ข่าว

นายกฯเตรียมถกแก้น้ำท่วม

นายกฯเตรียมถกแก้น้ำท่วม

17 ต.ค. 2554

นายกรัฐมนตรี เตรียมถกแก้น้ำท่วมที่ทำเนียบฯ เช้านี้ ก่อนเข้าประชุมที่ดอนเมือง วางแนวทางป้องกันนิคมฯนวนคร

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมเป็นประธานในการประชุมและแก้ไขติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะมีการพูดคุยรวมไปถึงแนวทางการเยียวยา ภายหลังน้ำลด กับรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ส่วนในหน่วยงานที่เข้าไปประชุม อาทิ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะช่วยดูแลในเรื่องของการฟื้นฟูสภาพจิตใจของประชาชน และโรคติดต่อภายหลังน้ำลด

          จากนั้นนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. ท่าอากาศยานดอนเมือง ภายหลังมวลน้ำก้อนใหญ่ได้ไหลลงมาสมทบในจังหวัดพื้นที่รอยต่อของกรุงเทพมหานครมากขึ้น อีกทั้งที่ประชุม ศปภ. จะมีการหารือถึงแนวทางป้องกันนิคมอุตสาหกรรมนวนคร หลังจากที่น้ำได้ไหลเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมไปแล้ว 5 แห่ง



ปธ.อุตสาหกรรมนนท์ ชี้น้ำท่วมทำพื้นที่เศรษฐกิจหลัก 3 อ.เสียหายมาก วอนรัฐหลังน้ำลด ชะลอค่าแรงงาน 300 ไว้ก่อน

          นางเบญจมาศ สมบูรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยความคืบหน้าถึงผลกระทบในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของจังหวัดนนทบุรีที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วม ว่า จากการสำรวจภาพรวมทั้งหมดในตอนนี้พื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมหลักของจังหวัดนนทบุรีใน 3 อำเภอ คือ อำเภอบางบัวทอง อำเภอปากเกร็ด และอำเภอไทรน้อย ได้รับความเสียหายจากการถูกน้ำท่วมไปแล้วหลายโรงงาน ทำให้โรงงานที่ยังไม่ถูกน้ำท่วมต้องยุติการผลิตเพื่อระดมคนงานมาสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เพื่อรักษาโรงงานของตัวเองให้ได้ บางแห่งแม้โรงงานจะป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมได้ แต่ทางเข้าออกโรงงานก็ถูกน้ำท่วมสูง ทำให้ไม่สามารถนำสินค้าส่งออกไปจำหน่ายได้ ทำให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจมากน้อยแตกต่างกันไป
 
          ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี กล่าวอีกว่า หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายแล้ว ทางสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรีจะสำรวจความเสียหายของโรงงานทั้งหมดในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งในปีนี้น่าจะได้รับความเสียหายมากที่สุด และจะทำเรื่องขอความช่วยเหลือไปยังรัฐบาลให้จัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมกลับมาฟื้นฟูความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมและเดินหน้าภาคการผลิตต่อไปได้ นอกจากนี้ยังจะเสนอให้ทางรัฐบาลชะลอการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท ออกไปก่อน เนื่องจากโรงงานหลายแห่งจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูธุรกิจค่อนข้างนาน ดังนั้นหากในช่วงฟื้นฟูแล้วโรงงานยังต้องมารับภาระเพิ่มขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตามนโยบายของรัฐบาลเข้าไปอีก ก็จะทำให้การฟื้นฟูเป็นไปด้วยความยากลำบากและล่าช้า ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน ซึ่งในส่วนของแรงงาน พนักงานของโรงงานแต่ละแห่ง ตนเชื่อว่า แรงงานเหล่านี้จะเข้าใจถึงความจำเป็นที่โรงงานส่วนใหญ่จะไม่สามารถปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามนโยบายของรัฐบาลได้ในช่วงนี้ เพราะสถานการณ์น้ำท่วมทำให้โรงงานได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมูลค่ามหาศาล ดังนั้นหากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมสามารถฟื้นฟูกลับคืนมาสู่สภาพเดิมได้แล้วเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำตามนโยบายของทางรัฐบาลก็ค่อยกลับมาคุยกันใหม่ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไป