ข่าว

ว่าด้วยความทนทานต่อภัยพิบัติในระดับชุมชน

ว่าด้วยความทนทานต่อภัยพิบัติในระดับชุมชน

20 ต.ค. 2554

ว่าด้วยความทนทานต่อภัยพิบัติในระดับชุมชน : ประชาธิปไตยที่รัก โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])

            Community Disaster Resilience หรือความทนทานต่อภัยพิบัติในระดับชุมชน เป็นชุดแนวคิดที่ได้รับการนำเสนอในสหรัฐอเมริกา โดยกระทรวงความมั่นคงของมาตุภูมิร่วมกับสภาวิจัยแห่งชาติ เพื่อต่อสู้กับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น และเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันกับผู้ที่มีหน้าที่จัดการภัยอันตรายฉุกเฉินต่างๆ ทั้งนี้ค้นพบว่าเครือข่ายทางสังคมมีบทบาทสำคัญมากในกระบวนการดังกล่าว

             ในการนี้เครื่องมือหนึ่งที่สำคัญก็คือการวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคม (Social Network Analysis) โดยการทำความเข้าใจดังกล่าวจะเริ่มต้นที่การทำฐานข้อมูลพื้นฐาน (Baseline Data) ที่เก็บข้อมูลภาวะเบื้องต้นก่อนที่เราจะวัดประเมินความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งข้อมูลของผู้คนที่อยู่ในเครือข่าย ทั้งส่วนที่เป็นด้านของราชการ และด้านของสมาชิกที่อยู่ในประชาสังคม การมีข้อมูลระดับพื้นฐานที่ดีจะช่วยให้เราเข้าใจและประเมินพัฒนาการขององค์ประกอบของเครือข่ายทางสังคมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามระดับของความทนทานของสังคม

             ข้อมูลที่เก็บมานั้นก็จะต้องถูกนำมาตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่ดี ไม่ดี ซ้ำ หรือนำไปใช้ได้จริงหรือไม่

          เมื่อพูดถึงเครือข่ายทางสังคม สิ่งที่เราต้องเข้าใจก็คือ เครือข่ายดังกล่าวมีพลวัตอย่างไรในช่วงเวลาปรกติ และช่วงที่เต็มไปด้วยความกดดัน ทั้งนี้เพราะเครือข่ายนั้นจะมีความเปลี่ยนแปลงในการช่วยเหลือภัยพิบัติ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานล่มลง หรือถูกย้ายไปอยู่ที่ใหม่ การเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายภายใต้ความกดดันต่างๆ และการส่งเสริมความเปลี่ยนแปลงในทางบวกที่ทำให้เครือข่ายนั้นทำงานได้ ในการช่วยเหลือภัยพิบัติเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นการปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยจะช่วยได้มากในการบริหาร

           ในรายละเอียดการวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคม จะทำให้เราพบว่าแต่ละคนและองค์กรนั้นมีปฏิสัมพันธ์อย่างไร อาทิ ใครรู้จักใคร ทำงานกับใคร และสื่อสารกับใครบ้าง ในสังคมใหม่ๆ หนึ่งในการวัดก็คือ เครือข่ายจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และเครือข่ายจากเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมต่างๆ (แต่จะเห็นว่าการวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคมที่พูดในที่นี้จะกินความหมายกว้างกว่าการพูดถึงเครือข่ายของความช่วยเหลือที่มาจากภายนอก ซึ่งอาจจะไม่ใช่ตัวกำหนดความยั่งยืนทนทานของชุมชนต่อภัยพิบัติในระยะยาว)

           นอกจากนั้นสิ่งที่เราต้องรู้ก็คือเครือข่ายต่างๆ นั้นก่อรูปขึ้นมาได้อย่างไร ดำรงอยู่ต่อเนื่องได้อย่างไร และวิวัฒนาการอย่างไร นอกจากนั้นก็คือเรื่องของบทบาทของตัวแปรต่างๆเ ช่น สื่อ เครื่องมือที่เครือข่ายทางสังคมใช้ และแรงกดดันตึงเครียดต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการเกิดขึ้น การนำเอาเครือข่ายทางสังคมไปใช้ การบริหารจัดการ และการเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายทางสังคม

           ส่วนความทนทานนั้นเราหมายถึงการตอบสนองต่อความกดดัน ซึ่งในรายละเอียดก็รวมถึง
           หนึ่ง ชุดทฤษฎีที่ทำหน้าที่ชี้นำความเข้าใจต่อพลวัตของการตอบสนองต่อแรงกดดัน
           สอง ชุดของความสามารถในการปรับตัวที่ทำให้เราสนใจถึงทรัพยากรต่างๆ ที่สนับสนุนต่อการปรับตัวท่ามกลางสภาวะเดือดร้อน
           สาม ยุทธศาสตร์ต่อความพร้อมในการรับมือต่อภัยพิบัติ

           ความทนทานนี้เกิดขึ้นได้ในระดับปัจเจกบุคคล สถาบัน และสังคม และจะมีผลเหนือไปจากเพียงแค่การรับมือภับพิบัติไปสู่การมีชีวิตร่วมกันและแบ่งปันข้อมูลกันในเรื่องอื่นๆ อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจด้วย

           และที่สำคัญเมื่อพูดถึงความทนทาน เราไม่ได้พูดถึงความมั่นคงในแบบเดิม (stability ซึ่งอาจจะแปลงว่าคงทนยืนหยัด ต่อต้าน หรือนิ่ง หรือรักษาสภาพเดิม) แต่เราพูดถึงความสามารถในการปรับตัว (adaptability) และรองรับต่อความเปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันการสูญเสีย ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญอาจจะมีร่วมกันสามเรื่อง คือ ทุนทางสังคม (ความรู้สึกร่วมกัน และการมีส่วนร่วม) ความสามารถของชุมชน (ความสามารถในการตัดสินใจร่วมกัน) และการสื่อสารและแบ่งปันข้อมูลกัน

           ยังมีอีกมากมายที่น่าสนใจในเรื่องนี้ครับ และเป็นส่วนเสริมจากมุมของการแจกของและการอนุมัติงบประมาณก่อสร้างซ่อมแซมสิ่งเก่าครับ เอาไว้วันหลังจะเล่าให้ฟังต่อไปครับ