
ประตูน้ำพระยาบรรลือ-พิมลราชล้น
น้ำล้นประตูน้ำพระยาบรรลือ-พิมลราช ทะลักเข้าท่วมบางบัวทองอีก นครสวรรค์น้ำลดเปิดถนนพหลโยธินให้รถสัญจรได้ตามปกติอแล้ว คนอพยพเข้าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ยอดผู้พักพิงยังน้อย 248 ราย
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 18 ต.ค.2554 มวลน้ำที่มาจาก จ.ปทุมธานี ได้ล้นประตูระบายน้ำพระยาบรรลือ และประตูระบายน้ำพิมลราช ใน เขต อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ส่งผลให้น้ำเริ่มไหลเข้าท่วมหลายพื้นที่ใน อ.บางบัวทอง เป็นวงกว้าง ทั้งนี้สถานการณ์น้ำท่วมบริเวณ อ.บางบัวทอง บริเวณถนนเข้าสู่ อ.ไทรน้อย ระดับน้ำอยู่ที่ 50 ซ.ม. รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ มีเพียงรถขนาดใหญ่เท่านั้น ที่ยังคงเข้า-ออกเส้นทางนี้ได้
นครสวรรค์เปิดถนนพหลโยธินรถสัญจรปกติ
ที่จังหวัดนครสวรรค์เมื่อเช้าประชาชนสามารถสัญจรไป-มาด้วยยวดยานทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ บนถนนพหลโยธินได้แล้ว ยกเว้นเรือ เนื่องจากทหารสามารถปิดกั้นน้ำที่ไหลออกจากตัวตลาดปากน้ำโพข้ามถนนพหลโยธินไปท่วมศูนย์ราชการได้สำเร็จ นับว่าลดความแออัด และทำให้เกิดความสะดวกคล่องตัวในการสัญจรเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังมีรถติดในบางช่วง แม้ว่าจะยังเปิดได้เพียงเส้นทางขาขึ้นได้อย่างเดียว ให้รถวิ่งสวนทางกัน เพราะว่าในช่องทางขาล่องถูกทำเป็นคันกั้นน้ำ
ส่วนบนถนนพหลโยธิน ตั้งแต่สี่แยกเดชาติวงศ์ถึสามแยกเวียงดอย ทหารระดมเครื่องจักรกลทำคันกั้นน้ำที่ไหลออกจากตลาดปากน้ำโพ ที่ไหลไปท่วมศูนย์ราชการได้สำเร็จ ทำให้ถนนพหลโยธินขาล่องถูกทำเป็นคันกั้นน้ำตลอดแนว และเกาะกลางถนนหายไปเนื่องจากบางส่วนถูกตักดินเพื่อเอาไปใส่ท่อทำแนวกั้นน้ำ เป็นภาพที่แปลกตาของผู้ผ่านทาง แต่ทำให้สามารถเปิดการจราจรได้แล้ว รถทุกชนิดสามารถวิ่งผ่านได้ แต่การจราจรยังไม่คล่องตัวอย่างเคย ตั้งแต่เช้ามีผู้สัญจรไปมาจำนวนมากหลังจากที่ถนนพหลโยธินถูกปิดและเปิดในบางช่วงเป็นเวลาหลายวัน
เมื่อเวลา 07.30 น.ที่หน้าห้างบิ๊กซี สาขานครสวรรค์ บริเวณสี่แยกเดชาติวงศ์ ระดับน้ำเริ่มลดหลังจากที่ทหารสามารถทำคันกั้นน้ำบนถนนพหลโยธินได้สำเร็จ โดยทางสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 ช่วยกันทำสะพานไม้เป็นระยะทางยาวเกือบ 2 กิโลเมตร ตามแนวถนนสวรรค์วิถี จากสี่แยกเดชาติวงศ์ไปยังศูนย์ราชการ ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อให้ประชาชนและข้าราชการสามารถเดินทางด้วยเท้าไปติดต่อราชการ ไปทำงานได้ โดยมีหน่วยทหารจัดเรือไว้ให้บริการเช่นกัน แต่ไม่มีผู้ใดสนใจใช้บริการเรือ ต่างใช้การเดินเท้าบนสะพานไม้ตั้งแต่เช้า ระดับน้ำบนถนนสวรรค์วิถีที่หน้าโรงเรียนเซนต์โยเซฟนครสวรรค์ ยังมีความสูงประมาณ 50-70 ซม.
ตั้งแต่เช้าการจราจรผ่านตัวเมืองนครสวรรค์เริ่มคล่องตัวขึ้นหลังจากที่ทหารสามารถทำคันกั้นน้ำได้สำเร็จ ทำให้สามารถใช้ถนนพหลโยธินสัญจรได้เพียงขาขึ้นเท่านั้น ส่วนการบริการประชาชน หน่วยราชการต่างๆ ทั้งทหาร แขวงการทาง ยังจัดรถให้บริการรับส่งประชาชน จากสี่ยแยกจิระประวัติมาสี่แยกเดชาติวงศ์ จากสี่แยกเดชาติวงศ์ไปสามแยกเวียงดอย ไปตลาดปากน้ำโพ จากตลาดศรีนคร ตลาดสะพานดำมาสี่แยกเดชาติวงศ์ โดยประชาชนส่วนใหญ่ยังใช้บริการของรถทหารและแขวงการทาง เนื่องจากสภาพการจราจรยังติดขัด ไม่สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูง และในบางจุดบนถนนพหลโยธินยังมีน้ำท่วมขังอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าน้ำยังเป็นปัญหาสำคัญในการดำรงชีวิตยามน้ำท่วม เนื่องจากโรงผลิตประปาของเทศบาลนครนครสวรรค์ม้ว่าจะทำการซ่อมได้แล้ว 3 โรงแต่ยังไม่สามารถผลิตน้ำได้เต็มที่เหมือนเดิม ประชาชนชาวตลาดปากน้ำโพ ผู้อพยพตามศูนย์ฯต่างๆและผู้ประสบภัยน้ำท่วมยังต้องหาน้ำดื่มน้ำใช้ โดยมีการให้บริการจากส่วนราชการต่างๆที่น้ำรถน้ำมาแจก เช่นเทศบาลตำบลศาลเจ้าไก่ต่อ อ.ลาดยาว เทศบาลตำบลหนองกรด อ.เมือง อบต.วังน้ำลัด อ.ไพศาลี การประปาส่วนภูมิภาค เขต 10 ซึ่งมีผู้นำรถยนต์ใส่โอ่งน้ำ ใส่ถังพลาสติกมาเข้าคิวรอการแจกน้ำที่บริเวณหน้าศูนย์เครื่องมือกล อบจ.นครสวรรค์ ข้าง รร.ประชานุเคราะห์ ถนนมาตุลี
สถานการณ์น้ำท่วมที่ปากน้ำโพยังหนัก ประชาชนที่ติดอยู่ตามบ้านจำนวนมาก ยังต้องการความช่วยเหลืออาหาร น้ำ และถุงยังชีพ ขณะที่ความช่วยเหลือจากหน่วยงานยังไปไม่ทั่วถึง บางบ้านถูกเว้นช่วงการช่วยเหลือไปนาน และไม่สามารถติดต่อกับบุคคลภายนอกได้เนื่องจากไฟฟ้าดับแบตเตอรี่โทรศัพท์หมด
ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยของเทศบาล แจ้งว่า เมื่อค่ำวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้ลงเรือไปช่วยย้ายประชาชนออกจากบ้านที่ชุมชนรณชัย ขณะที่กำลังเคลื่อนย้ายอยู่นั้นได้มีงูเหลือมตัวขนาดเท่าแขนเลื้อยเข้าไปรัดขาอย่างรวดเร็ว ต้องช่วยกันแกะงูออกอยู่เป็นเวลานาน ทำให้ทีมงานตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้การทำงานช่วงค่ำต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น นอกจากนี้คนขับเรือรับจ้างจาก ต.เกรียงไกร แจ้งว่า พบจระเข้ตัวยาวราว 1.2 ม.ที่ตลาดสดเทศบาล 2 ตัว และคนขับเรือพบจระเข้อีก 1 ตัวที่ตลาดศรีนคร เมื่อเจ้าหน้าไปถึงก็ไม่พบจระเข้ดังกล่าวแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นจระเข้ที่หลุดมาจากฟาร์มและน่าจะมีอีกหลายตัว
ส่วนที่ศูนย์อพยพวิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ ยังมีผู้อพยพทยอยเข้าไปอีกล่าสุดมีผู้อพยพ 1,539 คน อาหารเมื้อเช้าทางศูนย์ฯ สั่งข้าวต้มเครื่องไปเลี้ยง 6 หม้อใหญ่ทุกวัน อาหารมื้อกลางวันได้รับการสนับสนุนจาก นางดลฤดี ติยะโสภณจิตร นายกเทศมนตรี ต.หนองบัว และนายพงษ์อินทร์ ติยะโสภณจิตร นายก อบต.หนองกลับ อ.หนองบัว และน้ำดื่มตราสิงห์ ไปเปิดโรงครัวทำอาหารเลี้ยงกลางวัน และอาหารมื้อเย็นทุกวัน พระครูสมุห์ณรงค์ โฆสิตธัมโม สำนักงานปฏิบัติธรรมเทพนิมิต อ.เมืองนครสวรรค์ เปิดทำครัวที่สำนักสงฆ์เมื่อทำอาหารเสร็จแล้วก็นำไปแจกจ่ายที่ศูนย์ฯ ดังนั้น หากใครที่จะบริจาคสิ่งของติดต่อโดยตรงที่ พระครูสมุห์ณรงค์ โทร.089-562-1266 ส่วนแพทย์ประจำศูนย์ฯ มาจาก รพ.จริน และ รพ.เชียงกราน จ.น่าน ได้ไปเปิดรักษาคนที่เจ็บป่วยเล็กน้อย ผู้ป่วยหนักที่จะต้องส่งต่อยังไม่มี ที่ศูนย์ฯ วัดวรนาถบรรพต ศูนย์ฯ ร.ร.นครสวรรค์ และศูนย์ฯ ร.ร.อนุบาลเมืองฯ ได้มีการแจกจ่ายถุงยังชีพพระราชทานกว่า 600 ชุด
ทั้งนี้ที่ศูนย์อพยพวิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ เมื่อคืนที่ผ่านมาทางค่ายจิรประวัติได้จัดส่งดนตรีไปแสดงเพื่อให้ผู้อพยพได้คลายเครียด และทางศูนย์ฯ ก็ได้ติดตั้งคาราโอเกะให้ผู้อพยพได้ร้องเพลงคลายเครียดด้วย โดยเปิดให้ร้องเพลงช่วงเที่ยง 1 ชม.และช่วงหัวค่ำอีก 2 ชม.ทุกวัน ทางเทศบาลได้ส่งเครื่องผลิตน้ำดื่มไปบริการตามจุดต่างๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระดับน้ำในตัวตลาดปากน้ำโพเริ่มมีระดับลดลงราว 20 ซม. การจราจรเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นรถยนต์สามารถผ่านได้สะดวกมากยิ่งขึ้น อาทิ สี่แยกเดชาติวงศ์-ปั๊มเอสโซ่ สี่แยกเดชาติวงศ์-ศาลากลางจังหวัด สี่แยกสันคู-ถนนพหลโยธิน และหน้าศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 6 คาดว่าอีกไม่กี่วันน้ำน่าจะแห้งทั้งหมด ผิวจราจรพบชำรุดเสียหายเป็นช่วงๆ ขณะนี้น้ำท่วมขังมาเป็นวันที่ 10 แล้วน้ำที่ขังอยู่ตามบ้านเรือนและตามชุมชนแออัดเริ่มส่งกลิ่นเหม็น ระดับน้ำที่บริเวณศาลากลางจังหวัดและส่วนราชการต่างๆ ลดระดับลงไปมากเหลือราว 50-80 ซม. ข้าราชการเริ่มเดินเข้าไปทำงานกันบ้างแล้วด้วยสะพานไม้
ช่วงบ่ายเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.ชฎิล พรหมไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ พร้อมด้วย พตอ.พันธุ์เทพ ถึงทรัพย์ ผกก.สภ.หนองปลิง และคณะนำเครื่องยังชีพใส่ถุงปุ๋ย ถุงดำ แล้วนำขึ้นฮอของตำรวจไปแจกจ่ายประชาชนที่บ้านพนมรอก บ้านวังใหญ่ บ้านหนองละมาน อ.ท่าตะโก ซึ่งเป็นผู้ประสบภัยที่ถูกน้ำท่วมมานาน 2 เดือนแล้ว ไม่มีถนนผ่าน อยู่ไกล เรือเข้าไปไม่ถึง ต้องใช้ฮอนำไปส่งแล้วหาลานจอดหรือหย่อนถุงยังชีพลงน้ำให้ประชาชนเก็บไปประทังชีวิตยามน้ำท่วม
สำหรับสภาพการจราจร จากการบินตรวจทางอากาศพบว่าการจราจรติดขัดเป็นทางยาวหลายกิโลเมตรทั้งขาขึ้นและขาล่อง เนื่องจากนายชัยโรจน์ มีแดง ผวจ.นครสวรรค์ ประกาศว่าจะเปิดเส้นทางถนนพหลโยธินให้รถวิ่งได้ในเวลา 09.00 น.วันที่ 18 ตุลาคมนี้ โดยช่วงเช้ายังเปิดให้รถวิ่งตามปกติ แต่พอช่วงสายนายชัยโรจน์สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารให้ปิดถนนอย่างเด็ดขาด ห้ามรถทุกชนิดผ่าน ทำให้การจราจรติดอย่างหนัก โดยนายชัยโรจน์ให้เหตุผลว่าจะให้เจ้าหน้าที่ทหารและทางหลวงชนบทเร่งทำคั้นกั้นน้ำให้สมบูรณ์แข็งแรง เมื่อมีรถวิ่งจะทำงานไม่สะดวก สุดท้ายบรรดาคนขับรถต่างไม่พอใจที่รอนาน จึงเกิดมีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่จราจร จึงต้องยอมเปิดทางให้รถวิ่งได้ในบางช่วงก่อนที่จะปิดแล้วเปิดแล้วปิด สร้างความวุ่นวายทางการจราจรให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างหนัก ต้องรอนาน 3 -6 ชั่วโมง
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในตัวตลาดปากน้ำโพ พลังจากที่น้ำในแม่น้ำปิง แม่น้ำน่านเริ่มลดลง ทำให้คันกั้นน้ำที่ถูกน้ำท่วมเริ่มโผล่พ้นน้ำ นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ จัดส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าซ่อมแซมคันกั้นน้ำที่พังและคาดว่าจะแล้วเสร็จในคืนน้ำ หลังจากนั้นจะเร่งทำการสูบน้ำออกจากตัวตลาดปากน้ำโพทันที ซึ่งคาดว่าการสูบน้ำจะใช้เวลาไม่เกิน 1สัปดาห์ จะสามารถค้าขายได้ แต่อาจต้องมีการบูรณะ ซ่อมแซม ปรับปรุงล้างตลาดปากน้ำโพทั้งเมือง
คนอพยพเข้าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะยอดผู้พักพิงยังน้อย248ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมบริเวณอาคารห้องประชุม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ล่าสุดมีผู้ประสบภัยเข้าพักพิงเพียง 248 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ประสบภัยที่ย้ายมาจากศูนย์อพยพมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและรอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ทั้งนี้ บริเวณศูนย์สามารถรองรับผู้พักพิงได้ 1,000 คน แบ่งเป็น 3 เฟส ซึ่งจัดเตรียมเครื่องนอนและอุปกรณ์ของใช้ประจำตัวไว้ครบถ้วนทั้ง ที่นอน หมอน ผ้าห่ม เสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวเช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ขันน้ำ โดยมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)และอาสาสมัครคอยอำนวยความสะดวก หากผู้พักพิงต้องการอยู่เป็นครอบครัวก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อจัดที่อยู่ในจุดเดียวกัน หรือในส่วนประชาชนที่เป็นชาวมุสลิมก็ได้จัดเตรียมห้องละหมาดไว้เป็นการเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลรามาธิบดี และอาสาสมัครคอยเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือ
ด้านนายบุญส่ง ฉางแก้ว อายุ 64 ปี ชาวบ้านชุมชนสมประสงค์ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตนเพิ่งอพยพออกจากชุมชนย่านปทุมธานี หลังพยายามต่อสู้กับภาวะน้ำท่วมทั้งการทำแนวกั้นและสูบน้ำออก แต่เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงตัดสินใจเอาชีวิตรอดด้วยการออกมาอยู่นอกพื้นที่ ซึ่งได้รับการแนะนำจากคนรู้จักให้ย้ายมาที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพราะไม่ไกลจากบ้านมาก และยังมีคนเข้าพักพิงจำนวนไม่มาก ทั้งนี้ ตนอยากให้ประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่เสี่ยงออกมาอยู่ในศูนย์อพยพหรือพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งค่อนข้างเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนไว้อย่างดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากการจัดสถานที่พักพิงแล้วบริเวณอาคารหอประชุม ศูนย์ราชการฯ ยังได้จัดพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง และเริ่มมีกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายความเครียดของเด็กและผู้ใหญ่ โดยในส่วนของเด็ก อาสาสมัครของกลุ่มศิลปะบำบัดเคลื่อนที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้แบ่งพื้นที่ให้เด็กสามารถทำกิจกรรมวาดรูปและงานฝีมือ ขณะเดียวกันยังมีการแสดงดนตรีบำบัดโดยนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ สับเปลี่ยนกันนำเครื่องดนตรีมาบรรเลงลดบรรยากาศความเครียด
นายขวัญชัย ชะยูเด่น นักศึกษา ปี 3 คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกดุริยางคศิลป์ไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาสาสมัครกลุ่มศิลปะบำบัดเคลื่อนที่ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มดนตรีบำบัดจะไปเล่นดนตรีให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งยอมรับว่าการเล่นดนตรีให้ผู้ป่วยกับผู้ประสบภัยฟังนั้นแตกต่างกันมาก การเล่นดนตรีให้ผู้ประสบภัยที่อยู่ในอาการเครียดจำเป็นต้องทำการบ้านก่อน เพราะหลายคนอยู่ในอารมณ์ที่แตกต่างกัน บางคนไม่พร้อมที่จะรับฟังเสียงดนตรีในภาวะนี้ แต่บางคนพอใจที่จะฟังเสียงเพลง เพราะมองว่าทำให้คลายความเครียดได้ ดังนั้น ตนจึงต้องคอยสังเกตความพร้อมของผู้ประสบภัยที่เป็นผู้ฟังด้วย เพราะตั้งใจที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกดีขึ้น
“ ที่ศูนย์อพยพมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ มีผู้พักพิงคนนึงเดินมาบอกว่าหยุดเล่นเถอะ เพราะทำใจไม่ได้ ได้ยินเสียงกู่เจิ้งแล้วรู้สึกว่าเหมือนเสียงสายน้ำไหล ทำให้เค้ารู้สึกแย่ลง ผมก็ต้องหยุดเล่นแล้วเปลี่ยนเพลงใหม่ ” อาสาสมัครกล่าว
อปพร.บางละมุงเปิดจุดรับบริจาคช่วยน้ำท่วม
ที่บริเวณลานโพธิ์ตลาดเก่านาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายเชาวลิต แสงอุทัย นายอำเภอบางละมุง ร่วมเปิดจุดรับบริจาคเงินและเครื่องอุปโภค-บริโภค เพื่อนำไปช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ศูนย์ อปพร.บางละมุง ได้จัดตั้งขึ้น ซึ่งจะเปิดรับบริจาค 2 จุด คือ บริเวณลานโพธิ์ตลาดเก่านาเกลือ และที่ว่าการอำเภอบางละมุง
โดยนายปรีชา อับดุลย์เด๊ะ อายุ 42 ปี อาชีพช่างตัดผม ผู้ประสบภัยน้ำท่วมรายหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้านจาก อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้เดินทางมารับมอบสิ่งของเครื่องใช้ เช่นข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค และเรือ ที่ได้รับการสนับสนุนโดย โรงแรมเจเอ วิลล่า เพื่อนำไปใช้ภายในหมู่บ้าน ซึ่งนายปรีชา เปิดเผยว่า หมู่บ้านอยู่บริเวณริมคลองแขยด และได้ประสบภาวะน้ำท่วมมาเป็นระยะเวลา 1 อาทิตย์มาแล้ว โดยการช่วยเหลือยังเข้าไปไม่ถึง ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเป็นจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะขณะนี้ต้องการเรือและน้ำดื่มเป็นอย่างมาก จึงเดินทางมารับสิ่งของที่ประชาชนบริจาคเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่อยู่ในชุมชน และต้องขอขอบพระคุณชาวนาเกลือ อ.บางละมุง เป็นอย่างมาก ที่ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้



