ข่าว

ทอ.สั่งเตรียมแผน'อพยพเครื่องบิน'

ทอ.สั่งเตรียมแผน'อพยพเครื่องบิน'

17 ต.ค. 2554

“ผบ.ทอ.” สั่งกองทัพเตรียมแผนอพยพเครื่องบิน หวั่นเกิดเหตุฉุกเฉินส่งประจำการกองบินทั่วประเทศ ภายใน 3 ชม. ด้านโฆษกทอ.เผยยังไม่ขอ “สหรัฐ” ส่งเครื่องบินช่วยน้ำท่วม ชี้ยังอยู่ขั้นตอนพิจารณาความเหมาะสม รับพื้นที่ปฏิบัติการแคบ หากส่งเครื่องบินเข้ามามากอาจเกิดปัญ

          17ต.ค.2554 พล.อ.ต. มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า กองทัพอากาศ โดย พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้สั่งการให้เตรียมแผนอพยพเครื่องบินหากเกิดกรณีฉุกเฉินแล้ว ทั้งเครื่องบินลำเลียงแบบC-130เครื่องบินโบอิ้ง และเครื่องบินฝึกขนาดเล็ก ซึ่งสามารถอพยพเครื่องบินทั้งหมดได้ภายใน 3 ชั่วโมง โดยนำเครื่องบินไปประจำการไว้ตามกองบินต่าง ๆ ซึ่งระหว่างการอพยพไปยังกองบินต่าง ๆ นั้น เครื่องบินต้องมีความพร้อมที่จะปฏิบัติงานได้ 24 ชั่วโมง

          พล.อ.ต. มณฑล กล่าวถึงถึงความคืบหน้าในการดำเนินการของศูนย์ประสานงานการใช้อากาศยานว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการส่งเครื่องบินจากกองทัพสหรัฐเข้ามา เพียงแต่ส่งส่วนล่วงหน้าซึ่งเดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมาด้วยเครื่องบินแบบ C-130 เพื่อสำรวจความเสียหายจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดต่างๆ โดยขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกองบัญชาการกองทัพไทย จากนั้นได้กลับมาวางแผนและประสานงานเพื่อพิจารณาดูว่าประเทศไทยต้องการความช่วยเหลือในส่วนใด แล้วกองทัพสหรัฐจะสามารถช่วยเหลือสนับสนุนในเรื่องใดได้บ้าง ซึ่งเบื้องต้นกองทัพสหรัฐก็พร้อมและยินดีที่จะให้ความสนับสนุนในทุกด้าน รอเพียงการร้องขอจากประเทศไทยเท่านั้น

          ส่วนที่มีการพูดว่ากองทัพสหรัฐจะส่งเครื่องบินแบบซีฮอว์ค (UH-60 Sea Hawk) เข้ามาประเทศไทยเพื่อช่วยเหลืออุทกภัยนั้น เป็นเพียงการแสดงความปรารถนาดีจากกองทัพสหรัฐ ที่เสนอว่าเขามีเครื่องบินประเภทนี้ หากไทยต้องการความช่วยเหลือเขาก็พร้อมที่จะส่งมาช่วยเหลือ ทั้งนี้นอกจากกองทัพสหรัฐก็ยังมีประเทศสิงคโปร์ที่ได้เสนอเครื่องบินเข้ามาช่วยเหลืออีกประเทศหนึ่ง

          ทั้งนี้นายกรัฐมาตรีได้มีการอนุมัติตั้งศูนย์ขึ้นอีก 3 หน่วย คือ 1.ศูนย์รับความช่วยเหลือจากมิตรประเทศ ซึ่งมอบให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้รับผิดชอบ 2.ศูนย์ประสานการปฏิบัติการทางอากาศ เพื่อควบคุมการใช้อากาศยาน และการจัดการจราจรทางอากาศ 3.ศูนย์การค้นหาและช่วยชีวิต ซึ่งมอบให้กระทรวงกลาโหม โดยกองบัญชาการกองทัพไทยเป็นผู้รับผิดชอบ โดยส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย ภายใต้ศูนย์ประสานงานการใช้อากาศยาน ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักกำลังรวบรวมข้อมูลและความต้องการในด้านต่าง ๆ ซึ่งหากมีความต้องการอย่างไรก็จะเสนอผ่านไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานไปยังกองทัพสหรัฐต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการร้องขออะไร

          พล.อ.ต. มณฑล กล่าวต่อว่า หากถามว่าจะใช้เครื่องบินประเภทไหนเพื่อให้เหมาะแก่การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน ตนคิดว่าขณะนี้มันเลยความจำเป็นที่ต้องใช้เครื่องบินไปแล้ว เพราะการที่เราใช้เครื่องบินก็เพื่อใช้บินสำรวจพื้นที่และค้นหาประชาชนที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก รวมทั้งใช้เพื่อหย่อนสิ่งของลงไปช่วยเหลือ และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน ขณะนี้สิ่งที่สำคัญในการช่วยเหลือประชาชน คือ การใช้รถและเรือ เพราะคนที่ยังติดอยู่นั้นเป็นเพราะเขาห่วงบ้าน ไม่ยอมออกมา แล้วเมื่อเขาไม่ออกมาเขาก็ไม่มีอาหาร และเกิดความเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งหากเรานำเครื่องบินไปบินเป็นจำนวนมากขณะที่พื้นที่ปฏิบัติการเป็นวงแคบก็จะทำให้เกิดปัญหาการจราจรทางอากาศได้

          “ขณะนี้เรามีเครื่องบินจากหลายหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนช่วยเหลือ และเครื่องบินซีฮอว์คแบบที่กองทัพสหรัฐเสนอมานั้นก็เป็นเครื่องบินประเภทเดียวกันกับแบล็คฮอว์คที่เรามีอยู่ แต่มีความพิเศษตรงที่สามารถปฏิบัติการทางน้ำได้ ซึ่งเครื่องบินที่สามารถปฏิบัติการทางน้ำนั้นกองทัพเรือก็มีอยู่ การที่เราจะขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศนั้นเราต้องคำนึงด้วยว่าพื้นที่ปฏิบัติการนั้นเป็นวงแคบ หากนำเครื่องบินมาบินวนก็จะทำให้การจราจรทางอากาศติดขัดและเกิดอันตรายได้ นำเข้ามามากก็ไม่ใช่เรื่องดี อาจเกิดความสับสนได้ ขณะนี้การทำงานและประสานงานของเราก็ยังสามารถทำงานกันได้ แต่หากมีความจำเป็นค่อยตั้งเรื่องร้องส่งผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้ดำเนินการต่อไป” พล.อ.ต. มณฑล กล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากพนังกั้นน้ำที่นวนครแตก ทำให้ภาครัฐ เอกชนและประชาชนมีความกังวลว่าอาจจะทำให้น้ำทะลักเข้ามาท่วมยังเขตดอนเมือง ซึ่งจากการประเมิณสถานการณ์เบื้องต้นคาดว่าน้ำจะไม่ทะลักเข้ามาในเขตดอนเมือง เนื่องจากมีประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์กั้นและสามารถรองรับน้ำที่ไหลออกมาจากนวนครได้