ข่าว

รบ.แจ้งกทม.คุมน้ำปทุมฯไม่ไหว

รบ.แจ้งกทม.คุมน้ำปทุมฯไม่ไหว

17 ต.ค. 2554

“สุขุมพันธุ์” สั่งเสริมกระสอบทรายคลองหกวาด้านเหนือกทม.เพิ่มขึ้น 3 เมตร ภายใน 48 ชั่วโมงด่วน หลังรัฐบาลต้านน้ำไม่ได้ เตือนปชช. "สายไหม-ดอนเมือง" เก็บของขึ้นที่สูง คนอพยพหนีน้ำท่วมขอเข้าพักล้นศูนย์"มธ.รังสิต"แล้ว

           เมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ 17 ต.ค.2554 ที่ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม กรุงเทพมหานคร ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา ได้รับการประสานงานจากรัฐบาลว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำจากคลอง 8 คลอง 9 จ.ปทุมธานีได้ ฉะนั้นจะส่งผลให้ปริมาณน้ำในคลอง 8 และคลอง 9 รวมทั้งคลองเชื่อมต่างๆ ในกทม. มีระดับน้ำสูงถึง 3.50 เมตร

           ดังนั้นกทม.จึงจำเป็นต้องปกป้องกรุงเทพเหนือ ในเขตดอนเมืองและสายไหม โดยกทม.ได้กำหนด 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ 1.เสริมแนวคันกั้นน้ำบริเวณคลองหกวา สูง 3 เมตร ระยะทาง 6 กม. โดยต้องเสริมความหนาของแนวคันกั้นน้ำด้วย คาดว่าจะต้องใช้กระสอบทราย 1.2 ล้านกระสอบ

           ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้ดำเนินการตั้งแต่คืนวันที่ 17 ต.ค.นี้เป็นต้นไป เพราะจากการคำนวณสถานการณ์น้ำ กทม.มีเวลาประมาณ 48 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นกทม.จึงต้องทำงานแข่งกับเวลาทุกนาที และจะต้องทำให้เสร็จโดยเร็ว 2. สร้างคันกั้นน้ำตั้งแต่คลอง 8 - 12 ระยะทาง 15 กม.ความสูง 3 เมตรเช่นกัน คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการ 7 วัน แต่ตนจะหาวิธีการบริหารจัดการให้สามารถร่นระยะเวลาให้เหลือ 3 - 4 วัน และ 3. กทม.จะร่วมมือกับกรมทางหลวงชนบทปิดจุดอ่อนบริเวณถนนพหลโยธินข้ามคลองรังสิต และถนนสุวินทวงศ์ เพราะน้ำอาจจะตลบเข้ากทม.ได้ โดยในวันพรุ่งนี้ตนจะประสานกับกรมทางหลวงชนบทเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกัน

           ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่กทม.จะต้องดำเนินการ ทั้งนี้ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก กทม.ขอเวลาประเมินสถานการณ์ให้ชัดเจนก่อน ว่าจำเป็นต้องทำอย่างไรต่อไป แต่ขณะนี้ประชาชนสามารถนำของมีค่าขึ้นที่สูงได้ทันที หากทำอะไรเล็กๆน้อยๆได้ ควรทำไปก่อน และไม่อยากให้ตื่นตระหนก ยืนยันว่ากทม.จะดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะเขตสายไหมซึ่งเป็นด่านหน้าของกรุงเทพฯ และอยากให้ประชาชนในเขตดอนเมืองตื่นตัวด้วยเช่นกัน

           ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลได้บอกว่าจะมอบกระสอบจำนวน 1 ล้านใบ จึงอยากให้ส่งมาให้เร็วที่สุด ไม่อยากให้เกินอาทิตย์หน้า นอกจากนี้รัฐบาลจะส่งนักโทษจากกรมราชทัณฑ์ 300 คนมาช่วย อย่างไรก็ตามมั่นใจว่ารัฐบาลจะรักษาคำพูด ขณะเดียวกันขอเชิญชวนประชาชนร่วมมือกับกทม.ต่อสู้ปัญหาให้พ้นภัยน้ำท่วมครั้งนี้ โดยกทม.ได้ตั้งศูนย์ที่โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ตนอยากให้ประขาชนดูแลบ้านตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น ทั้งนี้ถ้าความผิดพลาดเกิดจากคนอื่น ตนจะไม่รับผิดชอบ แต่ถ้าเกิดจากความผิดพลาดของตัวเองก็จะรับผิดชอบ แต่จะให้ลาออกจากตำแหน่ง มันง่ายเกินไป


คนอพยพหนีน้ำท่วมขอเข้าพักล้นศูนย์"มธ.รังสิต"แล้ว


           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยอุกภัย ที่ศูนย์ประชุมมธ. ตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมาบรรยากาศโดยทั่วไปยังเป็นไปด้วยความปกติ ผู้อพยพส่วนใหญ่ใช้ในชีวิตภายในศูนย์อย่างเงียบ บางคนก็นอน บางคนก็จับกลุ่มพูดคุยถึงสถานการณ์น้ำ แต่อย่างไรก็ตามมีผู้ประสบอุทกภัยได้ทะยอยเดินทางมาขอเข้าพักที่ศูนย์ฯต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าศูนย์ฯแห่งจะมีคนเข้าพักเต็มความจุแล้ว สำหรับยอดรวมของประชาชนที่ประสบอุทกภัยที่ขอเข้าภายในศูนย์พักพิงแห่งนี้ เมื่อเวลา 21.00 น. มีประชาชนขอเข้าใช้บริการแล้วจำนวน 3,664 คน ทั้งที่ความจุของศูนย์แห่งนี้มีเพียง 3,409 คน

           ทำให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯพยายามประสัมพันธ์ให้ผู้ประสบภัยที่พอมีกำลังที่จะเคลื่อนย้ายได้สะดวก ขอให้ย้ายไปเข้าพักศูนย์แห่งใหม่ที่อยู่ใกล้เคียงกัน เช่น ศูนย์พักพิงที่ราชมงคลคลอง 6 ธัญญบุรี , ศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถ.แจ้งวัฒนะ อย่างไรก็ตามอาคารทียูโดม ซึ่งเป็นสถานที่ของเอกชน ที่อยู่ใกล้กับมธ.รังสิต ได้มีประชาชนขอเข้าแล้วจำนวนถึง 850 คน ซึ่งอาคารแห่งนี้สามารถจุคนได้ประมาณ 1,000 คน อย่างไรก็ตามอาคารแห่งนี้ยังเครื่องนอน และอาหาร

           ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า สำหรับมาตรการรับมือกับสถานการณ์น้ำที่อาจจะเข้าท่วมในสถานที่ศูนย์พักในมธ.รังสิต ล่าสุดได้มีการตั้งแนวกระสอบทรายกั้นทุกทางเข้าออก โดยมีความสูงกว่า 1 เมตร และหลังจากที่ได้เดินสำรวจบริเวณโดยรอบมธ.รังสิต ทางมหาวิทยาลัยได้มีการทำแนวคันดินกั้นน้ำ โดยเฉพาะฝั่งทางออกสะพานสูง ได้มีทหารเข้ามาระดมกำลังทำคันดินกั้นน้ำ ที่หลายฝ่ายคาดว่าจุดบริเวณนี้อาจจะมีน้ำจากนวนครทะลักเข้ามา ประกอบกับด้านฝั่งถนนพหลโยธินได้มีการเตรียมวางแนวกระสอบทรายกั้นน้ำเอาไว้เช่นกัน โดยมีความสูงประมาณ 1.5 เมตร

           นายปริญญา เทวะนฤมิตรกุล รองอธิบดี มธ. กล่าวว่า หากน้ำทะลักเข้ามาในพื้นที่มธ.รังสิตแห่งนี้จริง ทางมหาวิทยาลัยได้มีการเตรียมการรับมืออย่างเป็นขั้นตอน โดยจะเริ่มจากการประชาสัมพันธ์ให้รถยนต์ ให้นำไปจอดในจุดที่ไม่ต่ำกว่าระดับถนน ส่วนผู้อพยพนั้นหากน้ำเข้ามาก็มีแผนที่จะอพยพขึ้นในชั้นของอาคารพักพิง

           ผู้สื่อข่าวรายงานต่ออีกว่า สำกรับการให้บริการรถเมล์ของขสมก. ก็ยังมีการให้บริการตามปกติ รวมทั้งการให้บริการของทางโรงพยาบาลมธ.รังสิต ก็ยังให้เปิดให้บริการตามปกติ โดยทางโรงพยาบาลได้ศูนย์ฯฉุกเฉินเอาไว้ประจำที่ศูนย์ฯแห่งจำนวน 1 คัน


ผู้ว่าฯปากน้ำเร่งสำรวจแนวทางป้องกันน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรม


           นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยนายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สส.พรรคเพื่อไทย และคณะได้เดินทางไปที่สำนักงานการนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อประชุมหารือวางแนวทางป้องกันน้ำท่วมฉับพลัน หลังจากที่เขื่อนกั้นน้ำที่นิคมอุสาหกรรมไฮเท็ค ได้เกิดพังทลายทำให้ปริมาณน้ำจำนวนมากไหลทะลักเข้าไปสร้างความเสียหายภายในการนิคมไฮเท็ค เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพประชานกว่า 2 แสนคนที่ทำงานอยู่ในนิคมไฮเท็คออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน ซึ่งคาดว่าอีกไม่เกิน 3 วันปริมาณน้ำจำนวนมากจะไหลทะลักมาถึงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนาย ศรณ์พงษ์ ชูอาตม์ ผู้อำนวยการการนิคมอุตสาหกรรมบางพลี เป็นผู้รายงานสถานการณ์และแนวทางป้องกันน้ำท่วมโรงงานภายในนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจอันดับที่ 2 ของจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งในขณะนี้ได้มีการประชุมแนวทางป้องกันน้ำท่วมฉับพลันกับการนิคมพื้นที่อื่น ๆ ผ่านทางวีดีโอคอนเฟอร์เร้นทุกวัน

           นอกจากนี้ในพื้นที่การนิคมบางพลี ยังได้จัดพื้นที่ปริมาณน้ำเอาไว้ด้วยกัน 3 แห่ง นอกจากนี้รอบ ๆ พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางพลียังได้แนวเขื่อนสูง 1 เมตร 50 เซนติเมตร ล้อมรอบอยู่ตลอดแนวคลองหัวเกลือ ซึ่งเป็นคลองที่พาดผ่านทางด้านหลังนิคมอุตสาหกรรมบางพลีตอลดแนว นอกจากนี้ยังมีการเสริมกระสอบทรายเพิ่มความสูงขึ้นไปอีก 50 เซนติเมตร และมีการเฝ้าระวังระดับอยู่ตลอดเวลา และยังมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เอาไว้หลายจุด ซึ่งเชื่อว่าหากฝนไม่ตกลงมาอย่างหนัก หรือมวลน้ำไม่มาในเวลาเดียวกันในจำนวนที่มากเกินความคาดหมายเราน่าจะรับมือได้

           นายประเสริฐ เด่นนภาลัย สส.พรรคเพื่อไทย จ.สมุทรปราการ ได้แนะแนวทางป้องกันปริมาณน้ำท่วมขัง โดยให้ทางโรงงานทุกโรงงานทำการกั้นกระสอบทรายโดยรอบ หลังจากนั้นให้ทำการสูบน้ำออกจากระดับน้ำปกติออกจากโรงงานให้หมด เพื่อรอรับปริมาณน้ำฝนที่อาจจะตกลงมา และสูบออกได้ทัน ในส่วนที่สองให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งเก็บขยะตามคูคลองหรือผักตบชวาออกจากคูคลองให้หมด เพื่อที่ปริมาณน้ำจะได้ไหลลื่นไปที่สถานีสูบน้ำคลองด่านและสถานีสูบน้ำอื่น ๆ ได้เร็วขึ้นเพื่อระบายออกสู่ทะเลโดยเร็ว นอกจากนี้ยังได้สั่งการณ์กับเจ้าหน้าที่ชลประทานที่ควบคุมการระบายน้ำที่สถานีระบายน้ำสุวรรณภูมิ ให้เร่งดำเนินการพ้องน้ำออกทะเลให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติที่เคยอยู่ในระดับลบ 30 เซนติเมตร ให้อยู่มนระดับลบ 50 เซนติเมตร เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลทะลักเข้ามา

           นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า พื้นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมบางพลี เป็นจุดที่ล่อแหลมพอสมควร เพราะอยู่ใกล้คลองสำโรง และมีคลองหัวเกลือล้อมรอบอยู่ ซึ่งตรงจุดนี้ก็น่าเป็นห่วงพอสมควรหากน้ำมามาก ๆ ก็มีโอกาสท่วมได้ง่าย ฉะนั้นก่อนที่น้ำจะเข้ามาก็ต้องเสริมแนวความมั่นคงให้ดี และขณะเดียวกันเราก็ให้ตรวจเช็คในระบบเครื่องสูบน้ำต่างให้ทำงานได้เต็มที่ คืเราต้องพ้องน้ำออกให้ได้มากที่สุด เพื่อรับมือกับน้ำท่วมที่อาจจะมาได้ ในส่วนน้ำฝนที่อาจจะตกลงมาอย่างหนักก็คงไม่หนักใจเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เรากังวลก็คือมวลน้ำก้อนใหญ่ก้อนใหญ่ที่จะมาจากปทุมธานี ซึ่งขณะนี้ นิคมนวนคร ก็มีทีท่าว่าจะเอาไม่อยู่ และยังทราบว่าประตูน้ำบางที่ก็เริ่มแตกเสียหายทำให้มวลน้ำมามากกว่าปกติ และสิ่งที่เรากังวลก็คือคลองต่าง ๆ ที่เป็นตังรองรับน้ำจากปทุมธานี จะเป็นคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต คลองเสาธง คลองจระเข้ใหญ่ คลองบางโฉลง หรือคลองลาดกระบัง ถ้าปริมาณน้ำมากเกินกว่าคลองเหล่านี้จะรับได้ และเอ่อล้นท่วมคลองเหล่านี้จะทำให้ระบบการสูบน้ำการระบายน้ำของเรา ที่อยู่แนวถนนเลียบคลองชายทะเลซึ่งสามารถรับน้ำได้เพียงวันละ 3 ล้านลูกบาตรเมตร
          
           "ถ้าปริมาณน้ำมาเป็นร้อยเป็นพันลูกบาตรเมตรก็จะมีปัญหาในเรื่องการระบายน้ำของเรา และสิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดก็คือเขตโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งนิคมบางพลีก็เป็นจุดที่กับแหล่งที่จะระบายน้ำออกทะเลด้วย โดยเฉพาะคลองสำโรงซึ่งจะเป็นคลองสายหลักที่จะรับน้ำมาจากคลองต่าง ๆ เพื่อระบายออกทะเล ในวันนี้ก็ได้เดินทางมาดูเพื่อพยายามที่จะเสริมความมั่นคงให้เข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งจะต้องมีการติดตามสถานการณ์น้ำวันต่อวัน และให้นายอำเภอแต่ละอำเภอประเมินสถานการณ์ และในวันพรุ่งนี้จะได้มีการเชิญประชุมเป็นการด่วนเพื่อสรุปแนวทางป้องกันและเตรียมรับสถานการณ์น้ำที่จะไหลทะลักลงมา" นายเชิดศักดิ์ กล่าาว