
น้ำท่วมเลิกเลี้ยงหอยแมลงภู่
ผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ส่งผลให้พันธุ์หอยแมลงภู่ขาดตลาด เกษตรกรเลี้ยงหอยในกระบี่หลายรายต้องหยุดเลี้ยง หันไปเลี้ยงปลากระชังแทน แม้ว่ารายได้น้อยลง แต่ก็ยังสามารถเลี้ยงครอบครัวได้
นางกาญจนาพร ไมตรีจร เกษตรกรที่เคยเลี้ยงหอยแมลงภู่ กล่าวว่า ตนเองยึดอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่ที่ ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ จำเป็นต้องเลิกอาชีพเลี้ยงหอยแมลงภู่ เนื่องจากแหล่งเพาะเลี้ยงพันธุ์หอยแมลงภู่ในพื้นที่จังหวัดทางภาคกลาง ประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้พันธุ์หอยไม่เจริญเติบโต บางรายต้องปรับเปลี่ยนไปเลี้ยงปลาช่อนทะเลในกระชังแทน และปลาเก๋าบางส่วน เพื่อไม่ให้พื้นที่กระชังว่างเปล่า
"ตนเคยเป็นเกษตรกรที่เคยเลี้ยงหอยแมลงภู่หาเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด สาเหตุที่หยุดเลี้ยง เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดทางภาคกลาง ส่งผลให้ประสบปัญหาพันธุ์หอยขาดตลาด มาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงต้องนำพันธุ์ปลามาเลี้ยง เพื่อหารายได้มาชดเชย แม้ว่ารายได้จะน้อยกว่าการเลี้ยงหอยแมลงภู่ แต่ก็พอเลี้ยงครอบครัวได้ มีลูกค้ามาซื้อถึงที่ ในราคากิโลกรัมละ 100 บาท แต่รายได้หักต้นทุนค่าอาหาร แล้วเหลือประมาณ 6,000 - 7,000 บาท"
ขณะที่ด้านนายสมชาย แสวงสุข เกษตรกรผู้เลี้ยงหอยแมลงภู่ที่เหลืออยู่เพียงรายเดียว กล่าวว่า แม้ว่าราคาหอยแมลงภู่พุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว จากราคากิโลกรัมละ 25 บาท เพิ่มเป็น กิโลกรัมละ 60 บาท แต่เกษตรกรประสบปัญหาไม่มีพันธุ์หอยที่จะมาเลี้ยง เพราะขณะนี้แหล่งเพาะเลี้ยงหอยที่จังหวัดชลบุรี ประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วม น้ำไหลลงทะเล ทำให้พันธุ์หอยไม่โต ส่วนพันธุ์หอยที่เอามาเลี้ยงก่อนหน้านี้ ก็ตายไปเกือบหมด เหลืออยู่ไม่มาก แต่เนื่องจากหอยแมลงภู่มีรสชาติดี จึงยังเป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะโรงแรม สั่งจองล่วงหน้าจำนวนมาก ทำให้ไม่พอขาย



