'ผู้ว่าฯกทม.'แจงคลองประปาจ่อล้น
'สุขุมพันธุ์'แจงคลองประปาจ่อล้น เหตุต้องผันเข้าโรงผลิตน้ำ เตรียมเชิญ "ปราโมทย์ ไม้กลัด" อดีตอธิบดีกรมชล นั่งที่ปรึกษาแก้ปัญหาน้ำ เมินจุดพลุแจ้งหนีน้ำ ลั่นข้ามศพไปก่อน หวั่นปชช.แตกตื่น
เมื่อเวลา 14.15 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เดินทางมาที่ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ แก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันออก ศาลาประชาคมสำนักงานเขตมีนบุรี เพื่อรับมอบเรือจากเอกชนเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม 4 เขตตะวันออก ประกอบด้วย มีนบุรี หนอกจอก ลาดกระบัง และคลองสามวา จากนั้นผู้ว่าฯ กทม.ได้แถลงสถานการณ์น้ำว่า เป็นเรื่องสำคัญที่สถานการณ์เช่นนี้ที่กรุงเทพฝั่งตะวันออกและเขตอื่นอาจจะประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และอาจมีระดับสูงขึ้น กทม.จึงต้องเตรียมเรือไว้ให้ 4 เขตตะวันออก และสายไหม แต่เรือ 27 ลำนั้น สำหรับ 5 เขตคงจะไม่พอ เพราะพื้นที่ฝั่งตะวันออกมีพื้นที่ 1 ใน 3 ของกรุงเทพฯ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่มีผู้ที่จิตศรัทธามอบเรือให้ ทางกทม.จะนำเรือไปช่วยผู้ประสบภัย ซึ่งขณะนี้ก็ได้ส่งมอบเรือแล้ว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาระดับน้ำในคลองประปาสูง และในบางจุดล้นออกมาจากแนวคบลองจนเข้าท่วมถนนในบางจุด เกิดจากกทม.ไม่ช่วยระบายน้ำออกจากคลองประปานั้น ขอชี้แจงว่าทางกทม.นับตั้งแต่ที่คลองประปาเกิดปัญหา ก็ได้เข้าไปสนับสนุนการทำงานช่วยระบายน้ำออก โดยการใช้สถานีสูบน้ำสามเสน และใช้เครื่องมือหนักเพื่อช่วยเปิดประตูน้ำ จนทำให้น้ำที่สถานีสามเสนสูบน้ำจนแห้ง แต่การประปานครหลวง(กปน.) มีความจำเป็นให้น้ำในคลองให้สูง ไม่เช่นนั้นไม่สามารถส่งน้ำเข้าโรงผลิตน้ำประปาสามเสนได้ ขณะเดียวกันกทม.ก็ได้เปิดประตูระบายน้ำสามเสน 1 เมตรจากเดิม 40 ซม. เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำในคลองประปา ส่วนกรณีที่รัฐบาลจะให้กทม.ช่วยผันน้ำลงคลองก่อนปล่อยออกสู่ทะเลนั้น ตามขีดความสามารถในการระบายน้ำของกทม. 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่สถานีสูบน้ำสามเสนกับบึงมักกะสันสามารถระบายน้ำได้ 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนที่คลองประปาระบายได้ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งกทม.ก็ทำเต็มที่หากรัฐบาลต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งหากจะช่วยผันน้ำ กทม.ต้องคำนึงถึงประชาชนในพื้นที่ด้วย
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ตนได้เชิญนายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน มาเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.เพื่อบริหารจัดการน้ำ ที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ รวมถึงแผนการจัดการในอนาคตด้วย โดยจะประชุมร่วมกันนัดแรก วันนี้ (20 ต.ค.) เวลา 18.00 น .โดยเฉพาะแนวเขื่อนที่เราสร้างไว้นานแล้ว ว่าใช้ได้ดีแค่ไหน ถึงจุดนี้ต้องมองไปในอนาคต มีแผนที่จะสร้างอุโมงค์ยักษ์อีกสามแห่ง ให้ท่านมาปรึกษาว่าเพียงพอหรือไม่ ควรจะสร้างเพิ่มที่ไหนอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีการอพยพจริงจะมีการแจ้งเตือนให้ประชาชนเตรียมตัว หรือมีการอพยพอย่างไรรวดเร็วแค่ไหน จะใช้วิธีการจุดพลุ หรือแจ้งเตือนเหมือนในพื้นที่อื่น ๆหรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่กรุงเทพฯ นั้นหากเกิดฉุกเฉินจะมีเวลาในการแจ้งเตือนประชาชนพอสมควร แต่ถ้าต้องให้จุดพลุ คงต้องข้ามศพตนไปก่อน เพราะปัจจุบัน แค่กระแสทางทวิตเตอร์และเฟสบุ๊ค ก็ทำให้ปั่นป่วนกันไปหมด จนทำให้ประชาชนแตกตื่น หากจะให้มีการอพยพ ตนจะให้ทางสำนักงานเขตเป็นผู้แจ้งเตือนล่วงหน้า ซึ่งเป็นกลไกที่ดีที่สุด ยืนยันว่าเราจะมีเวลาในการแจ้งเตือน น้ำคงไม่ทะลักเหมือนต่างจังหวัด กทม.มีภาพดาวเทียมเห็นมวลน้ำว่าอยู่ที่ไหน เคลื่อนมาในระยะเท่าไหร่ ก่อนถึงกรุงเทพฯ
'สุขุมพันธุ์'กังวลน้ำเหนือจ่อเข้ากรุงคืนนี้
ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แถลงสรุปสถานการณ์น้ำว่า ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ต้องเฝ้าระวังอย่าใกล้ชิด ขณะนี้ ระบบป้องกันน้ำของ กทม.ยังไม่มีปัญหา โดยมีปัญหาที่เกิดเฉพาะสาเหตุในบางพื้นที่ เช่น บริเวณท่าพระจันทร์มีน้ำซึมออกมา เนื่องจากไม่มีเขื่อนถาวร ประกอบกับเครื่องสูบน้ำเสีย รวมทั้งคันกั้นน้ำที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 74/1 ส่วนที่น้ำล้นจากคลองประปานั้นมาจากน้ำล้นจากคลองรังสิต-ประยูรศักดิ์ ซึ่งอยู่ในความดูแลของการประปานครหลวง กทม.ทำได้เพียงในส่วนที่ทำได้เท่านั้น ซึ่งสำนักงานการระบายน้ำได้สนับสนุนเปิดประตูระบายน้ำของการประปานครหลวง รวมทั้งเร่งสูบน้ำจากประตูระบายน้ำคลองสามเสน เพื่อลดปริมาณน้ำในคลองประปา โดยระบายน้ำจากเหนือไปใต้ ซึ่งขณะนี้ระดับความสูงของคลองสามเสนอยู่ที่ 30 ซม. ต่ำกว่าตลิ่ง 1.50 เมตร โดยกทม.จะติดตามควบคุมปริมาณน้ำในคลองสามเสนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผลกระทบที่เขตดอนเมืองและเขตหลักสี่ กทม.ได้แก้ไขเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ กทม.มีมาตรการรองรับปริมาณน้ำที่อาจจะไหลเข้าสู่ กทม.ทุกพื้นที่ แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ เพราะยังไม่มีแนวคันกั้นน้ำจุดไหนพัง นอกจากนี้ กทม. มีวิธีการรวมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ติดตามดูแลคลองประปาด้วย ตนรู้สึกกังวล แต่สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต โดยปริมาณน้ำในคลองมหาสวัสดิ์อยู่ที่ 1.97 เมตร ซึ่งมากกว่าวานนี้เพียง 2 เซนติเมตร ขณะที่น้ำทะเลหนุนสูงสุดวันนี้อยู่ที่ 0.98 เมตร ส่วนระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองตลาด 2.13เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 3,604 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนคลองต่าง ๆ ในพื้นที่กทม.อยู่ในสภาวะปกติ
นอกจากนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้สนับสนุนเจ้าหน้าที่จำนวน 1,000 นายมาช่วยในการปฏิบัติงานของ กทม. สำหรับศูนย์พักพิงที่ กทม.ได้เตรียมไว้มีผู้อพยพไปแล้ว 220 คนกระจายไปยังเขตดุสิตจำนวน 79 คน ลาดกระบัง 85 คน สายไหม 24 คน บางกะปิ 15 คน คลองสามวา 10 คน บางซื่อ 2 คนและบางคอแหลม 5 คน ทั้งนี้ กทม. ได้จัดสรรเรือจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจำนวน 27 ลำและได้จากการบริจาคจำนวน 10 ลำ. โดยจะกระจายไปที่เขตสายไหม คลองสามวา มีนบุรี หนองจอกและลาดกระบัง พร้อมทั้งขอเชิญชวนบริจาคเรือมาที่ศูนย์รับบริจาคกทม.ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
"กทม.จะเฝ้าระวังต่อไปเนื่องจากได้มีการประเมินว่าน้ำเหนือจะถึงคลองรังสิตคืนนี้ และจะมีผลกระทบต่อกทม.ในวันพรุ่งนี้ ตนไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก ซึ่งกทม.ยังไม่มีการประกาศเขตเฝ้าระวังเพิ่มเติมจาก 7เขต แต่ขอให้รัฐบาลดูแลจุดอ่อน 3 แห่ง เพราะอยู่นอกเขตและอำนาจหน้าที่ของกทม. ได้แก่ ต.หลักหก จ.ปทุมธานี พื้นที่ของการประปานครหลวง และถนนพหลโยธินข้ามคลองรังสิต กทม.จะทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อป้องกันน้ำท่วม"ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว
'สุขุมพันธุ์' สั่งเสริมแนวคันกั้นน้ำรอบศิริราช 1.2 เมตร กันน้ำทะลักเข้าพื้นที่
ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังเดินทางมาตรวจแนวคันกั้นน้ำท่าน้ำศิริราช โรงพยาบาลศิริราช และท่าน้ำพรานนก ว่าทางกรุงเทพมหานครได้ทำการเสริมแนวกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมเพิ่มเป็น 2.8 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งถือว่าปลอดภัย แต่ก็สามารถเตรียมเสริมขึ้นอีกได้ตลอดเวลา และจากเหตุที่มีน้ำเอ่อล้นเขาท่วมเมื่อวานนี้กทม.จึงได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำรวมถึงหน่วยเบสมาประจำ 24 ชั่วโมง ทั้งนี้เมื่อคืนที่ผ่านมาทางร.พ.ศิริราชร่วมกับสำนักงานเขตบากกอกน้อยได้ทำการเสริมแนวคันกั้นน้ำ โดยนำถุงปูนมาวางเรียงนอกกำแพงโรงพยาบาลศิริราชความสูง 1.20 เมตรเหนือผิวถนนระยะทาง 200 เมตรเพื่อป้องกันน้ำท่วมหากน้ำทะลักเข้ามา ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จแล้วก็น่าจะทำให้ประชาชนมั่นใจได้มากขึ้น ซึ่งในพื้นที่บริณนี้มีการป้องกันอย่างเต็มที่เพราะเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย
ผู้ว่าฯกทม.กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามปลายเดือนนี้จะมีน้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้ง และสถานการณ์ขณะนี้ยังทรงตัวเพราะปริมาณฝนลดลงรวมทั้งน้ำทะเลหนุนได้ผ่านไปแล้ว แต่จะต้องเตรียมรับมือช่วงปลายเดือนและต้นเดือนหน้าที่น้ำทะเลจะหนุนอีกครั้ง แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังน้ำเหนือที่มีปริมาณมากขณะนี้ สำหรับประตูระบน้ำของกทม.ขณะนี้ได้เปิดทุกประตูแล้ว โดยที่ประตูระบายน้ำคลอง 2 ได้เปิดแล้ว 1 เมตรเพื่อระบายน้ำที่ไหลมาจากนวนคร อย่างไรก็ตามอาจจะต้องมีการลดระดับประตูระบายน้ำลง ส่วนประตูระบายน้ำทวีวัฒนาคลองมหาสวัสดิ์เปิด 80 เซนติเมตรซึ่งปริมาณน้ำก็ไหลผ่านได้ดี



