
ผีโคตรเก่งเซอร์โวแหลก
'เฟอร์กี้' โวแหลก 'ผีแดง' มีศักยภาพขยับเข้าใกล้ 'เจ้าบุญทุ่ม' เข้าไปทุกที หลังนำทีมที่เหลือ 10 คน บุกสยบกาลาติ ของโรมาเนีย 2-0 จากการเหมายิงจุดโทษของ เวย์น รูนีย์ ที่พังสถิติเป็นนักเตะอังกฤษที่ทำประตูสูงสุดในถ้วยใบนี้ พร้อมยัน เนมันยา วิดิช สมควรโดนใบแดง
หลังจากที่ "ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คว้า 3 แต้มเป็นครั้งแรกในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนี้ ด้วยการบุกไปชนะ โอเทลุล กาลาติ จากโรมาเนีย 2-0 ในการลงเตะนัดที่ 3 กลุ่ม ซี เมื่อคืนวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา "เฟอร์กี้" อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือใหญ่ของทีมปีศาจแดง ได้ออกมากล่าวว่า ลูกทีมมีการพัฒนาการเล่นไปอีกระดับหนึ่ง ซึ่งถือเป็นการขยับเข้าไปใกล้ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ที่พวกเขาแพ้มาในรอบชิงชนะเลิศเมื่อปีก่อน 1-3 เข้าไปทุกขณะ
"เราได้ผู้เล่นหนุ่มเข้ามาเสริม ซึ่งนอกจากเป็นการเติมพลังให้ทีมแล้ว ยังเป็นการเติมในเรื่องของสปิริต ซึ่งทำให้ผมคิดว่าช่องว่างระหว่างเรากับบาร์เซโลนานั้น เหลืออยู่อีกไม่เท่าไหร่แล้ว"
เกมนี้ เฟอร์กี้ สร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้งด้วยการส่ง อันเดรียส ลินเดอการ์ด ลงเป็นนายทวารตัวจริงแทน ดาวิด เดอ เกีย ส่วนที่เหลือเป็นชุดใหญ่ล้วนๆ ทว่าฟอร์มการเล่นที่ออกมากลับไม่ดีเท่าไหร่ แม้ว่าจะเปิดเกมบุกใส่เจ้าถิ่นเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็แทบหาจังหวะทำประตูไม่เจอ กระทั่งมาได้ประตูนำในนาที 64 เมื่อ เซอร์จิอู คอสติน เจตนาใช้มือปัดบอลในเขตโทษ และเป็น เวย์น รูนีย์ สังหารจุดโทษไม่พลาด
อย่างไรก็ตามอีก 2 นาทีถัดมา แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 เมื่อ เนมันยา วิดิช ที่หายเจ็บกลับมาลงสนามอีกครั้ง เข้าสกัด กาเบรียล เกอจิอู อย่างถึงลูกถึงคน จนถูก เฟลิกซ์ บรีช ผู้ตัดสินชาวเยอรมันควักใบแดงไล่ออกจากสนาม ทำให้เจ้าถิ่นที่มีผู้เล่นมากกว่าโหมบุกหนักเกือบเสียประตูตีเสมอหลายหน ทว่าในนาที 89 ทีมผีแดงก็มาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะเมื่อ เวย์น รูนีย์ ถูก กาเบรียล เกอจิอู เกี่ยวล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษอีกหน พร้อมชักใบเหลืองที่ 2 ไล่ เกอจิอู ออกจากสนาม และเป็นรูนีย์ลุกมาซัดจุดโทษเองไม่พลาดอีกเหมือนเดิม ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายชนะไป 2-0
จากชัยชนะนัดนี้ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด มี 5 แต้ม จาก 3 นัด ตามหลัง เบนฟิกา จากโปรตุเกส ที่บุกชนะบาเซิลของสวิตเซอร์แลนด์ 2-0 จากการยิงของ บรูโน เซซาร์ และออสการ์ คาร์โดโซ นาที 20, 75 อยู่ 2 คะแนน ส่วนบาเซิลมี 4 แต้มเท่าเดิม ขณะที่กาลาติยังไม่มีแต้ม
หลังแข่ง เฟอร์กี้ ยังกล่าวย้ำว่า ชัยชนะที่ได้มาในนัดนี้ไม่เกี่ยวกับโชค แต่มาจากการเล่นของลูกทีมที่ทำได้ดีกว่าเจ้าถิ่น พร้อมยืนยันว่าจะไม่อุทธรณ์โทษใบแดงของวิดิชที่หลายคนมองว่าเป็นการตัดสินที่รุนแรงเกินไป แต่ตัวเขาเองกลับเห็นว่าเป็นการตัดสินที่เหมาะสมแล้ว
ขณะเดียวกันจาก 2 ประตูที่ เวย์น รูนีย์ ทำได้ในเกมนี้ ยังทำให้เขากลายเป็นนักเตะอังกฤษที่ทำประตูได้สูงสุดในถ้วยใบนี้ 26 ลูก แซงหน้า พอล สโคลส์ อดีตรุ่นพี่ในทีมปีศาจแดง ที่ทำได้ 24 ลูกอีกด้วย
ส่วนกลุ่ม เอ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ คว้าชัยนัดแรกในรายการนี้ได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านชนะบียาร์รีล จากสเปน 2-1 โดยทีมเยือนได้ประตูนำก่อนจาก คานี นาที 4 ก่อนที่ทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเมืองผู้ดีจะมาแซงชนะจากการทำเข้าประตูตัวเองของ คาร์ลอส มาร์เชนา นาที 43 และเซอร์จิโอ "กุน" อกูเอโร ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง นาที 90 ขณะที่อีกคู่ นาโปลี จากอิตาลี เสมอ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค จากเยอรมนี 1-1 โดยทีมเยือนนำก่อนจาก โทนี ครูส นาที 2 ก่อนที่เจ้าบ้านจะตีเสมอจากการทำเข้าประตูตัวเองของ โฮลเกอร์ แบดสตูเบอร์ นาที 39 สายนี้ บาเยิร์น มี 7 แต้ม ตามด้วยนาโปลี 5 แต้ม แมนฯ ซิตี้ 4 แต้ม ส่วนบียาร์รีล ไม่มีแต้ม
สาย บี "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ของอิตาลี บุกเฉือน ลีลล์ ของฝรั่งเศส 1-0 จาก จิอัมเปาโล ปาซซินี นาที 21 ส่วนอีกคู่ ซีเอสเคเอ มอสโก ของรัสเซีย เปิดบ้านพิชิต แทรบซอนสปอร์ ของตุรกี 3-0 จาก เซย์ดู ดอมเบีย นาที 29, 86 และอเลกซานเดอร์ คูนา นาที 76 สายนี้ อินเตอร์ มี 6 แต้ม ตามด้วย ซีเอสเคเอ กับ แทรบซอนสปอร์ มี 4 แต้มเท่ากัน ขณะที่ลีลล์ มี 2 แต้ม
สาย ดี "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด จากสเปน เฝ้าซานติอาโก เบอร์นาบิว ถล่ม ลียง ของฝรั่งเศส 4-0 จากการดาหน้าซัลโวของ คาริม เบนเซมา, ซามี เคดิรา, การทำเข้าประตูตัวเองของ ฮูโก ยอริส และ เซอร์จิโอ รามอส นาที 19, 47, 55 และ 81 ตามลำดับ ขณะที่ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ของฮอลแลนด์ บุกชนะ ดินาโม ซาเกร็บ ของโครเอเชีย 2-0 จาก เดิร์ก บัวร์ริกเตอร์ กับ คริสเตียน อีริคเซน นาที 49, 90 สายนี้ มาดริด มี 9 แต้มเต็ม ตามด้วย อาแจ๊กซ์ กับ ลียง มี 4 แต้มเท่ากัน ส่วนซาเกร็บ ยังไม่มีแต้ม



