
ทหารเดินสายแจงเหตุสลายม๊อบเสื้อแดง
กองทัพบกจัดทหารที่อยู่ในเหตุสลายเสื้อแดงเดินสายแจงข้อเท็จจริงให้ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รับทราบถึงเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น
(30เม.ย.) ที่หอประชุมมหาวิทยาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ผู้ช่วยเสนาธิการกองทัพบก ฝ่ายยุทธการ หัวหน้าคณะวิทยากรของกองทัพบก ได้ทำการชี้แจงข้อเท็จจริง ในการปฏิบัติการภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยของกองทัพบก ให้กับประชาชน แกนนำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการของจังหวัดอุดรธานี ที่มาร่วมรับฟังประมาณ 200 คน โดยมีการฉายภาพวีดีโอเหตุการณ์ให้กับผู้เข้าร่วมการรับฟังการชี้แจงชม โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ที่อ้างอยู่ในเหตุการณ์ด้วย คอยบรรยายให้กับผู้เข้าร่วมรับฟังการชี้แจง
นายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ในฐานะผู้อำนวยการรักษามั่นคงภายในจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีเป็นพื้นที่หนึ่ง ที่มีกลุ่มที่มีความไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ จึงเป็นเป้าหมายพิเศษจังหวัดหนึ่งของประเทศ ที่คาดว่าอาจจะเกิดความไม่สงบขึ้นในอนาคตได้ แต่ความจริงชาวจังหวัดอุดรธานีส่วนใหญ่ ไม่ชอบเห็นการแตกแยก การทะเลาะวิวาท มีนิสัยรักสงบ และเป็นเมืองธรรมะ มีเพียงคนบางส่วนเท่านั้นที่พยายามแสดงออกทางแนวความคิดมากเกินไป แต่ก็จะอยู่ในกรอบกฎหมาย ซึ่งทางจังหวัดได้เชิญกลุ่มที่ขัดแย้งทั้งสองกลุ่มมาเจรจาและขอความร่วมมือกันตลอด ทั้งการตั้งกฎเกณฑ์ ในการกระจายเสียงของสถานีวิทยุชุมชนต่างๆ และก็ได้ผลในระดับที่ดีมาก
นายอำนาจ กล่าวว่า เหตุการณ์กรณีการปะทะกันของกลุ่มเสื้อแดงและเสื้อเหลือง เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2551 เป็นเหตุการณ์รุนแรงที่ชาวอุดรธานีรู้สึกเสียใจ และไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งทางจังหวัดและกองอำนวยการมั่นคงภายในจังหวัดอุดรธานีจะดำเนินการในเชิงบูรณาการในเชิงรุก เพื่อกำหนดแนวทางวางแผน ควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นที่ผ่านมาอีก
จากนั้น พล.ท.ดาว์พงษ์ ได้ขึ้นเวที พร้อมทหารและเจ้าหน้าที่แพทย์ ที่ระบุว่าอยู่ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง โดย พล.ท.ดาว์พงษ์ฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางกองทัพบกไม่ได้ต้องการให้เกิด เพราะมีประชาชนและทหารต่างก็ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทหารที่ได้รับบาดเจ็บก็ถือว่าเป็นประชาชนคนหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ได้เป็นการชุมนุมกันอย่างสงบตามที่ประกาศมา แต่เป็นการชุมนุมที่มีความรุนแรงทั่วพื้นที่ของกรุงเทพฯกว่า 10 จุด โดยบางพื้นที่ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยออกมาต่อต้าน และก่อให้ให้เกิดการปะทะกันระหว่างประชาชนที่ไม่มีความเห็นตรงกัน ทำให้มีการเสียชีวิตที่นางเลิ้ง
“กำลังของกองทัพบกที่ออกมาปฏิบัติภารกิจในช่วงดังกล่าว ต้องใช้กำลังจำนวนมาก เพราะมีเหตุการณ์รุนแรง และกำลังทหารออกมาปฏิบัติการในฐานะของผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีภารกิจที่สำคัญ 3 กรณี คือ 1.ทำการรักษาสถานที่สำคัญๆของประเทศจำนวนกว่า 200 จุด 2.ทำหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษากฎหมาย และ 3.รักษาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน ของประชาชน ซึ่งการชี้แจงข้อเท็จจริงการปฏิบัติการของกำลังทหาร เป็นการออกมาทำการชี้แจงทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์ให้ประชาชนรับทราบ และเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อนำความเห็นเหล่านั้นไปสรุปว่า ประชาชนมีความคิดต่อเหตุการณ์อย่างไร”พล.ท.ดาว์พงษ์ กล่าว
พล.ท.ดาว์พงษ์ กล่าวอีกว่า ข้อเท็จจริงในการปฏิบัติการของทหารนั้น กระทำไปตามขั้นตอนของสากล ไม่ได้กระทำการรุนแรงตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด และกระทำต่อกลุ่มคนที่มีการกระทำผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ก็มีบางพื้นที่ที่มีเหตุการณ์รุนแรง จำเป็นที่ต้องใช้ยิงขึ้นฟ้า เช่น ในจุดที่สามแยกดินแดง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นต้น และบางจุดก็เพียงแต่ใช้กำลังทหารเดินเข้าไปหาโดยไม่ได้ใช้อาวุธแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสำรวจสอบถามความคิดเห็นและความเข้าใจเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา การก่อความไม่สงบในกรุงเทพฯของหน่วยงานของภาครัฐที่แจกจ่ายให้กับผู้ที่เข้ารับฟังการชี้แจง ปรากฏว่ามีการแสดงความเห็นแตกต่างกันไป เช่น อยากให้หน่วยงานของรัฐควรมีความเป็นธรรมในระบอบประชาธิปไตย และให้ความเป็นกลางแก่ประชาชน และควรแก้ไขปัญหาด้วยความมีเหตุผล
จากนั้นคณะของ พลโทดาว์พงษ์ฯ ได้เดินทางไปทำการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่จังหวัดหนองคาย ในช่วงบ่ายในวันเดียวกัน



