กปน.เร่งสูบน้ำหลังทะลักเข้าคลองประปา
น้ำทะลักคลองประปากลางดึก เร่งสูบน้ำออก 'ประชา' ให้ปชช. เก็บของขึ้นที่สูง ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด นายกฯถึงที่เกิดเหตุ รับฟังรายงานสรุป ด้าน กปน. ยัน ระดับน้ำลดลง เร่งสุบน้ำ-ผลิตน้ำประปาเพิ่ม
นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าประปานครหลวง ให้สัมภาษณ์ "เช้าข่าวข้น" ว่าตอนนี้ระดับน้ำในคลองประปาลดลงเพราะเร่งสูบออก และผลิตน้ำประปาเพิ่ม 10 % หลังน้ำทะลักเข้าคลองบางหลวง
นายเจริญ กล่าวว่า จุดพนังแตกเป็นพนังซีเมนต์ยาว 20 เมตร เอาถุงทรายวางไม่ได้ ต้องใช้แผ่นเหล็กซ่อม 3 - 4 วัน ซึ่งระหว่างนี้ทำได้แค่สูบคุมระดับน้ำ และเร่งทำแนวกั้นที่ชำรุดและทำแนวกั้นใหม่ โดยพยายามกันอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้มีน้ำท่วมขัง
ทั้งนี้ การประปานัดประชุมกัน เวลา 09.00 น. อย่างไรก็ตาม น้ำประปาอาจมีกลิ่นคลอรีนมากกว่าปกติ แต่ยืนยันว่า สะอาดปลอดภัยไม่มีสารปน
น้ำทะลักคลองประปากลางดึก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 20 ต.ค.54 ได้เกิดเหตุการณ์น้ำคลองประปาทะลักล้น เริ่มต้นที่ช่วงระยะ 200 เมตร จากถนนแจ้งวัฒนะมุ่งหน้าสี่แยกพงษ์เพชร บริเวณที่น้ำเอ่อล้นอยู่ตรงข้ามหมู่บ้านนันทวรรณ ได้ไหลท่วมถนน และส่งผลกระทบในพื้นที่ วัดสีกัน ดอนเมือง ปากเกร็ด เมืองทองธานี แจ้งวัฒนะ พงษ์เพชร งามวงศ์วาน
ทั้งนี้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) ได้เดินทางมาบริเวณคลองประปา แยกศรีสมาน หลังได้รับรายงาน จากนั้น ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับทางทีวีเนชั่นแชนแนล โดยระบุว่า พื้นที่เกิดเหตุบริเวณคลองประปาที่น้ำเอ่อล้น มาจากน้ำหลากทุ่งที่มาจากนิคมอุตสาหกรรมนวนคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ส่วนน้ำที่หลากเข้าคลองรังสิต คันกั้นน้ำที่คลองรังสิตยังสมบูรณ์อยู่ไม่มีปัญหา ส่วนน้ำหลากทุ่งที่เข้ามาจากนวนคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต มาที่คลองประปา
พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า น้ำไหลแรง พอสมควร โดยน้ำมุ่งหน้าไปที่คลองสามเสน ซึ่งตรงนั้นมีสถานีสูบน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ และกระแสน้ำไหลไปอีกที่คือ บึงมักกะสัน ตรงนั้น มีเครื่องสูบน้ำของกทม. เพื่อลงแม่น้ำเจ้าพระยา มีเครื่องสูบระบายน้ำได้ 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทางวิศวกรการประปา ได้ให้ความเห็นว่าถ้าเครื่องสูบน้ำทำงานได้เต็มที่ ก็อาจจะใกล้เคียงกันระหว่างน้ำที่ไหลเข้า กับน้ำที่สูบออก ซึ่งตอนนี้ได้ปิดประตูน้ำสำแลแล้ว เพื่อให้รับเฉพาะน้ำที่หลากทุ่งมาจากนวนคร และมธ. ซึ่งทาง กทม. ก็ร่วมมือเต็มที่
"อีกสักพักนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่มาที่จุดเกิดเหตุ จากเหตุการณ์น้ำคลองประปาทะลักล้น เราพยายามทั้งสองจุด ขอเตือนประชาชนชาวกทม. สถานการณ์ตอนนี้คับขัน ขอให้เก็บของขึ้นที่สูง น้ำจะไปถึงสามเสน เราพยายามเอาเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเต็มที่ ขอเตือนประชาชนให้ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด " พล.ต.อ.ประชา กล่าว
ด้านนายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการ สำนักระบายน้ำ กล่าวเสริมว่า น่าจะระบายน้ำได้ปริมาณค่อนข้างมาก ออกสามเสน และไปอุโมงค์มักกะสัน ตอนนี้อยู่ที่แนวคันกั้นน้ำแต่ละจุด ว่าจะมีปัญหาหรือไม่ ถ้าพนังกั้นน้ำยังดีอยู่ ก็ช่วยระบายเต็มที่ ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ต้องดูว่าน้ำมามากหรือไม่ หากแก้ปัญหาได้เร็วก็น่าควบคุมสถานการณ์ได้ ถ้าน้ำไม่เข้ามาเร็วกว่า 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็สูบออกไปได้ทัน
ขณะที่นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการประปานครหลวง กล่าวว่า จะปิดประตูน้ำที่ปากคลองรังสิต แล้วสูบน้ำในคลองประปา โดยสูบผ่านโรงสูบน้ำสามเสน บึงมักกะสัน ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 ชม.
นายกฯ ถึงพื้นที่เกิดเหตุ ฟังรายงานสรุป
ต่อมาเวลา 04.00น.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่จุดบริเวณดังกล่าว โดยฟังรายงานสรุปสถานการณ์จากพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ชาวปทุมธานีโวยผู้ว่าประปาฯ ท้าลงพื้นที่ พูดความจริง
ด้านนายสมบูรณ์ ปานย้าย อดีตนายก อบต.บ้านใหม่ เปิดเผยว่า ชาวบ้านใหม่ได้ร่วมกับ อบต.ช่วยกันสร้างเสริมแนวป้องกันน้ำไม่ให้น้ำไหลเข้าคลองส่งน้ำประปามากว่า 3 เดือนแล้ว แต่ที่น้ำได้เอ่อล้นข้ามแนวกั้นน้ำเขต ต.บางพูน หลังแฟลตปลาทอง น้ำจำนวนมากได้ไหลลงคลองประปาหลอดท่อผ่านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ข้ามมาฝั่งบ้านใหม่ น้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหมู่ที่ 1 และหมู่ 3 และไหลเข้าพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และเขต กทม.
"จึงขอให้ผู้ว่าการประปาลงมาดูชาวบ้านท่วมจริงหรือไม่ อย่าออกทีวีว่า น้ำไหลเพียงไม่มาก นั่นมันหลอกประชาชนแล้ว เราควรพูดความจริงออกมาดีกว่าว่า ขณะนี้ประปารับน้ำไม่ไหลแล้ว"



