ข่าว

'ธรรมศาสตร์รังสิต'หยุดรับผู้อพยพชั่วคราว

'ธรรมศาสตร์รังสิต'หยุดรับผู้อพยพชั่วคราว

18 ต.ค. 2554

รองอธิการมธ. เผยหยุดรับผู้อพยพชั่วคราว ขอสู้กับน้ำก่อนหากปลอดภัยเปิดรับใหม่ ขณะที่ยอดผู้อพยพศูนย์มธ.รังสิต 3,800 ราย

       18 ต.ค.54 นายกำพล รุจิวิชชญ์ รองอธิบการบดี ฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ศูนย์อพยพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมชั่วคราว ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีผู้อพยพเข้ามาพักอาศัยกว่า 3,800 ราย โดยมีผู้อพยพย้ายออก เพราะญาติมารับ แต่ผู้อพยพก็เดินทางเข้ามามากกว่าออกไป และหลังนวนครก็ถูกน้ำท่วมจึงมีผู้อพยพเข้ามาจำนวนมาก แต่สถานการณ์ไม่แตกต่างกัน เพราะอยู่ใกล้กันเพียง 8 กิโลเมตร ดังนั้นจึงขอหยุดรับผู้อพยพชั่วคราวก่อน และขอให้เดินทางไปยังศูนย์อพยพอื่นที่ปลอดภัยก่อน จนกว่าสถานการณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะดีขึ้น จึงจะพิจารณารับเพิ่ม

     ทั้งนี้ บรรยากาศศูนย์อพยพชั่วคราว ประชาชนที่เข้ามาพักอาศัยอต่างก็แยกย้ายการทำกิจกรรมต่างๆ โดยมีผู้ประสบภัยน้ำท่วมบางส่วนที่อยู่ใกล้เคียงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และไม่ได้เข้าพักพิงในศูนย์อพยพได้เข้ามารับของบริจาคกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาสาสมัครได้แจกสิ่งของตามเวลาที่กำหนดไว้ วันละ 1 รอบ เวลา 13.00 น. โดยผู้รับสิ่งของต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนด้วย เพื่อป้องกันการรับสิ่งของช่วยเหลือซ้ำซ้อน หรือ เวียนรับของ


รองอธิการมธ. ยันไม่มีเหตุข่มขืนอาสาสมัครหญิง

     นายกำพล รุจิวิชชญ์ รองอธิบการบดี ฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวยืนยันว่าไม่เหตุที่ผู้อพยพก่อเหตุละเมิดทางเพศอาสาสมัครผู้หญิง ตามที่เป็นข่าว ซึ่งมองว่าเรื่องนี้เป็นข่าวลือที่เกิดขึ้นจากโซเชียลมีเดียล โดยมีจำนวนมากและไม่เป็นความจริง และอาจเกิดจากความคึกคะนอง นอกจากเรื่องนี้ยังมีข่าวลือว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์น้ำท่วม ด้วยการนำรูปภาพบริเวณลานพญานาคภายในหาวิทยาลัยไปเข้าโปรแกรมโฟโตชอบ ตัดแปะรูปภาพน้ำ ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งผู้อพยพและอาสาสมัครนั้น มีวิธีการจัดการที่ดีมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรปทุมธานี รักษาความปลอดภัยตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็มีรปภ.กับนักศึกษาที่เป็นอาสามัคร ช่วยรักษาความปลอดภัยด้วย ซึ่งมั่นใจได้ว่ามีความปลอดภัย

     “ขอร้องอย่าสร้างข่าวแบบนี้ขึ้น เพราะต้องทำเพื่อส่วนรวม อย่ามาล้อเล่นเรื่องพวกนี้ แล้วทุกคนที่มาก็อยากทำงานเพื่อประชาชน ถ้าทำแบบนี้ขวัญกำลังใจของอาสมัครที่มาทำงานก็จะหายไปแล้วจะทำให้การทำงานมีความยากลำบากมากขึ้น” นายกำพล กล่าว


ขอเครื่องสูบน้ำใหญ่จากรัฐบาลแต่เรื่องยังเงียบ

     นายกำพล รุจิวิชชญ์ รองอธิบการบดี ฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ต้องมีการคำนวนสถานการณ์ทางทิศตะวันตก ซึ่งมหาวิทยาลัยต้องดูแลไม่ให้น้ำหลากเขามาภายใน ซึ่งแนวป้องกันมี 2 แนวทางโดยแนวทางแรกเป็นการป้องกันโดยพนังกั้นน้ำรอบมหาวิทยาลัย และแนวทางที่สองเป็นการป้องกันศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยตั้งกระสอบทรายไว้สูง 1 เมตร ซึ่งชั้น 2 ของศูนย์อพยพมีความปลอดภัย เพราะสูงจากพื้นที่ดิน 3-4 เมตร โดยสิ่งที่ให้มั่นใจ นั้นได้สรุปบทเรียนจากที่อื่นว่าเหตุใดไม่สามารถต้านทานมวลน้ำได้และนำบทเรียนมาสรุปปรับปรุงการป้องกันมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันจะไม่ยกกำแพงสูงกว่าปัจจุบันเพราะกำแพงเดิมสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางสูง 5.7 เมตร ขณะนี้เหลืออีก 50-60 ซม.น้ำจะข้ามกำแพง และพนังกั้น โดยจะปล่อยให้น้ำล้นเข้ามาภายใน โดยใช้วิธีบริหารจัดการน้ำ โดยสูบน้ำออก เพื่อลดแรงปะทะของน้ำกับพนัง จนส่งผลให้พนังพังลงได้ เหมือนสถานที่อื่น ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมีสถานีสูบน้ำ 3 สถานที่ที่มีความพรอมจะสูบน้ำออก ขณะเดียวกันก็จัดหาเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่อีก 10 ตัว ซึ่งคาดว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรี 
 
     “กำลังดำเนินการขอเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 10 ตัวจากรัฐบาล ซึ่งยังไม่ให้คำตอบพร้อแมกับร้องขอรถแบคโฮลอยน้ำ และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ได้ประสานสนับสนุนรถแบคโฮ 2 คันกับทุ่นลอยน้ำแล้ว ซึ่งรัฐบาลต้องเข้าใจ แต่ปัญหาไม่ได้มีเฉพาะที่ธรรมศาสตร์ แต่มีทุกส่วน ยุทธโธปกรณ์ค่อนข้างมีจำกัด และเข้าใจว่าต้องมีใช้อย่างจำกัด ซึ่งส่วนตัวเข้าใจว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด ในส่วนนี้รัฐบาลอาจจะแก้ไขปัญหาอยู่แต่ต้องใช้เวลา อยากวิงวอนให้ทุกฝ่ายช่วยเหลือกัน”นายกำพล กล่าว

 

ร.ฟ.ท.ประกาศเดินรถไฟ30ขบวนช่วยคนรายได้น้อย

          18 ต.ค.54 นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์  การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) แจ้งว่า ในวันที่ 18 ตุลาคม 2554 นี้ การรถไฟฯได้ประกาศเดินขบวนรถไฟชานเมือง และรถระยะสั้นๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ยังต้องอาศัยการสัญจรโดยทางรถไฟ ดังนี้ ช่วงกรุงเทพ-ดอนเมือง-กรุงเทพ ได้จัดเดินขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร จำนวน 7 ขบวน ดังนี้ เที่ยวขาขึ้น เที่ยวขาล่อง ขบวนรถชานเมือง ที่ 315 (กรุงเทพ-ดอนเมือง) ขบวนรถธรรมดาที่ 234( ดอนเมือง-กรุงเทพ) ขบวนรถธรรมดาที่ 341 (กรุงเทพ-ดอนเมือง) ขบวนรถธรรมดาที่ 202 (ดอนเมือง-กรุงเทพ)

          ขบวนรถชานเมืองที่ 305 (กรุงเทพ-ดอนเมือง)  ขบวนรถธรรมดาที่ 210 (ดอนเมือง-กรุงเทพ) ขบวนรถธรรมดาที่ 317 (กรุงเทพ-ดอนเมือง) ช่วงปะอิน(จังหวัดอยุธยา) - มาบพระจันทร์  (จังหวัดสระบุรี) จัดเดินรถโดยสาร 5 ขบวน ขบวนรถที่ 339 (มาบพระจันทร์-แก่งคอย) ขบวนรถที่ 342   (แก่งคอย-มาบพระจันทร์) ขบวนรถพิเศษโดยสาร ที่ 9146 ( แก่งคอย-บ้านภาชี) ขบวนรถที่ 234 (แก่งคอย-บ้านภาชี) ขบวนรถที่ 233 (บ้านภาชี-แก่งคอย)     

          ช่วงลพบุรี-มาบพระจันทร์ เดินขบวนรถ จำนวน 10 ขบวน เที่ยวขึ้น มีเดินขบวนรถที่303,ขบวนรถที่ 201 ,ขบวนรถที่  211 , ขบวนรถที่ 207, ขบวนรถที่ 315 ระหว่างมาบพระจันทร์-ลพบุรี

          ส่วนเที่ยวขาล่อง ขบวนรถที่ 318 ขบวนรถที่ 304 ขบวนรถที่ 202 (จำนวน 2  เที่ยว ) และ ขบวนรถที่ 210 ระหว่างสถานีลพบุรี-มาบพระจันทร์) ช่วงจากจังหวัดเชียงใหม่ - นครสวรรค์ - เชียงใหม่ จัดเดินขบวนรถจำนวน 8 ขบวน ดังนี้ ขบวนรถธรรมดาที่ 407 (นครสวรรค์-เชียงใหม่) ขบวนรถธรรมดา  ที่ 408 (เชียงใหม่-นครสวรรค์) ขบวนรถธรรมดาที่ 401 โคกกระเทียม-นครสวรรค์ ขบวนรถธรรมดาที่ 402 (นครสวรรค์-โคกกระเทียม)

          ขบวนรถธรรมดาที่ 207 (โคกกระเทียม-นครสวรรค์)ขบวนรถธรรมดาที่ 208 (นครสวรรค์-โคกกระเทียม) ขบวนรถเร็วที่ 109 (ชุมแสง-เชียงใหม่) ขบวนรถเร็วที่ 102 (เชียงใหม่-ชุมแสง)

          ส่วนเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีประชาชนยังใช้บริการอยู่มาก การรถไฟฯได้จัดเดินขบวนรถเลี่ยงไปในเส้นทางกรุงเทพ-มักกะสัน-ฉะเชิงเทรา เพื่อขึ้นไปคลองสิบเก้า-แก่งคอย ต่อไปยังจังหวัดภาคอีสานตอนบน ที่หนองคาย และภาคอีสานตอนล่างที่จังหวัดอุบลราชธานี สำหรับขบวนรถในเส้นทางสายตะวันออกและสายใต้ยังคงมีบริการตามปกติ

          ด้านสถานการณ์น้ำท่วมเส้นทางรถไฟ ยังมีน้ำท่วมสูงในจุดต่างๆ อาทิ นครสวรรค์-บึงบอระเพ็ด ระดับน้ำสูงกว่าสันราง ประมาณ 22 เซนติเมตร, ลพบุรี-ท่าแค น้ำสูงประมาร 75 เซนติเมตร ช่วงอยุธยา -  บางปะอิน มีระดับน้ำสูงประมาณ 20-72 เซนติเมตร

          และที่เส้นทางที่น้ำเข้าท่วมล่าสุดเมื่อวานนี้(17 ตุลาคม 2554)เนื่องจากต้องรับน้ำจากคลองระพีพัฒน์ ได้แก่ ช่วงเชียงรากน้อย-รังสิต จนถึงดอนเมือง มีระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ขบวนรถไม่สามารถผ่านไปมาได้ การรถไฟฯ จึงจำเป็นต้องงดเดินขบวนรถสายหลัก ๆ ต่อไปอีก และได้จัดขบวนรถเสริมพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้อีกทางหนึ่ง      

          ประชาชนที่จะเดินทางโดยเฉพาะต้องผ่านพื้นที่ในจังหวัดภาคกลาง  และภาคเหนือ ควรตรวจสอบตารางเวลาการเดินทางเสียก่อนที่ ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์สายด่วน 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง