ข่าว

"มาร์ค"ขอ6-8ด.แก้ปัญหาจากนั้นพร้อมยุบสภา

"มาร์ค"ขอ6-8ด.แก้ปัญหาจากนั้นพร้อมยุบสภา

30 เม.ย. 2552

“อภิสิทธิ์” ขอ 6-8 เดือนแก้ปัญหาจากนั้นไม่ขัดถ้าต้องการหรือยุบสภารับพลาดที่ไม่โต้ เพราะมีฝ่ายที่ต้องการให้บ้านเมืองไม่สงบ รปภ. เข้ม หลังเริ่มเดินสายออกงานนอกสถานที่

 (30เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษ เรื่อง “ แนวนโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ” โดยกล่าวตอนหนึ่ง ว่า ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นปัญหาที่พัวพันกับปัญหาเศรษฐกิจและเป็นเรื่องของค่านิยม เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาโรคเอดส์   และหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้คือสื่อสารมวลชน เพราะสื่อสารมวลชนเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อคนรุ่นใหม่มาก ขณะเดียวกันโลกของสื่อมวลชนก็เปลี่ยนแปลงไปมาก   ทางการเมืองที่แก้ปัญหาได้ยากขึ้นเพราะคนในประเทศรับข้อมูลคนละชุดและมีแนวโน้มที่จะเลือกรับในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเชื่อ จึงเป็นเรื่องยากหากจะมานั่งคุยกันเพราะต่างก็มีข้อมูลกันคนละชุด รัฐบาลเองไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามที่จะเริ่มกระตุ้นความรู้สึกที่เราต้องมีจุดร่วมมากกว่าจะไปขยายจุดต่าง

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอบอกตามตรงว่า 3 เดือนที่เข้ามาทำงานได้พยายามใช้แนวทางว่าปรบมือข้างเดียวไม่ดัง   เมื่อรัฐบาลและตนไม่ตอบโต้ ไม่ต่อล้อต่อเถียงกับใคร ปล่อยให้ใช้สิทธิเสรีภาพเต็มที่ก็นึกว่าจะไม่มีปัญหา แต่ยอมรับว่าประเมินพลาดไป เพราะในที่สุดฝ่ายที่ไม่ต้องการให้บ้านเมืองสงบนั้นมีอยู่จริงและพร้อมใช้กำลังยกระดับที่เรียกว่าปลุกระดมให้มีการปิดถนน เผาสถานที่ราชการ ไล่ล่าฆ่าบุคคลสำคัญ ทำกันถึงขนาดนั้นจึงได้เกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้น รัฐบาลจึงจำเป็นต้องใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการฉุกเฉินที่ตนพยายามหลีกเลี่ยงตลอด   และเมื่อใช้แล้วก็ได้ดูแลให้การใช้พระราชกำหนดฉบับดังกล่าวไม่ให้เกิดปัญหา จนมากล่าวหาว่ารัฐบาลใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ และพยายามทำทุกอย่างให้เกิดความโปร่งใส มีการขอเปิดสภาเองเพื่อรับฟังและตรวจสอบข้อมูลต่างๆ จนปัจจุบันก็ให้ฝ่ายนิติบัญญัติไปดำเนินการตรวจสอบว่ายังมีใครติดใจในเรื่องนี้

 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาทางการเมืองจะมีกรรมการที่ตั้งโดยฝ่ายนิติบัญญัติขึ้นมาดูแล แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงและคิดว่าลำพังนักการเมืองแก้ไขไม่ได้ เพราะยังมีความหวาดระแวงและข้อครหาตลอดเวลาว่านักการเมืองสนใจเฉพาะประเด็นทางการเมืองเท่านั้น ตนหวังว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะเข้าใจและเปิดกระบวนการให้กว้างขึ้น ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้นโดยไม่มีความขัดแย้ง ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนพอสมควร หากทำได้หรืออย่างน้อยมีกระบวนการที่คนส่วนใหญ่ยอมรับให้เดินหน้าไปได้ 6-8 เดือนข้างหน้า รัฐบาลก็คงจะต้องเร่งเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา

ทั้งเรื่องการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาให้เรียบร้อย วางกรอบการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะ 2-3 ปี การออกกฎหมาย ก็คิดว่าจะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นวิกฤติในปีนี้ไปได้ เพราะต่างประเทศส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าปีหน้าเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้น และตนเชื่อว่าน่าจะเร็วกกว่านั้นหากประเทศใหญ่ๆเร่งแก้ไขปัญหาของตัวเองได้ โดยเฉพาะปัญหาสถาบันการเงิน

 “หากเป็นเช่นนั้นจริงผมจะรู้สึกอุ่นใจว่าเราสามารถประคับประคองบ้านเมืองผ่านช่วงนี้ไปได้ ส่วนหลังจากนั้นถ้าจะบอกว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องยุบสภา ผมก็ไม่ขัดข้องอะไรอยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องที่จะคืนความปกติทุกอย่างกลับเข้ามา แต่ในช่วง 6-8 เดือนข้างหน้า ยังมีความละเอียดอ่อนอยู่มาก เพราะมีคนบางฝ่ายยังยืนยันที่จะต่อสู้และวันนี้ก็พร้อมจะต่อสู้ด้วยอาวุธ ด้วยความรุนแรงไม่รู้ว่าพูดจริงหรือพูดขู่ แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนที่มีความคิดอย่างนี้ และยังไม่ชัดเจนว่ากระบวนการนิติบัญญัติที่จะพยายามคลี่คลายปัญหาตรงนี้จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน แต่เราต้องพยายามหาทางสนับสนุนให้ไปสู่ความสำเร็จให้ได้ ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเดินทางมาบรรยายพิเศษที่สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่นอกทำเนียบรัฐบาล   เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ใช้มาตรการการดูแลและอารักขาในชั้นสูงสุด มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปเคลียร์พื้นที่ล่วงหน้า รวมทั้ง ได้ใช้กำลังตำรวจสันติบาลนอกเครื่องแบบกระจายกำลังอยู่บริเวณด้านนอกอาคารพญาไท พลาซ่า และจุดแยกต่างๆ ซึ่งที่เป็นที่ตั้งของสำนักงาน สป.เพื่อป้องกันหากมีกลุ่มคนเสื้อแดงแฝงตัวเข้ามา

 ทั้งนี้ หลังการบรรยายเสร็จสิ้น เวลา 10.30 น. นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อเยี่ยมอาการป่วยของนายทิวา เงินยวง ส.ส. กทม.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ที่พักรักษาตัวหลังการผ่าตัดที่หอผู้ป่วยพิเศษ เดี่ยว 10 ข ห้อง 102