ข่าว

คลอดแล้วกก.แก้ไขรธน.-สลายม็อบเสื้อแดง

คลอดแล้วกก.แก้ไขรธน.-สลายม็อบเสื้อแดง

30 เม.ย. 2552

คลอดแล้ว คณะกรรมการแก้ไข รธน.-สลายม็อบเสื้อแดง วิป 3 ฝ่ายโยน “ชัย” เฟ้นหาผู้เหมาะสมนั่งประธานกรรมการ หากหาไม่ได้ เสนอ “ปู่ชัย” คุมเอง ค้าน “ป๋าเหนาะ” หวั่งซ้ำเติมวิกฤติ “นายกฯ” ตอบกระทู้กลางสภา ย้ำเงินกู้ 9.4 หมื่นล้าน ไม่มีปัญหา เตรียมสรุปประเด็นโครงการ

นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า หลังจากที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกประชุมวิป 3 ฝ่าย ประกอบด้วย วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง โดยวิปทั้ง 3 มีมติให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาจำนวน 2 ชุด ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2.คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง โดยหลังจากนี้ประธานรัฐสภาได้มอบหมายให้แต่ละพรรคเสนอบุคคลที่เป็นคณะกรรมการโดยเร็วที่สุด

นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับรายชื่อของคณะกรรมทั้ง 2 ชุดในสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ได้ส่งรายชื่อบุคคลเข้าร่วมเป็นกรรมการเรียบร้อยแล้ว โดยคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ มีนายถวิล ไพรสนฑ์ ส.ส.กทม. นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก นางผุสดี ตามไท นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย นายศุภชัย โพธิ์สุ นายประกิจ พลเดช พรรคเพื่อแผ่นดิน นายสุเทพ เจตนาการณ์กุล พรรคชาติไทยพัฒนา นายอรรคพล สรสุชาติ พรรคร่วมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคกิจสังคม นายวิรัช รัตนเศรษฐ สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีนิด้า นายวุฒิสาร ตันไชย นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายศักดิ์ เตชาชาญ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และนายนพนิธิ สุริยะ อ.คณะนิติศาสตร์มาหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดดังกล่าว คือ ศึกษารวบรวบประเด็นและข้อมูลต่างๆ ดำเนินการในการเชิญบุคคลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาเพิ่มเติมในกรณีใดกรณีหนึ่งให้เกิดความชัดเจน สรุปประมวลผลจากการศึกษาทั้งหมดแล้วเสนอต่อประธานรัฐสภา โดยเร็วที่สุด

นายชินวรณ์ กล่าวว่า ในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ในสัดของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย นายอาคม เองฉ้วน ส.ส.กระบี่ พล.อ.พิชาญเมธ ม่วงมณี ส.ส.สัดส่วน นายสกลธี ภัททิยกุล ส.ส.กทม. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ส.ส.กทม. นายบรรจบ รุ่งโรจน์ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย นายบุญจง วงษ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย นายสนอง เทพอักษรณรงค์ พรรคเพื่อแผ่นดิน นายเฉลิมชัย อุฬางกูร พรรคชาติไทยพัฒนา นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคกิจสังคม นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย นพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล ผอ.ศูนย์นเรนทร นายอัชพร จารุจินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายสมศักดิ์ บุญทอง พล.ต.ท.สมยศ พุ่งพันธ์ม่วง และนายทวี สุระบาล

ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ มีอำนาจหน้าที่ ในการรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ระหว่างวันที่ 8-15 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยการรวมรวพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมด มีการรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน รวมถึงการสรุปและเผยแพร่ข้อมูล เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่อรัฐสภาโดยเร็ว

นายชินวรณ์ กล่าวว่ สำหรับผู้ที่เหมาะสมเป็นคณะกรรมการทั้งสองชุดนั้นวิป 3 ฝ่ายได้มอบหมายให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ตัดสินใจโดยต้องเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับจากสังคมและคณะกรรมการทั้งสองชุด นอกจากนี้ต้องมีความรู้ความเข้าใจในประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะกรรมการทั้งสองชุดในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย และวุฒิสภา ยังไม่ได้เสนอต่อประธานสภาโดยวุฒิสภาจะมีการประชุมเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ในการประชุมวุฒิสภา ส่วนพรรคเพื่อไทย คาดว่าจะมีการเสนอบุคคลดังนี้ คณะกรรมการสอบสลายม็อบ ประกอบด้วย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญกุล ส.ส.แพร่ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายขจิต ชัยนิคม ส.ส.มหาสารคาม สำหรับผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีตผู้บัญชาการสอบสวนกลาง พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ อดีตส.ว. นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย

สำหรับคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้แก่ นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา นายสันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.สัดส่วน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น นายเจริญ จรรย์โกมล ส.ส.ชัยภูมิ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร นายไพจิตร ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม นายประเกียรติ์ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน สัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิ คือ นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตส.ส.ร. ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการการคณะกรรมการการอุดมศึกษา นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต นายประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช อ.นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มีรายงานข่าวเปิดเผยว่า ในการประชุมวิปทั้ง 3 ฝ่าย ยังได้มีการหารือถึงการเสนอบุคคลเป็นประธานคณะกรรมการทั้งสองชุด้วย โดยมอบหมายให้นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม อย่างไรก็ตามในที่ประชุมยังได้สอบถามกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายชัย จะเป็นผู้เสนอชื่อนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประราช เป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย โดยนายชัยยืนยันว่าจะไม่มีการเสนอชื่อนายเสนาะอย่างแน่นอน เนื่องจากเห็นว่าหลายฝ่ายไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่าจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น โดยจะหาคนที่เป็นกลางทางการเมืองมากที่สุดมาเป็นประธานคณะกรรมการ อย่างไรก็ตามหากนายชัย ไม่สามารถที่จะหาคนที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของสังคมได้ ที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายเสนอให้นายชัย เป็นประธานคณะกรรมการเอง

"นายกฯ”ย้ำเงินกู้9.4หมื่นล้านไม่มีปัญหา

 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้มีการพิจารณากระทู้ถามสดของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ถาม นายกรัฐมนตรี เรื่อง การเพิ่มเพดานการกู้ยืมเงินของรัฐบาล ว่าที่รัฐบาลได้มีมติจะกู้เต็มวงเงิน 9.4 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อวันนี้รัฐบาลเก็บรายได้พลาดเป้าไป 2 แสนล้านเห็นชัดว่ารัฐบาลต้องใช้วิธีกู้เงินเพิ่ม แต่เหตุใดจึงคิดจะออกเป็นพ.ร.ก.การกู้ยืมเงินเพื่อเพิ่มวงเงินกู้แทนที่จะออกเป็นพระราชบัญญัติขอความเห็นชอบจากสภาฯก่อน ทั้งนี้ในงบประมาณปี 2552 ของกองทัพปรากฏว่ากองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองบัญชาการกองทัพไทยมีแผนงานเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศรวมกันถึง 1.7 แสนล้านบาท

 เข้าใจว่าเป็นงบเพื่อไปซื้ออาวุธยุทธโธปกรณ์ ทำไมรัฐบาลไม่ใจกล้าที่จะนำเงินก้อนนี้ซึ่งยังไม่มีความจำเป็นต้องไปซื้ออาวุธมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศก่อน จึงอยากถามว่า 9.4 หมื่นล้านบาทที่จะกู้มาจะนำไปทำอะไร และรัฐบาลตั้งใจดึงเกมออกพระราชกำหนดเพิ่มเพดานเงินกู้ไปออกในช่วงปิดสมัยประชุมรัฐสภาใช่หรือไม่ และอยากทราบว่าจะกู้เงินอีกเท่าใดเพื่อเติมให้เต็มวงเงินที่ขาดดุลไป และนายกรัฐมนตรีจะหาเงินจากที่ไหนมาใช้หนี้หลังจากที่ก่อหนี้ไว้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพงษ์ ยังนำภาพที่นายกรัฐมนตรีแบมือให้หมอดูตรวจดวงชะตาและกล่าวว่า ภาพแบบนี้จะทำให้ประชาชนที่หวังพึ่งหรือคาดหวังต่อตัวนายกรัฐมนตรีให้นำพาบ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤตไปได้อย่างไร เพราะนายกฯเองยังต้องพึ่งหมอดู

 นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐนตรี ชี้แจงว่า ผู้ตั้งกระทู้ใช้คำถามที่กล่าวหารัฐบาลในหลายๆเรื่อง และงบประมาณปี 2552 นั้นก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดก่อนเป็นผู้พิจารณาเสนอมาไม่ว่าโครงการของกระทรวงกลาโหม ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสมก็น่าจะคัดค้านตั้งแต่ช่วงที่รัฐบาลก่อนเสนอมา และงบประมาณที่มีการจัดสรรเพิ่มเติมก็เพราะต้องการช่วยผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกก่อนในเบื้องต้น สำหรับเงิน 2,000 บาท ที่ได้ให้ผู้มีรายได้น้อยนั้นเขาจะนำไปใช้อะไรก็ได้ ประเด็นที่ห่วงใยว่าการออกพันธบัตรจะไปกระทบต่อเศรษฐกิจไทยขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง จะดูตามความจำเป็นในการกู้เงินและไม่ประสงค์จะหลีกเลี่ยงกระบวนการของรัฐสภา วันที่ 6 พ.ค.นี้ ก็จะมีสรุปการความจำเป็นในการกู้เงินในโครงการต่างๆ ไม่จำเป็นต้องรอให้ปิดสมัยประชุมก่อนเพราะรัฐบาลไม่มีนโยบายหลีกเลี่ยง ทั้งที่รัฐบาลที่ผ่านมาก็มีความพยายามหลีกเลี่ยงกระบวนการของสภาฯ แต่ตนไม่มีนโยบายเช่นนั้น

 นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงด้วยว่า ถ้าโครงการใดไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ก็จะตัดงบได้ แต่ไม่สามารถโยกงบประมาณของส่วนต่างๆมาใช้ข้ามกระทรวงได้ ทั้งนี้งบประมาณที่จะกู้มาใช้จะมีเขียนไว้ชัดเจนซึ่งขณะนี้กำลังดูในรายละเอียดอยู่ว่าจะนำไปใช้อะไรก่อนหลัง ส่วนเรื่องหมอดูเป็นเพราะในช่วงที่ตนเป็นผู้นำฝ่ายค้านได้รับเชิญจากสมาคมโหราศาสตร์ เมื่อเดินทางไปในงานเขาก็ขอดูลายมือตนก็ต้องยื่นมือให้ด้วยมารยาท แต่ความจริงสมัยที่นายสุรพงษ์เคยอยู่พรรคเดียวกับตน ก็พยายามทำตัวเป็นหมอดูมาตลอดและเคยทำนายว่า “วันนั้น วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะตาย”