ข่าว

ยกเครื่องความคิดใหม่หลังวิกฤติน้ำท่วม

ยกเครื่องความคิดใหม่หลังวิกฤติน้ำท่วม

17 ต.ค. 2554

ยกเครื่องความคิดใหม่หลังวิกฤติน้ำท่วม : มองมุมยุทธศาสตร์ โดย เรือรบ เมืองมั่น www.facebook.com/Ruarob

          ปรากฏการณ์น้ำท่วมทั้งประเทศที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จำความได้เกิดขึ้นพร้อมกับความพินาศฉิบหายของชีวิตและทรัพย์สินของคนจำนวนมาก ที่กินวงกว้างไปกว่านั้นคือคนวิตกกังวลทุกข์ร้อน แต่ท่ามกลางเรื่องร้ายของพนังแตกที่โน่น น้ำมิดคอที่นั่น ก็มีเรื่องดีๆ ของความพยายามในการร่วมมือร่วมใจต่อสู้กับภัยธรรมชาติอย่างเต็มที่ การกระทำและไอเดียหลากหลายในการป้องกันภัยน้ำท่วมปรากฏขึ้นมาก ทั้งยังขยายพรมแดนการวางแผนไปยังอนาคตอีกด้วย เป็นที่น่าเชื่อว่าประเทศไทยกำลังตระหนักรู้ในบทเรียนครั้งใหญ่ หลังตาสว่างคราวนี้ สิ่งที่เคยพร่ำพูด เช่น การบูรณาการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ จะเป็นจริงเสียที

          นอกเหนือจากการฟื้นฟูหลังน้ำลด ซึ่งมีทั้งการเยียวยาผู้ประสบเคราะห์กรรมและการสร้างโน่นต่อเติมนี่เพื่อทำให้สิ่งที่เสียหายกลับคืนสภาพเดิมแล้ว การดำเนินการตามแนวคิดของการป้องกันภัยอย่างบูรณาการจะต้องเกิดขึ้นแน่ บทเรียนของศึกน้ำท่วมสาหัสนั้นบอกให้เรารู้ว่า หลายอย่างไม่มีเวลาเถียงแล้ว ต้องลงมือสร้างทันที ไม่งั้นก็จะฉิบหายกันอีก เพราะในโลกยุคที่ดินฟ้าอากาศปั่นป่วนด้วยภาวะโลกร้อน การคาดการณ์แบบฟันธงด้วยเรคคอร์ดจากอดีตนั้นมีสิทธิผิดพลาดมากขึ้น เพราะฝนไม่ตกตามฤดูกาลหรือพายุทะลุไม่หยุดตรงหน้าหนาวอีกแล้ว เรื่องของการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติด้วยการกลืนเข้ากับธรรมชาติก็อาจจะเป็นเรื่องล้าสมัยไปด้วย เพราะปรับสมดุลยังไงก็กลับโลกกลับป่าให้เป็นอย่างเดิมไม่ได้ ทางออกคือต้องใช้ปัญญาแห่งเทคโนโลยีและการจัดการเข้าสู้

          แม้ว่าการกักเก็บน้ำเขื่อนที่ผิดพลาดจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ก่อให้เกิดน้ำค่อยๆ ไหลท่วมทั้งภาคกลางและอีสาน จนไม่รู้ว่าจะมีสักกี่ประเทศในโลกนี้เกิดทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมในที่เดียวกันปีเดียวกัน แต่ก็ต้องสร้างเขื่อนใหญ่ขึ้นอีกเพื่อกักน้ำก้อนที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีให้ได้ งานช้างแบบเขื่อนสามผาของจีนต้องเกิดขึ้นบนความทุกข์ของคนจำนวนมากอย่างแน่นอน แต่รัฐก็ต้องทำเมกะโปรเจกท์นี้เพื่อคนจำนวนมหาศาลหลายเท่าที่ไม่ต้องการน้ำท่วมอีกแล้ว ทั้งยังเป็นการลดภาระพึ่งพิงไฟฟ้าต่างชาติอีกด้วย ธรรมชาติที่ถูกทำลายนั้นแม้จะเป็นเรื่องเศร้า แต่ก็ต้องถูกทำลายอย่างมีหลักการและเพื่อประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่นั่งนิ่งปิดหูปิดตา ไม่สนความจริงที่ว่าป่าถูกลักลอบทำลายทุกวินาทีอยู่แล้ว

          สร้างเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำเหนือนั้นไม่พอ ต้องทำครบวงจรด้วยการถมทะเลออกไปจากชายฝั่งท่าจีนด้วย ไม่งั้นน้ำทะเลก็หนุนเล่นงานปริมณฑลเป็นแบบบางขุนเทียนจมบาดาลหมด วิถีเดิมที่อยากรักษาไว้นั้นอยู่อีกไม่นานแล้ว ถึงวันนี้จะรักษาได้อีกไม่ถึง 10 ปีก็ต้องเผ่นหนีน้ำอยู่ดี ทางออกที่ถาวรกว่านี้คือต้องตัดใจถมทะเลออกไปแล้วสร้างเขื่อนแบบฮอลแลนด์สกัดกั้นน้ำทะเลสูง

          ส่วนชาวบ้านก็อาจสร้างปัจเจกเคหะของตนแบบน็อกดาวน์ลอยน้ำได้ เพื่อที่จะไม่ต้องขนของหนีน้ำเป็นเมตรๆ หากเกิดเหตุสุดวิสัย จะทำอะไรก็เร่งกันทำหลังน้ำลด เพราะปีหน้าจะวิกฤติกว่านี้ แต่ยังน้อยกว่าปีมะรืน