้คารมแหกตา พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อหวังค่าจ้างในการทำงานนี้



