ข่าว

รวยแค่ไหนก็หนีภัยน้ำไม่พ้น

รวยแค่ไหนก็หนีภัยน้ำไม่พ้น

20 ต.ค. 2554

รวยแค่ไหน ก็หนีภัยน้ำไม่พ้น

          ยังคงไหลบ่าทะลุทะลวงสร้างความเสียหาย ให้แก่ทรัพย์สินและชีวิตแก่ประชาชนบริเวณรอบๆ กรุงเทพฯ อย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ทั้งยังไม่มีข้อยกเว้น ว่าคนนั้นๆ จะยากดีมีจนอย่างไรอีกซะด้วย หรือจะเรียก "โดนกันถ้วนหน้า" ก็ว่าได้...!!! ว่าแต่พวกคนกระเป๋าหนักเขาเจอภัยน้ำท่วมกันแบบไหนบ้าง เขยิบลงมาอีกบรรทัดกันเลยดีกว่า

          เปิดกันด้วยหนึ่งในผู้บริหารสาว "โบว์" กนกพรรณ เหตระกูล ที่เกือบจะเป็นผู้ประสบภัยพิบัติอย่างหนัก เมื่อโรงงานผลิตยาคูลท์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เพิ่งจะสร้างเสร็จเมื่อปีที่ผ่านมาใกล้จะถูกน้ำท่วมเต็มที ขณะที่บ้านเรือนของประชาชนโดยรอบโรงงาน รวมไปถึงบ้านพักอาศัยของพนักงาน กลับถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายอย่างหนัก เมื่อเป็นเช่นนั้นผู้บริหารสาวคนนี้ไม่นิ่งนอนใจ จัดการลงพื้นที่ทั้งขึ้นรถลงเรือ ขนทั้งเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าวอย่างไม่ย่อท้อ รวมทั้งเฝ้าระวังน้ำที่ใกล้จะทะลักเข้าโรงงานของเธอเต็มที

          "ทุกคนตรงนั้นได้รับความเดือนร้อนทั้งหมด เราเองเป็นบริษัทที่มีพนักงานจำนวนมาก คนของเรายังมีกำลังพอที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือต่างๆ นานาให้กับชาวบ้านบริเวณนั้นได้ อย่างโรงงานของโบว์เองนี่เรียกว่าเสี่ยงมาก เพราะน้ำจ่ออยู่ข้างหน้าโรงงานอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่เราโชคดีหน่อยที่โรงงานตั้งอยู่บนพื้นที่ที่สูงที่สุดของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ถ้ามองลงไปจากโรงงานแล้วน้ำสูงถึงคอเลย แล้วคิดดูว่าประชาชนคนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ แถวนั้นเขาจะอยู่กันยังไง โบว์รู้สึกว่าพระให้เรามามากกว่าคนอื่นนิดหน่อย ฉะนั้นเราต้องหยิบยื่นให้คนอื่นร่วมได้รับความสุขกับเราด้วย โลกนี้จะได้น่าอยู่มากขึ้น แต่ตอนนี้ต้องบอกว่าพนักงานในโรงงานทุกคนกำลังใจดีกันมาก สลับกันอยู่เฝ้าเวณยามกันตลอดเวลา โบว์เองก็ดูแลเรื่องอาหารการกินให้กับเขาทุกคน ต้องยอมรับเลยว่าน้ำท่วมครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นน้ำใจคนไทยที่เยอะมากจริง" ผู้บริหารสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

          ขณะที่พ่อบุญทุ่มอย่าง ตัน ภาสกรนที แม้จะสูญโรงงานชาเขียวกว่า 3 พันล้าน ให้แก่กระแสน้ำที่เข้ามายึดครอง ทั้งบ้านลูกน้องก็จมไปด้วย ซึ่งตอนปัญหาน้ำท่วมกลับกลายเป็นปัญหารอง  หลักๆ คือความกังวลของลูกน้องหลายคนอยู่ในภาวะเครียดกลัวว่าจะตกงานและไม่มีเงินเดือนและแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ในหลายๆ ช่องทาง โดยเจ้าพ่ออิชิตันก็ออกมาประกาศเสียงดังฟังชัดว่าจะไม่ปลดคนออกแม้แต่คนเดียวและจะช่วยเหลือคนไทยอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องโรงงานนั้นรอน้ำลดก่อนแล้วค่อยว่ากัน 

          "ทุกวิกิฤติเป็นการเรียนรู้ครั้งใหม่ อย่างในส่วนของผม ผมได้เรียนรู้ว่าถ้าเราต้องสร้างโรงงานใหม่ต้องสร้างให้สูงขึ้น ต้องมีระบบการจัดการเวลาน้ำท่วมให้มากกว่านี้ ระหว่างทางเข้าออกโรงงานผมเห็นชาวบ้านที่โดนน้ำท่วมสูง เขาไม่เหลืออะไรเลย บัตรประชาชนไม่มี อาหารการกิน เงินทองก็ไม่มีติดตัว ถึงน้ำลดแล้วก็ไม่รู้จะเริ่มต้นกันยังไง สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้มันมีคุณค่ามหาศาสสำหรับเราเลยนะ จะโทษธรรมชาติอย่างเดียวก็ไม่ได้ที่จริงโลกเรามี 3 ส่วน เศรษฐกิจ สัมคมและสิ่งแวดล้อม บางทีเราอาจสนใจเรื่องเศรษฐกิจจนลืมสิ่งแวดล้อมไป ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นเราทุกคนควรต้องเข้าใจ ปล่อยวาง และช่วยกันรับมือ ถ้าทุกคนที่มีโอกาสควรเข้าไปดูแวะไปช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัย พวกเขาต้องการความช่วยเหลือและกำลังใจอย่างมาก เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เหตุการณ์เหล่านี้ผ่านพ้นไปด้วยดี " เจ้าของโรงงานใหญ่กล่าวให้กำลังใจ

          ส่วนหนึ่งในผู้ประบภัยสดๆ ร้อนๆ อย่างคุณแม่ลูกสอง "ติ๊ก" อภิภาวดี สนิทวงศ์ฯ เครือโสภณ ที่เพียงไม่กี่ชั่วโมงบ้านหลังงามภายในหมู่บ้านชวนชื่นกอล์ฟอเวนิว จังหวัดปทุมธานี ก็ถูกน้ำไหลบ่าเข้าท่วมจนเกือบมิดศีรษะ แต่โชคดีที่เธอตัดสินใจพาลูกๆ พร้อมเก็บข้าวของมีค่าต่างๆ ออกมาจากหมู่บ้านได้ทันเวลา แม้บางส่วนจำเป็นต้องยอมให้สูญหายไปกับสายน้ำก็ตาม

          "ตอนนี้ติ๊กมาอยู่ที่หมู่บ้านนิชดาธานีแถวแจ้งวัฒนะ ก็ยังเป็นจุดที่เสี่ยงกับน้ำท่วมอยู่ แต่เราเลือกที่จะอยู่ใกล้โรงเรียนลูกไว้ก่อน ถามว่าเศร้าหรือเปล่าเศร้านะแต่กำลังใจดีมากเพื่อนๆ โทรศัพท์มาหา ส่งข้อความมาให้กำลังใจ ทำให้เรารู้สึกว่าไม่โดนทิ้ง ซึ่งติ๊กคิดว่าเราโชคดีมากที่ออกจากบ้านได้ทันเวลา ถึงรถจะจมน้ำไป 3 คัน แต่ก็คิดว่าเรายังพอมีประกันถึงจะไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ก็เถอะ ติ๊ก จะพยายามคิดบวกตลอดจะไม่ตอกย้ำและซ้ำเติมตัวเอง อย่างบ้านน้ำท่วมซึ่งอยู่มา 10 ปีแล้ว ก็คิดซะว่าพอน้ำลดก็ถึงเวลาที่ควรจะทาสีใหม่ ทำพื้นใหม่ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้มาตั้ง 10 ปีคงได้เวลาเปลี่ยนสักที รู้สึกว่าเศร้าไปก็แก้ไขอะไรไม่ได้ท้ายที่สุด คือเราต้องสู้กันใหม่ แต่ถึงเราจะเศร้าแค่ไหนติ๊กจะไม่พยายามให้กระเทือนไปถึงลูกเด็ดขาด

          อย่างตอนที่พาลูกออกจากบ้านเขาร้องไห้เพราะไม่อยากทิ้งบ้านไป เราก็บอกเขาว่าลูกโชคดีนะที่ออกจากบ้านได้ทันเวลา ไม่ต้องหนีไปอยู่บนหลังคาบ้านเหมือนคนอื่น แถมยังมีบ้านมีที่นอนผ้าห่มให้หลับสบายเขาก็เข้าใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีกำลังใจที่ดี อยากให้ทุกคนมีกำลังใจต้องเชื่อว่า เราต้องผ่านพ้นวิกฤติเหล่านี้ไปได้ ไม่ว่าจะตะกุกตะกักแค่ไหนเราก็ต้องผ่านไปให้ได้ และการมีเพื่อนที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน ทุกวันนี้เพื่อนๆ ติ๊กหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้ตลอด เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อนเพิ่งจะจัดวิ่งการกุศลหาเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย พอเรามาเป็นผู้ประสบภัยเองทุกคนก็เห็นใจ เหมือนได้บุญมาเล็กๆ ทุกวันนี้จะบอกว่าตัวเองโชคดีมากทีเดียว" คุณแม่ยังสวยแจงเสียงใส

          พร้อมกับกล่าวเสริมด้วยว่า อยากให้ทุกคนดูตัวอย่างของเธอเอาไว้ เพื่อเป็นบทเรียนสอนว่าอย่าอยู่ในความประมาท ต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้เสมอ แม้จะไม่มีสัญญาณใดๆ บอกให้ต้องเตรียมตัวรับมือกับน้ำเหมือนกับครอบครัวของเธอก็ตาม

          สุดท้ายเจ้าของกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว" โดยฝ่ายภรรยา "คริสตี้" คริสติน่า เศรษฐบุตร เป็นตัวแทนสามีซึ่งป่วยจากความเครียดอันเนื่องมาจากสาเหตุข้างต้น เล่าถึงทุกข์ระทมที่ได้รับไม่แพ้ใคร ถึงแม้จะยังไม่จัดอยู่ในกลุ่มผู้ประสบภัยธรรมชาติครั้งนี้โดยตรง เนื่องจาก บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด อยู่บริเวณคลอง 4 อ.ธัญญบุรี จ.ปทุมธานี ถึงตอนนี้น้ำยังไม่ท่วมเหมือนหลายๆ คนที่กำลังประสบ ทว่าพนักงานส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่ในอำเภอคลองหลวง ซึ่งประสบปัญหาโดยตรงต้องหยุดงานดูแลทรัพย์สินและครอบครัวของตัวเอง

          ขณะเดียวกันตัวบริษัทก็อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในหลายๆ ด้าน จึงจำเป็นต้องหยุดการผลิตโดยสิ้นเชิง แน่นอนว่าย่อมสูญเสียรายได้ไปบ้างแต่ก็ถือว่ายังโชคดีกว่าอีกหลายๆ ท่าน ซึ่งครอบครัวเธอขอส่งกำลังใจไปให้ทุกคนด้วย

          ความทุกข์นานาประการเหล่านี้ คงสามารถลบคำพูดที่ว่า "คนรวยมีแต่สุข ไม่มีทุกข์" ได้เสียสนิทล่ะ...