ข่าว

ชาวอยุธยา-นนท์ประท้วงสุดทนน้ำท่วม

ชาวอยุธยา-นนท์ประท้วงสุดทนน้ำท่วม

17 ต.ค. 2554

เดือดร้อนจากน้ำท่วมทำเอาชาวอยุธยาฮือรวมตัวกว่า 300 คน ขวางกรมชลประทานไม่ให้ตอกแผ่นซิปพาย เกรงจะทำให้น้ำท่วมสูง ส่วนที่นนทบุรี 700 ครัวเรือน เขตบางบัวทอง รวมตัวจะพังคันดินอบต. "สุรยุทธ์"แลกเปลี่ยนความคิดเห็น"วรวัจน์ "เรื่องน้ำท่วม เรือนจำกาญจน์เร่งผลิตเ

          วันที่ 17 ตุลาคม2554  ประชาชนกว่า กว่า 300 คน จากบ้านปากคลองเข้าเม่า ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา และจาก  ต.หันตรา และ ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา มารวมตัวกันเพื่อประท้วงและขัดขวางการทำงานของเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่กรมชลประทาน เตรียมที่จะนำมาใช้ในการตอกแผ่นซิปพาย ที่สะพานข้ามคลองข้าวเม่า ถนนสายเอเชีย หลัก กม. 14-15 ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อปักแผ่นซิปพายจำนวนมาก ปิดทางน้ำไหลของน้ำในคลองข้าวเม่า จากแม่น้ำป่าสัก ผ่านไปยังทุ่งหันตรา เข้าไปยังทุ่ง อ.อุทัย ผ่านนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และไหลต่อไปในพื้นที่ อ.วังน้อย , อ.บางปะอิน และท้ายที่สุดไหลไปที่คลองหนึ่ง จ.ปทุมธานี เพื่อเป็นการชะลอน้ำ ไม่ให้เข้าพื้นที่จ.ปทุมธานีและกรุงเทพ ฯ

           ต่อมา นายเรวัต ประสงค์ นายอำเภออุทัย เข้าเจรจากับผู้ชุมนุมไม่เป็นผล  เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ต้องหยุดการทำงานทั้งหมด   โดยกลุ่มผู้ประท้วงเชื่อว่าหากมีการตอกแผ่นชิปพาย  จะทำให้ในน้ำเข้าท่วมพื้นที่รุนแรงขึ้น


น้ำเอ่อท่วมหมู่บ้านศรีประจักษ์7ฮือพังคันดิน


           ผู้ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านศรีประจักษ์ 7 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย หมู่ที่ 5 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี กว่า  700 หลังคาเรือน  ได้มารวมตัวกันที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน เพื่อจะพังคันดินป้องกันน้ำที่ทาง อบต.บางบัวทอง สร้างไว้ตรงทางเข้าของหมู่บ้าน เพราะเชื่อว่าเป็นสาเหตุทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมหมู่บ้าน โดยมีตัวแทนของอบต.มาเจรจา ต่อมา นายวิเชียร เจริญนนทสิทธิ์ นายกอบต.บางบัวทอง  ได้เข้าเจรจา  โดยผู้ชุมนุมต้องการให้เปิดแนวคันดินเพื่อให้น้ำไหลลงสู่คลองเจ็ก ซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้าน  เพราะถ้าน้ำไหลลงคลองเจ็กจะทำให้น้ำในหมู่บ้านลดลง หลังชี้แจงทางนายกอบต.จึงให้ชะลอการสร้างแนวคันดินไว้ก่อน
 
          สำหรับหมู่บ้านศรีประจักษ์ 7 เป็นหมู่บ้านล่าสุดในพื้นที่ อ.บางบัวทอง ที่น้ำทะลักเข้าท่วม เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้ท้ายหมู่บ้านติดกับคลองพิมลราชา ซึ่งรับน้ำมาจากคลองบางบัวทอง ขณะที่ทางคลองเจ็กไม่มีการปิดประตูระบายน้ำทำให้น้ำที่ไหลมาจากคลองพระยาบันลือที่ไหลมาจากอยุธยาและสามโคก  เพิ่มขึ้นสูง ทำให้น้ำไม่มีทางไปจึงเอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้าน
                                                                              

"สุรยุทธ์"แลกเปลี่ยนความคิดเห็น"วรวัจน์"เรื่องน้ำท่วม 
 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและในฐานะนายกสภาสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งอยู่ในย่านลาดกระบัง ได้บังเอิญเจอกับนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนบริเวณนั้นและทั้งสองได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม พล.อ. สุรยุทธ์  ไม่ได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานต่างๆเกี่ยวกับการป้องกันน้ำท่วมตามข่าวลือแต่อย่างใด 
 

เรือนจำกาญจน์เร่งผลิตเสื้อชูชีพจากขวดน้ำ


          เมื่อเวลา 13.00 น. นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ รอง ผวจ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนคนไทยจำนวนหลายจังหวัด ประสบอุทกภัยน้ำท่วมเป็นเหตุทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งนับว่าเป็นอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดของประเทศ จนถึงปัจจุบันสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่วี่แววที่จะคลี่คลาย

          ภาพที่ออกมาทางสื่อทีวี หรือสื่อทางหนังสือพิมพ์ ทุกช่องทุกฉบับ มีการรายงานเหตุการณ์ภาพความเสียหาย และสภาพความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทยตลอดทั้งวัน ที่ผ่านมาพี่น้องชาวจังหวัดกาญจนบุรีทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือตามชนบท ทุกคนได้ร่วมกันบริจาคสิ่งของจำเป็นเพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำท่วมมาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าชาวกาญจนบุรีและคนไทยจากทั่วประเทศต่างมีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

          การให้ความช่วยเหลือทุกครั้งที่ผ่านมา ต้องขอขอบคุณชาวกาญจนบุรีทุกคนที่ร่วมกันเสียสละเพื่อบริจาคสิ่งของจำเป็นต่างๆ ทั้งหมดไม่สามารถประเมินราคาในความมีน้ำใจของประชาชนได้ นอกจากนั้น พ.อ.เกษม เบญจนิรัติศัย ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 201 ทำการแทนผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ยังได้นำกำลังพลจากกองพลทหารราบที่ 9 มาช่วยเหลือในการบรรจุถุงทรายที่ได้รับบริจาคเป็นจำนวน 15,000 ถุง กองพลทหารราบที่ 9 ยังได้ร่วมบริจาคถุงทรายอีกจำนวน 3,000 ถุงอีกด้วย ทั้งหมดถูกนำขึ้นรถไฟบรรทุกสัมภาระ จำนวน 14 โบกี้ และได้จัดส่งไปยังคลังสินค้าบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปมอบให้แก่กรุงเทพมหานคร เพื่อกระจายไปช่วยเหลือตามจังหวัดต่างๆ เป็นที่เรียบร้อย โดยการขนส่งถุงทรายได้รับการสนับสนุนจาก การรถไฟแห่งประเทศไทยและสถานีรถไฟจังหวัดกาญจนบุรี เป็นอย่างดี

          รอง ผวจ.กาญจนบุรี เปิดเผยต่อว่า สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี เฉพาะพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของทุกปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ต.หนองไผ่ อ.ด่านมะขามเตี้ย ต.สระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา และ ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย รวมทั้งพื้นที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี เท่าที่ได้รับรายงานจากผู้นำท้องถิ่นต่างๆ รวมทั้งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง พบว่าขณะนี้บางพื้นที่ได้ถูกน้ำท่วมพื้นที่เกษตรบ้างแล้วแต่ไม่มากนัก และไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรได้ นับว่าเป็นความโชคดีของชาวกาญจนบุรีมากเมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของทุกปี

          แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทตนได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนรับผิดชอบในพื้นที่โดยเฉพาะ อบต. อปท. และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้ง อสม.ประจำหมู่บ้าน หากเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ใดให้รีบรายงานให้ตนทราบอย่างเร่งด่วน ในเบื้องต้นจังหวัดกาญจนบุรีได้จัดเตรียมสิ่งของจำเป็นเช่นข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค รวมทั้งกระสอบทราย ที่มีปริมาณที่เพียงพอพร้อมที่จะนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลัน

          นายชัยวัฒน์ รอง ผวจ.กาญจนบุรี เปิดเผยต่อไปว่า ส่วนเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรีนำโดย นายแดนไทย เจริญ ผบ.เรือนจำ ได้รายงานมาว่ามีประชาชนและญาติของผู้ต้องขัง ได้นำวัตถุดิบในการผลิตเสื้อชูชีพ ประเภท กระสอบปุ๋ย และขวดพลาสติกขนาด 1.5 ลิตร มาบริจาคเป็นจำนวนมาก โดยมอบหมายให้ผู้ต้องขังหญิงฝ่ายตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นผู้ผลิต ซึ่งจากการออกแบบและผลิตเสื้อชูชีพ และได้นำไปทดลอง พบว่าเสื้อชูชีพชนิดดังกล่าวสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับน้ำหนักได้ 50-60 กิโลกรัม ซึ่งมีทั้งของเด็กและผู้ใหญ่ ที่ผ่านมาเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ได้นำเสื้อชูชีพที่ผลิตจากเรือนจำไปมอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีแล้วจำนวน 500 ตัว และกำลังเร่งผลิตเพิ่มอีก จำนวน 2,500 ตัว เพื่อกระจายไปมอบให้กับพื้นที่จังหวัดต่างๆต่อไป หากประชาชนต้องการบริจาคขวดน้ำพลาสติกขนาด 1.5 ลิตร หรือกระสอบปุ๋ย สามารถไปบริจาคได้ที่เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรีด้านหลังศาลากลางจังหวัดได้ทุกวัน