
ศปภ.แบ่งงานหวั่นน้ำทะลักกทม.
ศปภ. แบ่งงาน กทม. ดู กรุงเทพฯชั้นใน 'กองทัพภาค 1' ดูแล คลอง 1-8 'คมนาคม' ดูวงแหวนรอบนอก 'กรมโยธาฯ' ป้องกันคลองประปา หวั่นทะลักอนุสาวรีย์ชัยฯ
นายบัณฑูร สุภัควณิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภาย ว่าในการประชุมร่วมกันระหว่างศปภ.กับกทม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ขอความร่วมมือในการทำงานกับทุกฝ่าย รวมทั้งกทม.ด้วย ที่ก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาขัดแย้งกัน ด้านการแจ้งข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้่งนี้ ในที่ประชุมได้แบ่งหน้าที่การทำงานอย่างชัดเจน โดยในส่วนกทม.จะดูพื้นที่กทม.ชั้นในทั้งหมด รวมถึงจะเร่งดำเนินการขุดลอกคูคลอง เพื่อให้ง่ายต่อการระบายน้ำ ขณะที่คลอง 1-8 จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร มีกองทัพภาคที่ 1 ในการทำแนวป้องกันน้ำ ส่วนวงแหวนรอบนอก จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม รวมถึงการเสริมถนน
สำหรับกรมโยธาธิการ จะทำหน้าที่ในการทำแนวป้องกันตลอดคลองประปา โดยมีระยะทาง 7 กิโลเมตร ซึ่งตรงนี้ ถือเป็นจุดที่สำคัญที่สุด เพราะหากน้ำทะลักเข้าถึงคลองประปา อาจจะส่งผลกระทบไปถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ได้มีการสร้างแนวป้องกันไว้แล้วที่คลองรังสิตอย่างแน่นหนา โอกาสที่เกิดขึ้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้ ในส่วนของแนวคันกั้นน้ำจากเดิมที่ทำในรูปวงแหวน แต่ต่อไปจะต้องทำในรูปตัวแซด (Z)
ศปภ."คาดน้ำจาก ปทุมฯ ถึง กทม. ช้าสุดวันนี้
มีรายงานจากที่ประชุมศปภ. แจ้งว่า ในที่ประชุมได้มีการประเมินถึงมวลน้ำที่ไหลมาจากจ.ปทุมธานี และจะเข้าสู่พื้นที่กทม. ว่า จะเข้ามาอย่างช้าที่สุดในวันที่ 20 ต.ค.54 โดยเฉพาะในพื้นที่ ที่เป็นรอบต่อระหว่างจังหวัด ที่มีการทำเร่งทำคั้นกั้นน้ำ ซึ่งล่าสุดทางศปภ.ได้ประสานให้ทำคั้นสูง 3.5 เมตร เนื่องจากประเมินแล้วว่า มวลน้ำที่จะเข้ามา จะมีความสูงไม่เกิน 3.5 เมตร
ทั้งนี้ ลักษณะที่จะเข้ามา การไหลจะเป็นแบบไล่ระดับแบบสูงต่ำ ความสูงประมาณ 1 เมตร ซึ่งหากคันกั้นน้ำที่กั้นไว้ไม่สามารถรับได้ คาดว่า พื้นที่เสี่ยงสายไหม บางเขน และดอนเมือง ความสูงของน้ำจะมีระดับสูงถึง 3.5 เมตร ส่วนสนามบินดอนเมือง ถือว่า ยังเป็นพื้นที่ดอน จึงอาจจะไม่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง



