
คันดินคลอง'ระพีพัฒน์'แตกแล้ว
คันดินคลอง'ระพีพัฒน์'แตก ไม่สามารถทนแรงดันน้ำได้ ชลประทานประกาศสู้-ไม่ทิ้งแน่ น้ำเอ่อชุมชนตลาดรังสิตศูนย์พักพิงชั่วคราว ร.ร.ชุมชนประชาธิปัตย์
18 ต.ค.54 นายนิพนธ์ แก้วธรรม อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า คันดินแนวกั้นบริเวณช่วงหมู่ 16 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่มีความสูงประมาณ 2 เมตร ไม่สามารถทนแรงดันน้ำได้ จึงได้พังทะลายลงมาเป็นระยะทาง 7-10 เมตร ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบริเวณคลองสาม และคลองสี่ อ.คลองหลวง อย่างรวดเร็ว ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังใช้รถแม็คโฮ นำเสาเข็มปูนปักลงไป เพื่อลดกระแสน้ำ แต่การทำงานเป็นไปด้วยความอย่างยากลำบาก อาจจะส่งผลให้น้ำจำนวนมหาศาลมุ่งตรงเข้าสู่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ขณะนี้ได้พยายามกั้นกระแสน้ำ แต่ยังไม่สามารถหยุดกระแสน้ำที่ไหลแรงได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากคัดดินแตกจนทำให้มวลน้ำไหลทะลักเข้ามาในพื้นที่นั้น เรื่องนี้ได้มีการอพยพประชาชนในบริเวณใกล้เคียงออกจากพื้นที่แล้ว โดยเฉพาะชาว "เคหะระพีพัฒน์1" พร้อมกับได้แจ้งไปยัง ศปภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ให้รับทราบแล้ว
"สำหรับการอพยพนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการอพยพประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ พร้อมกับแจ้ง ศปภ.ให้รับทราบ เพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล และป้องกันในส่วนนี้ ทั้งนี้ หากไม่สามารถป้องกันมวลน้ำมหาศาลนี้ได้ น้ำก็จะไหลทะลักเข้าสู่ตลาดไท และไหลลงคลองรังสิตประยูรศักดิ์ " อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม กล่าว
ชลประทานประกาศสู้-ไม่ทิ้งเขื่อนคลองระพีพัฒน์แน่
นายชูชาติ ศุภวรรธนางกูล หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลประทานรังสิตเหนือ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่น้ำทะลุแนวป้องกันคลองระพีพัฒน์บริเวณ หมู่ 16 คลอง 4 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ที่มีความสูงกว่า 5 เมตร ทำให้มีน้ำจำนวนมากไหลเข้าม.เคหะรพีพัฒน์ 1 ท่วมทันทีตอนนี้ทางกรมชลประทานรับทราบแล้ว และสั่งให้กู้โดยด่วน
ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า สั่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือเป็นการด่วนแล้ว เนื่องจากมวลน้ำขณะนี้ไหลมาแรงมากยังไม่นิ่ง และไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนกำลังลงตั้งแต่อำเภอวังน้อยลงมา ซึ่งถ้าน้ำทะลักเข้าคันกันน้ำรพีพัฒน์เข้ามาได้หมดจะส่งผลให้ ต.คลองสาม-ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จมน้ำ และไหลกระจายเต็มอำเภอในเวลาไม่ช้า ซึ่งเรายอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ กำลังรวบรวมเครื่องมือเข้าไปกู้ด่วน
น้ำเอ่อชุมชนตลาดรังสิตศูนย์พักพิงชั่วคราว ร.ร.ชุมชนประชาธิปัตย์
ทั้งนี้เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำที่ไหลมาจากทางด้านทิศเหนือ ได้ผ่านมาทางร่องน้ำข้างทางรถไฟ และเอ่อผ่านท่อระบายน้ำเข้าท่วมพื้นที่ผิวการจราจรถนนพหลโยธิน ช่องทางคู่ขนาด และถนนรังสิต-ปทุมธานี และกระแสน้ำได้เอ่อเข้าไปถึงบริเวณด้านหน้าโรงเรียนชุมชนประชาธิปัตย์วิทยาคาร เจ้าหน้าที่และชาวบ้านต่างเร่งน้ำกระสอบทรายมาตั้งเป็นแนวกั้นน้ำ
ส่วนผู้ที่ประสพภัยน้ำท่วมจำนวน 320 คน ที่อพยพเข้ามาที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ภายในอาคารหอประชุมของโรงเรียนชุมชนประชาธิปัตย์ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งขนย้ายผู้คนและสิ่งของย้ายขึ้นไปอยู่บนชั้น 2 -3 อาคารเรียน
ต่อมาในเวลาประมาณ 15.00 น. ได้มีรถกระจายเสียงของเทศบาลนครรังสิต ได้ออกวิ่งกระจายเสียงในหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 2500 หลังคาเรือน โดยประกาศให้ประชาชนเร่งเก็บสิ่งของขึ้นที่สูงและเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกไปจากหมู่บ้านเนื่องจากกระแสน้ำได้เพิ่มสุงขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ตร.คลองหลวงกลัวขโมยว่ายน้ำฉกของ
พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ สุริยะวงศ์ ผกก.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า หลังจากที่ ศปภ. มีการประกาศให้อพยพคนจากนิคมอุตสาหกรรมนวนคร และระดับน้ำได้ขยายวงและระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนบางที่ระดับน้ำสูงมากกว่า 2 เมตร อีกทั้งได้มีการตัดกระแสไฟภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ทำให้ยากต่อการป้องกันเหตุ เพราะมีเนื้อที่ในนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดมากกว่าหกพันไร่ และยังมีอุปกรณ์พวกสำนังานเครื่องไฟฟ้า อยู่ภายในโรงงานและห้องพักของพนักงานอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีกลุ่มมิจฉาชีพเข้าไปขโมยของในเวลากลางคืนได้ ฃ
พ.ต.อ.เพิ่มเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนจึงได้สั่งการให้ไปตั้งจุดอำนวยการการป้องกันเหตุและประชาชนบริเวณด้านหน้าทางเข้านิคมอุตรสาหกรรมนวนคร แต่ด้วยระดับน้ำสูงและมีพื้นที่เป็นจำนวนกว้างมาก ทำให้การตรวจตราเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งตนกำลังดำเนินการหาเช่าเรือติดเครื่องยนต์เพื่อใช้ในการป้องกันเหตุร้ายต่างๆในพื้นที่ ซึ่งถ้ามีใครที่มีเรือติดเครื่องยนต์จะให้เช่าก็ติดต่อได้ที่ สภ.คลองหลวง ด่วน
น้ำเอ่อปิดถนนสายหนองเสือ-หนองแคสระบุรี
เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น.น้ำได้เอ่อล้นคลองระบายสิบ ข้ามถนนไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ในบริเวณ ถนนสายคันคลองระบายสิบ วิ่งจาก อ.หนองแค เข้า หนองเสือและเข้ารังสิต ถูกน้ำเอ่อล้นข้ามถนนเป็นระยะทางยาวกว่า 200 เมตร ในเขต หมู่ 5 หมู่ 6 ต.หนองโรง อ.หนองแค จ.สระบุรี
พ.ต.อ.อมร ศรีทุนะโยธิน ผกก.สภ.หนองแค พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไชยา พรหมวิชิตกุล รอง ผกก.ปป.สภ.หนองแค จ.สระบุรี นำกำลังมาดูแลอำนวยความสะดวกเส้นทางการเดินทาง ผู้ที่มาจาก กรุงเทพ จะเข้าสระบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแค จ.สระบุรี ต้องปิดการจราจร ทั้งถนนพหลโยธิน และเส้นทางเข้าทาง อ.หนองแค จ.ปทุมธานี และแนะนำให้ใช้เส้นทางรังสิตนครนายกเข้าสาย อ.บ้านนา จ.นครนายก เข้า อ.วิหารแดง เข้าแยกบ้าหินกอง และเข้า จ.สระบุรี ได้บริเวณถนนที่ถูกน้ำไหลล้น หมู่ 5 หมู่ 6 ต.หนองโรง โดยใช้รถแบ็คโฮเร่งตักดินในคลองระบายสิบมากั้นทำกั้นแนวเป็นทางยาวกว่า 200 เมตร แข่งกับกระแสน้ำที่ไหลเอ่อข้ามถนนเส้นทางหนองเสือ-หนองแค



