
'ปู'ใช้งบแสนล้านเยียวยาหลังน้ำลด
ยิ่งลักษณ์ เรียก รมต. หารือรายกระทรวง วางแผนฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลด เผยต้องใช้งบกว่าแสนล้าน ประกาศเดินหน้านโยบายประชานิยม อ้างต้องอัดเงินลงระดับชุมชนส่อกู้เงินต่างประเทศ "แรงงาน"งงเลื่อนขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นเดือน เม.ย.ปีหน้า
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 ต.ค. 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกรัฐมนตรีมาหารือรายกระทรวง เพื่อวางแผนฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลด ให้กับภาคประชาชน ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย ที่มีผลกระทบทั้งหมด ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)
จากนั้นเวลา 16.40 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นต้องการคุยในรายละเอียดของแต่ละกระทรวง เพื่อให้แน่ใจในการทำงานของแต่ละกระทรวง เพราะเราต้องเตรียมการตั้งแต่ศูนย์ ศปภ.ที่มีการทำงานและมีการสั่งการที่ชัดเจน และในขั้นต่อไปจะต้องมีเรื่องการทำงาน หรือการดูแลพี่น้องประชาชนช่วงที่น้ำยังไม่ลด ซึ่งต้องให้แน่ใจว่า กลไกของทุกกระทรวงทำงานได้อย่างเต็มที่ รวมถึงการเตรียมทำแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด ซึ่งแต่ละกระทรวงจะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกับคณะกรรมการเยียวยาที่คณะรัฐมนตรีตั้งไว้
เมื่อถามว่างบประมาณในการฟื้นฟูเบื้องต้นตั้งไว้จำนวนเท่าใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอให้ทุกกระทรวงทำงานก่อน แต่เบื้องต้นจากที่เราเตรียมการไว้อาจจะไม่พอ คงจะมีการตั้งงบเพิ่ม เพื่อเร่งฟื้นฟูภาพรวมโดยเร็ว เพราะจากที่เราเห็น พบว่ามีความเสียหายในภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม ดังนั้นคงต้องเร่งฟื้นฟู ที่สำคัญต้องกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศกลับคืนมาให้เร็วที่สุด
เมื่อถามว่าจะต้องใช้งบประมาณถึง 2 แสนล้านบาทในการฟื้นฟูหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องขอดู แต่เบื้องต้นจากงบประมาณที่จะต้องใช้คงถึงแสนล้านบาทแน่นอน อันนี้ยังไม่รวมกับที่เราต้องบูรณการในภาพรวมในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ เพราะว่าเราพยายามทำงานทั้งหมด เพื่อฟื้นฟูให้ทุกอย่างกลับคืนมาสู่สภาพเดิม และฟื้นฟูสภาวะพี่น้องประชาชนให้กลับมาตั้งตัวได้เหมือนเดิม รวมถึงกลุ่มภาคอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มเอสเอ็มอี และยังไม่รวมไปถึงการพัฒนารวมในโครงการนโยบาย 25 ลุ่มน้ำ และการบูรณการโครงการพระราชดำริทั้งหมด เข้ามาเป็นแผนการแก้ไขปัญหาน้ำอย่างเป็นระบบ
เมื่อถามว่ามีเสียงสะท้อนอยากให้รัฐบาลทบทวนนโยบายประชานิยม เพื่อนำงบประมาณมาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยก่อนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอน ตนได้ให้มีการทบทวนนโยบายต่างๆ ซึ่งจะเน้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะโครงการเอสเอ็มแอล ซึ่งจะเร่งรัดโครงการนี้เพื่อให้เงินลงสู่ระบบ ให้ประชาชนในระดับชุมชนนำเงินเข้าไปแก้ไขปัญหาส่วนรวม รวมถึงนโยบายกองทุนต่างๆและการพักหนี้เกษตรกร
เมื่อถามว่าเงินงบประมาณที่จะนำมาเป็นเงินที่จะมาจากแหล่งเงินกู้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อาจจะมาจากแหล่งเงินกู้บ้าง ที่ต้องนำมาใช้ ทั้งนี้ขอประมวลภาพรวมจึงจะชี้แจงอีกครั้ง เมื่อถามย้ำว่าแหล่งเงินกู้จะมาจากสถาบันการเงินจากต่างประเทศหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอให้กระทรวงการคลังโดยธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้พิจารณาในเรื่องดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าภาคเอกชนเสนออะไรผ่านมาทางนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ บ้าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบสิ่งที่หารือกับนายกิตติรัตน์วันนี้ เป็นเพียงภาพรวม
เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่บริหารจัดการโครงการประชานิยมเก่งและแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ ได้แนะนำอะไรบ้างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เวลานี้ได้หารือกับทางธนาคารแห่งประเทศไทยในภาพรวมอยู่ ซึ่งขอให้กระทรวงการคลังทำหน้าที่ตรงนี้ จึงจะมาชี้แจงภายหลัง
"แรงงาน"งงเลื่อนขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นเดือนเม.ย.ปีหน้า
น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย คสรท. กล่าวไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการค่าจ้างที่ให้เลื่อนการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ในเจ็ดจังหวัดนำร่องเป็นเดือน เมษายน 2555 จากเดิมที่ประกาศไว้ 1 ม.ค. 2555 ว่า เป็นการใช้วิกฤตน้ำท่วม เป็นโอกาสที่ คณะกรรมการค่าจ้างฉวยโอกาสและไม่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งตนมองว่าการประกาศให้เลื่อนการขึ้นค่าจ้างไปทั้งหมดนั้น ก็ควรพิจารณาเป็นรายจังหวัดหรือเฉพาะรายอุตสาหกรรมที่ได้ผลกระทบ ไม่ใช่เหมารวมทั้งหมด ซึ่งทาง คสรท. เชื่อว่า ทางเครือข่ายจะรู้สึกผิดหวังกับมติของคณะกรรมการค่าจ้างที่ไม่ให้ความเป็นธรรมและไม่ตอบสนองต่อนโยบายที่ฐบาสลให้ไว้ในตอนหาเสียง โดย เร็วๆนี้ ตนจะคุยกับนายชาลี รอยสูง ประธาน คสรท. ก่อนทีจะประชุมกับเครือข่ายเพื่อรับฟังความเห็น ต่อไป
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ นางวิไลวรรณได้ให้สัมภาษณ์ว่า หากนายจ้างจะชะลอการขึ้นนค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท เบื้องต้น มีความเห็นสอดคล้องกันโดยเห็นด้วยที่จะชะลอออกไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอย่างไรก็ตามควรให้กำหนดช่วงเวลาที่ชัดเจนว่า หากสถานการณ์คลี่คลายในช่วงเดือน พ.ย. ก็จะพิจารณาขึ้นค่าแรงโดยทันที
นางวิไลวรรณกล่าวต่อว่า สำหรับข้อกังวลที่ผู้ใช้แรงงานในอุตสาหกรรมหรือโรงงานที่ได้รับผลกระทบอาจจะถูกเลิกจ้างนั้น ทางกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยเป็นห่วงจึงอยากฝากไปยังรัฐบาลและผู้ประกอบการในโรงงานอุตสหากรรมให้ข้อมูลที่เท็จจริง อย่าใช้เวลาช่วงที่เกิดปัญหาน้ำท่วมบีบให้พนักงานต้องออก อย่างไรก็ตามในส่วนของภาคโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จะมีการทำประกันภัย โดยในส่วนของค่าชดเชยก็ควรจำนำมาดูแลคนงานในโรงงานที่ได้รับผลกระทบด้วย
ชาวสมุทรสาครบริจาคสิ่งของช่วยน้ำท่วม
ที่หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร นายจุลภัทร แสงจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ รองผู้ว่าฯ และ นายไพศาล สำราญทรัพย์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พ.อ.ประวิทย์ เสียงสะอาด ผู้บังคับการกรมทหารสื่อสารที่ 1 ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร เหล่ากาชาดจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภาครัฐและเอกชนจังหวัดสมุทรสาคร ขานรับนโยบายรัฐบาล รับผิดชอบในการให้ความช่วยเหลือ และเป็นพี่เลี้ยงร่วมกับจังหวัดนครปฐม ในการรับผิดชอบและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมจังหวัดลพบุรี
ขณะนี้มียอดผู้ประสบภัยจำนวน 36,000คน ในการประสานกับจังหวัดลพบุรีพบว่าสิ่งที่ยังขาดแคลน ได้แก่ เรือท้องแบน เสื้อชูชีพ ส้วมลอยน้ำ ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่ม เพื่อเป็นกำลังใจและช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครพร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์รับบริจาค “รวมพลังชาวมหาชัย ช่วยภัยน้ำท่วม” ขึ้น เพื่อเชิญชวนชาวจังหวัดสมุทรสาครได้ช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีที่ประสบปัญหาอุทกภัยอย่างหนักในขณะนี้ โดยวันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด จะเป็นตัวแทนไปส่งมอบของบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมให้แก่พี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีรอบแรกในเบื้องต้น โดยใช้รถบรรทุกทหารขนของ จำนวน 10 คัน
ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมใจกันร่วมบริจาคช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยชาวจังหวัดลพบุรี ได้ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาครและศูนย์รับบริจาคที่อำเภอเมือง อำเภอบ้านแพ้ว และอำเภอกระทุ่มแบน ทั้ง 3 อำเภอ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป



