
ขาดกับเกิน
ขาดกับเกิน : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกล
เกิดเป็นมนุษย์แล้ว สิ่งที่หาได้ยากยิ่งก็คือความพอดี เพราะแต่ละคนล้วนมีอะไรที่ถ้าไม่ขาดไปก็เกินไปเสมอ ตั้งแต่รูปร่างที่ผอมไปหรืออ้วนไป หนำซ้ำบางคนที่ผอมก็ยังอยากจะอ้วน ส่วนคนที่อ้วนก็อยากจะผอม อากาศที่ร้อนไปหรือหนาวไปจนต้องเสียเงินซื้อเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องทำความอบอุ่น จนถึงฝนฟ้าที่น้อยไปหรือมากไป เมื่อใดที่ฝนน้อยก็มีปัญหาเรื่องความแห้งแล้ง เมื่อใดที่มีฝนมากก็เจอกับปัญหาน้ำท่วม อย่างที่พูดกันว่า “ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่า” ซึ่งในสมัยก่อนผู้ที่รับหน้าในเรื่องความขาด-เกินของปริมาณน้ำฝนก็คือเทวดา ซึ่งการเรียกร้องเอาแต่ใจตัวเองของมนุษย์เป็นดังบทเพลงที่ร้องกันว่า “ฟ้าทนรำคาญสวรรค์ทนลำเค็ญ มนุษย์ปากเหม็นเคี่ยวเข็ญเทวดา”
มาถึงยุคนี้สมัยนี้ เทวดามีอยู่แต่ในนิทานสำหรับเด็ก ดังนั้นผู้ที่จะต้องรับหน้าในความขาด-เกินต่างๆ ของผู้คน ก็คือเจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ ไล่เรียงกันตามลำดับชั้นตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี ผอ.กอง จนถึงระดับล่างๆ ซึ่งถ้าคิดกันง่ายๆ ว่า เรื่องขาดๆ เกินๆ เหล่านี้ ในสมัยโบราณแม้แต่เทวดาที่มีฤทธิ์มีเดช มีสี่หน้าพันมือก็ยังโดนมนุษย์ปากเหม็นแช่งด่าเสียยับเยินมาแล้ว ประสาคนธรรมดาสองมือสองเท้าจะสามารถตอบสนองความต้องการหรือแก้ไขความเดือดร้อนของทุกๆ คน ในทุกๆ แห่งได้อย่างไร?
ในอดีต เสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก ก็เป็นเรื่องที่ได้รับการเรียกร้องกันทั่วไป ว่าถูกจำกัด หรือมีก็เพียงน้อยนิด แต่โลกในปัจจุบันนี้เป็นโลกของข่าวสารและระบบการสื่อสารที่รวดเร็ว และใครก็ได้สามารถที่จะเป็นแหล่งข่าวหรือกระจายข่าวได้ในวงกว้าง แต่สิ่งที่มากับความก้าวหน้าทางวิทยาการก็คือ การนำเสนอข่าวหรือความคิดเห็นที่ขาดการตรวจสอบไตร่ตรอง บางครั้งก็เป็นเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก และทัศนคติส่วนตัว ที่ปราศจากความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผู้อื่น จนทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า เสรีภาพในด้านนี้ ณ เวลานี้ มีมากจนเกินไปหรือเปล่า และจะมีวิธีใดที่จะสอดส่องดูแล หรือปลูกจิตสำนึกที่ถูกต้องต่อประชากรในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเขียนและส่งข้อความที่เป็นเท็จ ไม่สร้างสรรค์ ยั่วยุให้เกิดความแตกแยก และการล่วงละเมิดผู้อื่น
ในช่วงนี้ เราคงได้พบได้เห็นข้อความที่ออกมาโจมตีหรือกล่าวหาบุคคลต่างๆ ตามสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายเหล่านั้นมีตั้งแต่คนในรัฐบาล นักวิชาการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักธุรกิจ ตลอดจนสื่อมวลชน ซึ่งบางประเด็นก็เป็นปัญหาด้านนโยบาย บางประเด็นก็เป็นปัญหาในทางปฏิบัติ บางประเด็นก็เป็นความคับข้องใจ แต่บางประเด็นก็เป็นแค่ความรู้สึกหมั่นไส้หรือเหม็นหน้าเป็นการส่วนตัว จนน่าวิตกว่าภัยที่รุนแรงกว่าน้ำท่วมก็คือภัยจากข้อความเลื่อนเปื้อนที่กำลังท่วมจอคอมพิวเตอร์อยู่ในเวลานี้ เพราะภัยจากน้ำนั้นต่อให้มากมายเพียงไร เมื่อน้ำลดแล้วก็สามารถบูรณะฟื้นฟูให้คืนสู่สภาพปกติได้ แต่ภัยจากน้ำคำรุนแรงกว่านั้น เพราะความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากคำพูดที่ทำร้ายและทำลายจิตใจเหล่านั้น เกินกำลังที่จะเยียวยาได้ง่ายๆ
เวลานี้ทุกคนต่างก็เดือดร้อน ทุกคนต่างก็เหน็ดเหนื่อยเคร่งเครียด และทุกคนต่างก็ทุ่มเทในการทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้ว ความผิดพลาดบกพร่องที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องปกติสำหรับการแก้ไขปัญหาที่ใหญ่โตขนาดนี้ เวลานี้คนไทยทั้งประเทศต่างก็ลงเรือลำเดียวกัน และช่วยกันจ้ำช่วยกันพายให้ผ่านพ้นคลื่นลมที่รุนแรงไปให้ได้
คนไหนที่ไม่ได้ช่วยพายก็ไม่ว่าอะไร แต่อย่าได้เอามือหรือเท้าราน้ำเลยครับ



