บริษัทญี่ปุ่น400แห่งได้รับความเสียหาย
สถานะการณ์น้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรม ได้สร้างความเสียหายกับบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยมากกว่า 400 แห่ง ขณะที่หลายบริษัทจำเป็นต้องปิดกิจการชั่วคราว
สถานะการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นกับนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง สร้างความเสียหายกับบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยมากกว่า 400 แห่ง เรื่องนี้ทำให้บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน ไม่สามารถที่จะส่งสินค้าได้ตรงตามเวลา ขณะที่บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ใหญ่ๆ ของญี่ปุ่นในไทย ก็จำเป็นต้องปิดกิจการชั่วคราว
บริษัทญี่ปุ่น 430 บริษัท ได้รับความเสียหายจากน้ำที่ทะลักเข้าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 5 แห่งในอยุธยาและที่นวนคร โดยที่นวนครเป็นที่ตั้งของโรงงานกว่า 190 โรงงาน และในจำนวนนั้นเป็นบริษัทญี่ปุ่นถึง 100 แห่ง ซึ่งก็มีทั้งบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และบริษัทวัสดุก่อสร้าง
รัฐบาลไทยได้สั่งให้โรงงานทั้งหมด ยุติการดำเนินการ และอพยพคนงานออกจากพื้นที่ ขณะที่ทหารได้กระจายกำลังพลในการสร้างคันกั้นน้ำชั่วคราวเพื่อลดความเสียหาย หลังจากที่มีน้ำทะลักเข้ามาในนวนครเมื่อวาน
นักวิเคราะห์เตือนว่า การชะลอตัวของการผลิต จะส่งกระทบต่อเศรฐกิจไทยโดยรวมระยะยาว ขณะที่นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็คาดว่าความเสียหายของน้ำท่วมครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อตัวเลข GDP 1-7 เปอร์เซ็นต์
ญี่ปุ่นยันนักลงทุนไม่มีแผนย้ายการลงทุนในไทย
นายเซอิจิ โคจิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้เดินทางไปยังบริษัทฮอนด้า ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริง ที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ซึ่งเป็นอีกบริษัทหนึ่งที่กำลังเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในวันนี้ และกล่าวว่า แม้น้ำท่วมได้สร้างความเสียหายมากมาย รวมถึงส่งผลกระทบต่อนิคมอุตสาหกรรมไปแล้ว 5 แห่ง แต่เท่าที่ได้คุยกับนักลงทุนญี่ปุ่น พบว่านักลงทุนเหล่านี้ไม่มีแผนถอนการผลิตหรือย้ายการลงทุนไปจากไทย
อีกทั้งยังเชื่อว่า ความสัมพันธ์ไทยกับญี่ปุ่นจะไม่ลดลง เพราะรัฐบาลไทย ทหาร อาสาสมัคร ประชาชน รวมถึงทุกฝ่ายกำลังแก้ไขปัญหา เพื่อให้ความเสียหายมีน้อยที่สุด
นายโคจิมะแสดงความหวังว่ารัฐบาลไทยจะพยายามให้ความเสียหายลดลง รวมถึงดำเนินการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมและให้ความช่วยเหลือโรงงานที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงให้ข้อมูลต่างๆ เพื่อให้บริษัทและโรงงานทราบถึงสถานการณ์ได้อย่างชัดเจนขึ้น ขณะนี้ทางญี่ปุ่นก็กำลังดูการปฏิบัติของรัฐบาลไทยและญี่ป่นพร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มที่ในทุกสิ่งที่ทำได้
ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกันนี้นายโคจิมะ พร้อมด้วยคณะทูตานุทูตเดินทางเข้าเยี่ยม มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ และให้กำลังใจประชาชนที่หนีน้ำท่วมไปเข้าพักในศูนย์อพยพที่เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และบอกว่า ตึกที่ลาดกระบังแห่งนี้สร้างโดยชาวญี่ปุ่น จึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่สิ่งก่อสร้างของญี่ปุ่น สามารถช่วยเหลือคนไทยที่กำลังเดือดร้อนได้
และนายมาซาโตะ โอทากะ ทูตเศรษฐกิจประจำสถานทูตญี่ปุ่น บอกว่าศูนย์อพยพในไทยกับญี่ปุ่นไม่แตกต่างกัน เพราะส่วนใหญ่หรือสุดท้ายก็ไม่ค่อยมีเวลาในการเตรียมการเหมือนกัน ไม่อยากมองถึงความต่างที่ภายนอก แต่สิ่งสำคัญคือ ตัวของประชาชนต่างหาก ที่จะให้ความร่วมมือ และมีความเสียสละให้แก่กันหรือไม่ และเขาคิดว่าชาวไทยเองก็มีจิตใจเสียสละและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันดีอยู่แล้ว
นอกจากนี้นายโคจิมะ กล่าวด้วยว่ารู้สึกประทับใจกับการแก้ปัญหาของไทย เพราะได้เดินทางไปที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ) ที่ดอนเมือง และได้เห็นอาสาสมัครจำนวนมากพยายามช่วยเหลือในด้านต่างๆ รวมถึงการที่รัฐบาลและทหารร่วมมือกัน หลังจากเผชิญน้ำท่วมซึ่งรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี
สำหรับตัวเลขความเสียหายด้านการลงทุนของญี่ปุ่นในไทยนั้น นายโคจิมะกล่าวว่ายังไม่สามารถคำนวนได้ เพราะความเสียหายกำลังเกิดขึ้น ทุกฝ่ายกำลังพยายามป้องกันให้มีความเสียหายน้อยที่สุดและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม รวมถึงต้องคิดสร้างระบบใหม่ป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม
นายโคจิมะกล่าวด้วยว่ารู้สึกเดือดร้อนที่เห็นโรงงานหลายแห่งจมน้ำ แต่ต้องเคารพผู้เกี่ยวข้องที่ให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหา และพร้อมจะช่วยเหลือในด้านที่ช่วยได้ ส่วนระยะเวลาในการฟื้นฟูความเสียหายนั้น นายโคจิมะกล่าวว่าไม่แน่ใจว่าจะใช้เวลาเท่าใด และอยากให้รัฐบาลไทยแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน
โตโยต้าเตรียมขยายเวลาปิดโรงงานในไทยออกไปถึงสัปดาห์หน้า
สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่น รายงานว่า บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ เตรียมขยายเวลาของการปิดโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยออกไปจนถึงสัปดาห์หน้า เนื่องจากต้องเผชิญกับภาวะการขาดชิ้นส่วนสินค้าอย่างหนัก
แม้ว่าโรงงานโตโยต้า 3 แห่งในประเทศไทยจะไม่ได้เจอกับอุทกภัย แต่ก่อนหน้านี้ บริษัทก็ได้ตัดสินใจประกาศหยุดการผลิตจนถึงวันเสาร์ เพราะชิ้นส่วนสำหรับการผลิตสินค้า ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โตโยต้าไม่ได้รับชิ้นส่วนมากกว่า 10 รายการ และพอถึงวันจันทร์ ก็เพิ่มเป็น 20 รายการ ทำให้โตโยต้าต้องออกมาบอกว่า พวกเขาอาจจะขยายวันเวลาของการปิดโรงงานเพิ่มอีกหนึ่งสัปดาห์
ขณะเดียวกันบริษัทก็กลัวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการผลิตของบริษัทในเครือ ในประเทศอื่นๆแถบเอเชีย รวมทั้งอินโดนีเซียและมาเลเซีย เพราะชิ้นส่วนส่วนใหญ่ มีการผลิตในประเทศไทย
ปัจจุบัน ทางบริษัทมีแผนจะให้ส่งชิ้นส่วนจากญี่ปุ่นมาทดแทน และขอให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทย ย้ายฐานการผลิตไปยังโรงงานที่ไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้



