ข่าว

'การสื่อสาร'จะช่วยให้เราฝ่าวิกฤติน้ำท่วมได้อย่างไร ?

'การสื่อสาร'จะช่วยให้เราฝ่าวิกฤติน้ำท่วมได้อย่างไร ?

19 ต.ค. 2554

เล่าสู่กันฟัง : 'การสื่อสาร'จะช่วยให้เราฝ่าวิกฤติน้ำท่วมได้อย่างไร ? โดย....บัญญัติ คำนูณวัฒน์

      กว่า 4 เดือนแล้ว ที่ประเทศไทยยังคงผจญกับภัยน้ำท่วมครั้งยิ่งใหญ่  "น้ำ" ภัยธรรมชาติที่ยากต่อการควบคุมซึ่งทำให้คนไทยกว่าเกือบ 30 จังหวัดต้องเดือดร้อนกว่า 300 ชีวิตที่ต้องสูญเสียไม่รวมผู้ที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย ในขณะที่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงก็ต่างตื่นตระหนกเฝ้าระวัง และซื้ออาหารและน้ำดื่มกักตุนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยที่กำลังจะมาถึง

      น้ำท่วมครั้งนี้ นับเป็นภัยครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี ที่เริ่มแรกดูเหมือนจะควบคุมได้ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นปัญหาบานปลาย และยังไม่มีทีท่าว่าจะควบคุมได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการคาดไม่ถึงว่าจะมีมวลน้ำมากถึงเพียงนี้ เลยส่งผลให้การสื่อสารในตอนแรกๆ ไม่ครบถ้วน ทำให้ประชาชนไม่ได้เตรียมตัวป้องกันมากนัก ครั้นเวลาผ่านไปและเหตุการณ์บานปลายไปมากทำให้ต่างคนต่างฝ่ายออกมาเตือนประชาชนกันอย่างล้นหลาม ต่างกรรมต่างวาระและต่างเนื้อหา ก่อให้เกิดสิ่งที่ฝรั่งเขาเรียกว่า flood of information หรือการสื่อสารชนิดน้ำท่วม คือ การสื่อสารที่มากเกินไป ก็ทำให้ผู้คนเกิดความตื่นตระหนก วิตกจริต และเฝ้าระวังอยู่ที่บ้านจนไม่เป็นอันทำอะไร

      จริงอยู่การสื่อสารคงไม่สามารถป้องกันภาวะน้ำท่วมได้ แต่สามารถผ่อนหนักเป็นเบา ป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งๆ ขึ้นได้ เพราะในยามที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติ การสื่อสารจะเป็นเครื่องมือที่จะช่วยทำให้ทุกคนรู้และเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดความร่วมไม้ร่วมมือที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่นเดียวกับภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ ไม่ว่าจะสื่อสารน้อยไป หรือสื่อสารมากไป ก็ล้วนแล้วแต่มีผลเสียทั้งสิ้น หากปราศจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการสื่อสารยามวิกฤติ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ใช่ใครก็จะสามารถมานั่งบริหารได้ 

      เพราะการสื่อสารในยามวิกฤติมีความลึกซึ้งมากกว่าวิธีการสื่อสารแบบธรรมดา ที่ต้องมีการวางแผนเชิงกลยุทธ์ มีการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ชัดเจน และรวดเร็ว เพื่อให้ข่าวสารที่ออกมาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ป้องกันการสับสน การเข้าใจผิด และการตื่นตระหนกของผู้รับสารที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

      หากเป็นไปได้อย่างเร็วๆ ขณะนี้ก็คือ ควรมีการรวมศูนย์ข้อมูล ซึ่งไม่ได้แค่เฉพาะข้อมูลข่าวสารเท่านั้น แต่รวมไปถึงผู้ที่มีความสามารถในการสื่อสารต่อ หรือสามารถบอกต่อไปยังกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม ซึ่งใช้วิธีการและเครื่องมือการสื่อสารที่แตกต่างกัน อาจเป็นคนที่เป็นตัวแทนแต่ละชุมชน เช่น อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร เพื่อนำข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากศูนย์กลางไปสื่อสารกับชาวบ้านและชุมชนในพื้นที่ด้วยภาษาที่คุ้นเคยและเข้าใจง่าย ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการเตรียมพร้อม รับมือ แก้ปัญหา และช่วยเหลือกัน โดยลดความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นจากความเข้าใจผิด จนก่อให้เกิดความเสียหายที่มากขึ้นกว่าเดิมตามมา เพราะผู้ที่เดือดร้อนยามนี้ คงไม่มีใครมีโอกาสได้มาดูโทรทัศน์ ก็เลยไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ฯลฯ

      บางครั้งด้วยความหวังดีในการช่วยกันส่งข้อมูลข่าวสารเรื่องภัยน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ สื่อมวลชน ภาคเอกชน และชาวโลกออนไลน์ทั้งหลาย ทำให้ข่าวสารที่ออกมาหลากหลายมาก ทำให้ผู้ที่รับสารเกิดความสับสน และตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ จนบางคนไปซื้อของกักตุนไว้เกินความจำเป็น ทำให้สินค้าขาดตลาด และมีไม่เพียงพอที่จะส่งไปช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยจริงๆ ดังนั้น กรณีข่าวสารที่ตัวเองส่งออกไปคลาดเคลื่อน หรือผิดพลาด ก็ควรรู้จักแสดงความรับผิดชอบด้วยทุกครั้ง เช่น การสำนึกผิด การแสดงตัวออกมายอมรับผิด การกล่าวขอโทษ และการแก้ไข

      ยังไม่สายเกินไป หากตอนนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องในหน่วยงานต่างๆ รู้แล้วว่า ยังมีจุดไหนที่ต้องเพิ่มเติม ปรับปรุง และแก้ไข เพื่อช่วยทำให้ประเทศไทยของเราดีขึ้นในเร็ววันนี้ รีบมาช่วยกันอุดรอยรั่วที่เกิดขึ้นจากการความผิดพลาดอันเนื่องมาจากการสื่อสารกันเถอะครับ

 

------------------------------

(เล่าสู่กันฟัง : 'การสื่อสาร'จะช่วยให้เราฝ่าวิกฤติน้ำท่วมได้อย่างไร ? โดย....บัญญัติ  คำนูณวัฒน์)