
น้ำท่วม277รง.นิคมนวนครเสียหาย
"รมว.อุตฯ" เผยน้ำเล่นงาน 277 โรงงานิคมนวนครแล้ว ส่งผลกระทบแรงงานหนึ่งแสนแปดหมื่นคน ผู้ว่าฯกทม. ไม่หวั่น "นวนคร" แตก อ้างห่างไกล วัดพระธรรมกายแจ้งย้ายรถออกจากพื้นที่จอดรถชั่วคราวด่วน
17ต.ค.2554 นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยืนยันว่ารัฐบาลจะป้องกันและต่อสู้กับสถานการณ์น้ำให้ถึงที่สุด หลังแนวกั้นชั้นที่ 1 ไม่สามารถต้านกระแสน้ำได้ ขณะนี้ได้เร่งสร้างแนวกั้นชั้น 2 และ 3 เพื่อไม่ให้เข้าพื้นที่สำคัญชั้นในของการนิคมนวนคร โดยการประเมินความเสียหายเบื้องต้น มีบริษัทได้รับความเสียหาย 227 โรงงาน พนักงานได้รับผลกระทบกว่าหนึ่งแสนแปดหมื่นคน
ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายเร่งระดมความช่วยเหลือ สำหรับแนวทางในการแก้ปัญหานิคมต่างๆหลังน้ำลดจะเร่งฟื้นฟูให้เร็วที่สุด ทั้งนิคมอุตสาหกรรมบางพลี ลาดกระบัง และที่ฉะเชิงเทรา ได้เตรียมป้องกันไว้แล้ว ส่วนความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้นในส่วนภาคอุตสาหกรรมและแรงงาน ดูแลเรื่องนี้เร่งด่วน ส่วนเรื่องสิทธิพิเศษในการยกเว้นภาษีโรงงานที่ได้รับผลกระทบนั้น จะมีมาตรการยกเว้นภาษี ที่เท่าเทียมกัน แม้จะเป็นพื้นที่ที่ห่างจาก กทม.
ผู้ว่าฯกทม.ไม่หวั่น"นวนคร"แตกอ้างห่างไกล
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกทม.ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหมู่บ้านเลียบคลองสอง เขตสายไหมหลังจากที่ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยกระดับถนนในหมู่บ้านเลียบคลองสอง เพิ่มขึ้นอีก 30 ซม. เพื่อป้องกันน้ำในคลองสองไหลเข้าท่วมพื้นที่อาศัยของประชาชนไปมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยทางเขตได้นำยางมะตอยสำเร็จมาราดและนำรถบดมาบดทับอีกรอบหนึ่ง ซึ่งบริเวณถนนเลียบคลองสองเป็นจุดที่จะบรรจบคลองหกวาก่อนที่จะระบายลงทะเลต่อไป
ม.ร.ว.สุขุทมพันธ์กล่าวว่า การเพิ่มระดับความสูงของถนนจะทำให้ป้องกันน้ำได้ระดับหนึ่งหลังจากที่บริเวณทั้งนี้ปริมาณน้ำในคลองสองจะพบว่าได้ล้นตลิ่งแล้ว อย่างไรก็ตาม กทม. ได้พยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเปิดประตูระบายน้ำคลอง 2 จากเดิม 10 ซม. เป็น เป็น 40 ซม.
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนการบริหารจัดการน้ำในกทม. ตอนนี้ ทำได้เพียงการเสริมความสูงของคันกั้นน้ำ และถนน รวมถึงการสร้าง คันดินเลียบคลอง 6 ซึ่งตนคิดว่าสามารถยันได้อยู่ และสามารถประคับประคองพื้นที่ใน กทม.ได้หากไม่เกิดเหตุก่ารณ์เปลี่ยนแปลง ที่ฉับพลัน ซึ่งตนขอยืนยันกับประชาชนว่าสถานการณ์น้ำใน กทม. ขณะนี้ไม่ปลอดภัย 100% ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องยังเฝ้าระวังและเตรียมการป้องกันอย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าฯกทม. ระบุด้วยว่า สำหรับสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้นที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ครั้งแรกเมื่อได้เห็นภาพข่าวแล้วรู้สึกตกใจ แต่เมื่อดูแผนที่แล้วพบว่าพื้นที่นวนครยังอยู่ห่างไกลจาก กทม. และตามธรรมชาติของน้ำก็จะไหลบ่าในทุกพื้นที่ที่สามารถไปได้ ดังนั้น ใน กทม. อาจจะไม่ใช่แหล่งรับมวลน้ำขนาดใหญ่ที่ลงมาเท่านั้น ตนคิดว่า แนวทางการระบายน้ำ อาจจะมาถึง กทม.ได้หากมวลน้ำดังกล่าวไหลมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจที่ไม่สามารถกูวิกฤตที่นวนครได้ หากเป็นตนตนก็เสียใจ ตนเข้าใจ แต่อยากฝากไปถึงประชาชนว่าอย่าตื่นตระหนกกับสถานการณ์่ี่เกิดขึ้นเพราะมั่นใจว่า กทม. จะรับมือได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าการระบุเช่นนี้หมายความว่ามวลน้ำจาก นวนครจะมีทางหลีกเลี่ยงไม่เข้า กทม. ใช่หรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์กล่าวว่า อยู่นอกเหนืออำนาจของ กทม. ที่จะดูแลอย่างไรก็ตามตามธรรมชาติของน้ำก็ต้องไหลลงมาสู่ ทางด้านทิศใต้ ดังนั้น กทม. อาจจะเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีกระแสน้ำจากมวลน้ำเข้ามาแต่ไม่ได้มาพร้อมกันทีเดียว
"ผมขออนุญาตไม่เห็นด้วยกับบุคคลที่ออกมาให้ข่าวว่า กทม. ปลอดภัย 100% เพราะสถานการณ์น้ำโดยรอบ มีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เชื่อว่าแนวป้องกันของ กทม. ที่ได้ดำเนินการจะสามารถต้านทานได้ หากพื้นที่ใดไม่สามารถรับน้ำได้จริงก็ยังมีจ้าหน้าที่ กทม. ที่ดูแลพื้นที่และสามารถที่จะเข้าไปดำเนินการป้องกันได้ " ผู้ว่าฯกทม.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากน้ำของนวนครไหลเข้ามาจะมีวิธีป้องกันอย่างไร ม.ร.ว.สุขุมพันธ์กล่าวว่า หากเข้ามาจริงเราไม่รู้ว่าจะเข้ามาทางไหน แต่หากทราบว่าจะไหลเข้ามาทางไหนเราก็จะส่งคนเข้าไปป้องกัน
"ในส่วนของสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้นคงไม่สามารถประเมินผลระยะยาวได้ ดังนั้นการประเมินสถานการณ์ที่ดีที่สุดคือวันต่อวัน" ม.ร.ว.สุขุมพันธ์กล่าว
‘สุขุมพันธุ์’จับตาน้ำล้อมกรุงฯวันต่อวัน
เมื่อเวลา 17.55 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์รายการ “เจาะข่าวเด่น” ทางสถานีโทรทัศน์สีช่อง 3 ถึงกรณีน้ำได้เข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมนวนคร เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาอีกว่า มวลน้ำที่นวนครยังอยู่ห่วงไกลกับกรุงเทพฯ ซึ่งตนยังไม่คิดว่ามวลน้ำก้อนใหญ่ที่นวนครจะหล่นทับกรุงเทพฯ เพราะกว่าที่น้ำจะเดินทางถึงก็จะมีการระบายไว้หลายทาง แต่ยังห่วงพื้นที่กทม.ทางเหนือ หลังจากการลงพื้นที่วันนี้ได้สั่งให้มีการเสริมถนนริมคลองสอง จ.ปทุมธานี และถนนสายไหม 85 อีก 30 เซนติเมตร เพื่อให้ความสะดวกในของประชาชน รวมถึงใช้เป็นแนวคันกั้นน้ำได้ เพราะขณะนี้พบว่าระดับน้ำในคลอง 2 ยังมีระดับสูง
ในพื้นที่เขตดอนเมืองตนยังเป็นห่วง เพราะเมื่อคืนวันที่ 16ต.ค. มีฝนตกทำให้มีน้ำท่วมขังในถนนพหลโยธิน และคลองรังสิต จึงกังวลว่าน้ำตีกลับพื้นที่ดอนเมือง ถึงแม้จุดนั้นเป็นที่ของกรมทางหลวง แต่กทม.ได้นำกระสอบทรายเป็นทำแนวป้องกันน้ำในจุดนั้นแล้ว ส่วนที่คลองหกวากทม.นำกระสอบทรายไปเสริมแล้วเช่นกัน ขอขอบคุณกรมชลประทานที่ช่วยปิดประตูระบายน้ำคลองหนึ่งลงครึ่งหนึ่ง ทำให้ปริมาณน้ำที่เข้ามาจากจุดนั้นลดลง ก่อนที่จะเข้ามาในกรุงเทพฯ ทำให้ขณะนี้การประเมินสถานการณ์น้ำต้องประเมินวันต่อวัน
หนองจอกยังทุกข์นานกว่าเดือนน้ำท่วมกว่า73ชุมชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในเขตหนองจอกขณะนี้ มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยในส่วนของหนองจอกได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือ 12 จุด ประกอบ และพื้นที่ที่ประสบน้ำท่วมประกอบด้วย แขวงกระทุ่มลาย มีผู้ขอความช่วยเหลือ 679 ครัวเรือน แขวงคู้ฝั่งเหนือ 143 ครัวเรือน แขวงคลองสิบ 510 ครัวเรือน แขวงโคกแฝด 637 ครัวเรือน แขวงลำต้อยติ่ง 810 ครัวเรือน แขวงหนองจอก 314 ครัวเรือน และ แขวงลำผักชี 561 ครัวเรือน รวม 73 ชุมชน 3,854 หลังคาเรือน โดยมีความต้องการที่ขอมาคือกระสอบทราย 24,670 กระสอบ สะพานไม้ 39,700 เมตร สุขาเคลื่อนที่ 30 ตู้ รถรับส่ง 3 คัน
โดยถนน ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากคือ ถ.ร่วมพัฒนา ท่วมเป็นบางจุดยาว 3.5 - 4 กม. ถนนยังพัธนา ยาว 4 กม. โดยระดับน้ำสูงสุดประมาณ กือบ 1 เมตร ซึ่งชาวบ้านต้องทนทุกข์มากว่า 1 เดือน
วัดพระธรรมกายแจ้งย้ายรถออกจากพื้นที่จอดรถชั่วคราวด่วน
วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ถึงผู้ที่นำรถมาจอดในพื้นที่ 150 ไร่ ของวัดพระธรรมกาย จำนวนหลายร้อยคัน ขอให้เคลื่อนย้ายรถขึ้นที่สูงหรือนำรถออกจากพื้นที่ด่วน เนื่องจากขณะนี้ระดับน้ำในคลอง 3 สูงขึ้นเรื่อย ๆ จากการเปิดประตูระบายน้ำทุกจุด ขณะเดียวกันทางวัดพระธรรมกาย เตรียมรับสภาวะน้ำท่วมจากคลองระพีพัฒน์ คลอง 2 และคลองแอล 2 , 3 ซึ่งในขณะนี้น้ำได้ล้อมรอบวัดพระธรรมกายหมดแล้ว แม้แต่โรงครัวที่ได้ผลิตอาหารให้ประชาชนที่ประสพภัยน้ำท่วมวันละกว่า 100,000 กล่อง ก็ได้รับผลกระเช่นกัน
เตรียมอพยพพระหนีน้ำไปศูนย์โคราช-ลพบุรี
พระสินทวงศ์ วุฑฒิวังโส ฝ่ายประชาสัมพันธ์ วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วัดได้เปิดเป็นศูนย์อพยพตั้งแต่วันที่ 13-14 ต.ค.ที่ผ่านมา สามารถรองรับผู้อพยพได้ แต่ขณะนั้นยังไม่มีการเปิดประตูน้ำคลองระพีพัฒน์ และเมื่อเปิดประตูน้ำ 1-6 สถานการณ์ก็เปลี่ยน ระดับน้ำขึ้นสูงกว่าที่คิด ทางวัดก็ต้องประเมินชั่วโมงต่อชั่วโมง และได้แจ้งไปยังเจ้าของรถยนต์ว่าขอให้มาดูพื้นที่ เพราะระดับน้ำสูงขึ้นขอให้ย้ายขึ้นที่สูง จึงไม่มั่นใจในระดับน้ำว่าจะปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งคันกั้นน้ำวัดพระธรรมกาย เหลือระดับเพียง 30 ซม. น้ำจะล้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เตรียมอพยพพระเณรในวัดจำนวน 2 พันกว่ารูป ส่วนอุบาสกอุบาสิกาประมาณพันคน ไปยังศูนย์อบรมเยาวชนของทางวัดที่ จ.นครราชสีมา และ จ.ลพบุรี ที่มีอยู่หลายพันไร่ไว้รองรับแล้ว หากผู้ประสบภัยจะเคลื่อนย้ายไปด้วยก็ยินดี
ชาวนาฉะเชิงเทราเร่งเกี่ยวข้าวหวั่นน้ำท่วม
นายเสนอ มั่นคงดี วัย 65 ปี ชาวนาในตำบลคลองหลวงแพ่ง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวในแปลงนา โดยใช้ทั้งรถเกี่ยวข้าวและแรงงานเพื่อนบ้านมาช่วยกัน ทั้งที่อีก 2 สัปดาห์จึงจะถึงเวลาเก็บเกี่ยวข้าวได้ก็ตาม แต่หากปล่อยทิ้งไว้อีก 2 วัน น้ำในคลองบึงคัดช้อนและคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ก็จะไหลเข้าแปลงนาทั้งหมด
ด้านนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้นำเครื่องจักรกล ไปดำเนินการขุดลอกคลองเพื่อเปิดทางให้น้ำไหลสะดวกขึ้น ขณะเดียวกัน ได้ขุดดินทำเป็นทำนบกั้นริมคลองพระองค์ไชยานุชิต และคลองบึงคัดช้อน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลขึ้นท่วมแปลงนามากไปกว่านี้ เพราะปล่อยไว้ อาจจะทำให้แปลงนานับหมื่นไร่เสียหายทั้งหมด



