
นิคมอุตฯกรุงเก่าจมหมดสูญ2แสนล.
วิกฤติหนักนิคมอุตสาหกรรมอยุธยาจมบาดาลครบ 5 แห่ง "แฟคตอรี่แลนด์" ส่งท้าย คาดสูญ 2 แสนล้าน หอการค้าฯขอสินเชื่อปลอดประกัน ขณะที่ ส.อ.ท.แนะหยุดประชานิยม
สถานการณ์น้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ยังอยู่ในภาวะวิกฤติยากเกินเยียวยา เนื่องจากหลายวันที่ผ่านมาน้ำยังคงบ่าเข้าท่วมเข้านิคมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเกินระดับป้องกันได้ ล่าสุดมีรายงานว่า ขณะนี้น้ำได้เข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 5 แห่ง ใน จ.พระนครศรีอยุธยาแล้ว
จมบาดาลครบแล้ว 5 แห่ง
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายสมหวัง ถุงสุวรรณ ประธานชมรมผู้บริหารงานนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ว่า ระดับน้ำในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินมีความสูงประมาณ 1.80 เมตร เสมอกับระดับน้ำด้านหน้าถนน ซึ่งขณะนี้ท่วมครบทั้งพื้นที่เต็ม 100% แล้ว และคงจะไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องปล่อยให้น้ำแห้งไปเอง นอกจากนี้น้ำยังล้นออกมาท่วมชุมชนภายนอกเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
"ขณะเดียวกันน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมแฟคทอรี่แลนด์เรียบร้อยแล้ว ระดับน้ำสูง 1.5 เมตร ทำให้นิคมอุตสาหกรรมใน จ.พระนครศรีอยุธยาน้ำเข้าท่วมหมดทุกแห่ง รวม 5 แห่ง หลังจากน้ำไหลเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค โดยทั้ง 5 นิคมอุตสาหกรรมใช้เงินทุนประมาณ 2 แสนล้านบาท และมีแรงงานกว่า 2 แสนคน" ประธานชมรมผู้บริหารงานนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินกล่าว
เผยสูญ2แสนล้านหลังจมหมด
ด้านนายประยูร ติ่งทอง อุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำจากคลองข้าวเม่า คลองสาคู ที่รับน้ำจากแม่น้ำป่าสักไหลกระจายเข้าเต็มทุ่งอุทัย และทุ่งวังน้อย โดยบ่าไหลเข้าถนนพหลโยธินท่วมบริษัท แฟคตอรี่แลนด์ วังน้อย จำกัด ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน ต.วังจุฬา อ.วังน้อย ซึ่งเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรม มีพื้นที่ 130 ไร่ มีโรงงาน 93 โรง ตั้งเป็นโซนตามซอยต่างๆ ภายในพื้นที่จะเป็นโรงงานที่รับช่วงงานจากโรงงานในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ และนิคมต่างๆ ของจังหวัด โดยจะประกอบชิ้นส่วนด้านอิเล็กทรอนิกส์
"ขณะนี้ทางโรงงานได้อพยพพนักงานของบริษัทต่างๆ รวมทั้งประชาชนที่พักอาศัยทยอยออกจนเกือบหมดแล้ว เพราะระดับน้ำภายในโรงงานสูงกว่า 1 เมตร ค่าเสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท ตอนนี้นับว่านิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดได้จมน้ำไปหมดแล้ว ทำให้คนงานเกือบ 3 แสนคน ต้องหยุดงานชั่วคราว ภาพรวมความสูญเสียไม่น่าต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท" นายประยูรกล่าว
บขส.ปรับเส้นทางเดินรถสายเหนือ
จากสถานการณ์น้ำท่วมในทุกพื้นที่ส่งผลให้ถนนในหลายเส้นทางถูกตัดขาด โดยเฉพาะเส้นทางภาคเหนือตอนล่างเกิดความเสียหายอย่างหนัก วันเดียวกัน นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในถนนสายสำคัญหลายเส้นทาง ทำให้ บขส.ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถมุ่งหน้าไปภาคเหนือ จากเดิมที่เลี่ยงไปใช้ทางเส้นบางบัวทอง-จ.สุพรรณบุรี-จ.อ่างทอง ให้ใช้เส้นทางวิ่งออกรังสิต-องครักษ์ จ.นครนายก-หินกอง จ.สระบุรี-โคกสำโรง จ.ลพบุรี-ตากฟ้า จ.นครสวรรค์
"ขอให้ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปยังภาคเหนือด้วยรถโดยสารทุกมาตรฐานมาขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 จุดเดียว โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คอลเซ็นเตอร์ 1490 เพื่อสอบถามการเดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมง" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด กล่าว
สั่งกู้ถ.เอเชียให้แล้วเสร็จวันเดียว
ขณะที่นายวินัย สุทธิมณฑล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยถึงความพยายามในการกู้ถนนสายเอเชียเพื่อเปิดทางคมนาคมให้แก่ จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นชุมทางคมนาคมสำคัญว่า หลังจากประสบความล้มเหลวหลายครั้งในการสร้างแนวกั้นน้ำบริเวณสะพานเดชาติวงศ์เนื่องจากไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำได้ ล่าสุดในเวลา 04.00 น. หลังจากกระแสน้ำเริ่มอ่อนกำลังลง กำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากแขวงการทางที่ 1 นครสวรรค์ ได้ระดมเครื่องจักรกล พร้อมนำกระสอบทราย หินคลุก แท่งคอนกรีต สร้างเป็นแนวกำแพง ตลอดสองฝั่งใต้สะพานเดชาติวงศ์ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งทางจังหวัดตั้งใจจะให้เสร็จภายในวันนี้ โดยจะสูบน้ำที่ท่วมขังออก จากนั้นจะเปิดเส้นทางสายเอเชียได้ทันที ซึ่งจะทำให้การขนส่งสินค้า และการเดินทางกลับมาใช้การได้เช่นเดิม
นอกจากการกู้ถนนสายเอเชีย ในพื้นที่น้ำท่วมขังเขตเทศบาลนครสวรรค์นั้น ทางจังหวัดได้วางแผนเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยพื้นที่ที่น้ำนิ่งจะสร้างกำแพงบล็อกน้ำให้เป็นบ่อขนาดเล็ก จากนั้นจะสูบน้ำออกจนแห้ง ก่อนจะขยายพื้นที่บล็อกน้ำออกไปให้เป็นบริเวณกว้าง คาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มจะทำให้น้ำที่ท่วมขังในเขตเทศบาลแห้งลงทั้งหมดใน 1 สัปดาห์
คาดใช้กว่าหมื่นล้านซ่อมถนนพัง
จากสถานการณ์น้ำท่วมทำให้ถนนหลายเส้นทางในพื้นที่ประเทศไทยเกิดความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งเรื่องดังกล่าวทำให้กระทรวงคมนาคมต้องเข้ามาแก้ไขด้วยการซ่อมแซมถนนที่เสียหายอย่างเร่งด่วน วันเดียวกัน พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำยังคงท่วมสูงในหลายพื้นที่และเป็นวงกว้าง ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายกับถนนทางหลวงทั้งสายหลักและสายรอง รวมทั้งถนนทางหลวงชนบทในหลายเส้นทาง ซึ่งเบื้องต้นได้ประเมินมูลค่าความเสียหายเพื่อใช้ในการซ่อมแซมทางหลวงประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท ส่วนถนนทางหลวงชนบทมูลค่าประมาณ 5,200 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมจะเร่งเข้าดำเนินการซ่อมแซมถนนที่ได้รับความเสียหายทันทีหลังน้ำลดลงแล้ว ทั้งถนนสายหลัก สายรอง และทางหลวงชนบทเพื่อให้สามารถกลับมาใช้สัญจรได้ตามปกติให้เร็วที่สุด แต่สำหรับทางหลวงชนบทที่ได้รับความเสียหายนั้น เบื้องต้นหลังน้ำลดจะเข้าดำเนินการนำดินไปก่อสร้างทางให้เป็นการชั่วคราวก่อน เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านมีเส้นทางเพื่อใช้ในการสัญจรได้เร็วที่สุด หลังจากนั้นกรมทางหลวงชนบทจะเข้าไปดำเนินการก่อสร้างถนนลาดยางอีกครั้ง เพื่ให้กลับคืนสู่สภาพปกติ
ลูกจ้างเฝ้าโรงงานหวั่นตกงาน
นายชาลี ลอยสูง คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ค่อนข้างร้ายแรงมีนิคมอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบแล้วหลายแห่ง ส่วนเรื่องร้องทุกข์เข้ามาตอนนี้มีในส่วนของของแรงงานที่ทำงานในอุตสาหกรรมโรจนะยังไม่ได้ออกจากพื้นที่ และยังอยู่ในหอพักราว 40 คน นอกจากนี้ยังมีแรงงานบางส่วนที่โรงงานไม่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม และไม่ได้ประกาศให้หยุดงาน แต่แรงงานไม่สามารถออกไปทำงานได้ขอความเห็นใจจากนายจ้างด้วยว่าอย่าไล่ออก และขอให้ช่วยจ่ายค่าจ้างให้แก่แรงงานกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ด้วย
"วันนี้แรงงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าจะติดต่อกับทางบริษัทอย่างไร จะช่วยเหลือกันอย่างไรและจะได้ค่าจ้างหรือไม่ทั้งที่ทำงานมา และที่หยุดงาน บางคนถามว่าจะตกงานหรือไม่ ลูกจ้างเขาเครียดไม่แพ้นายจ้าง เพราะโรงงานคือบ้านหลังที่สองของลูกจ้างเหมือนกัน มีแรงงานบางรายเล่าว่า มัวแต่ช่วยกรอกทรายป้องกันโรงงาน บ้านตัวเองไม่ได้ทำ น้ำท่วมทั้งบ้านทั้งโรงงานพร้อมกัน หมดตัวเหลือเพียงเสื้อผ้าชุดเดียวด้วยซ้ำ วันนี้แรงงานจำนวนมากที่ไม่ได้ออกมาจากพื้นที่โรงงาน เพราะกลัวว่าหากบริษัทเปิดโรงงานได้จะติดต่อพวกเขาไม่ได้ อาจรับคนใหม่เข้ามาทำงานแทนทำให้ต้องตกงาน" นายชาลีกล่าว
หอการค้าฯขอสินเชื่อปลอดประกัน
ขณะที่นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ในระยะสั้นรัฐบาลควรหาทางให้ธุรกิจที่ถูกน้ำท่วมฟื้นตัวเร็วที่สุด ควรมีเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยระยะยาวและไม่ต้องใช้หลักประกันให้แก่โรงงานที่ถูกน้ำท่วม เพื่อให้นำเงินนี้ไปฟื้นฟูโรงงานและให้ธุรกิจฟื้นตัวเร็วที่สุด เพราะโรงงานที่จมอยู่ในน้ำจะขาดรายได้ และถ้าจมน้ำนานจะยิ่งได้รับผลกระทบมาก
ส่วนโรงงานที่ถูกน้ำท่วมจะต้องหยุดประกอบการ ทำให้แรงงานต้องหยุดทำงานไปด้วย แต่โรงงานยังคงต้องจ่ายค่าแรงให้แก่แรงงานที่เป็นพนักงานประจำตามปกติ เห็นว่ารัฐบาลควรให้โรงงานนำค่าใช้จ่ายค่าจ้างที่โรงงานต้องจ่ายช่วงฟื้นฟูกิจการไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลจะทำให้ธุรกิจฟื้นตัวเร็วได้ ส่วนแรงงานที่รับจ้างรายวันหรือรับเหมาช่วงจะได้รับผลกระทบเมื่อไม่ได้ทำงาน รัฐบาลควรจ่ายเงินชดเชยให้แก่แรงงานกลุ่มนี้ จนกว่าจะเข้าทำงานในโรงงานได้ตามปกติ
ส.อ.ท.แนะหยุดประชานิยม
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนโครงการที่ใช้งบประมาณมาก เช่น ประชานิยม โดยให้รัฐบาลนำงบดังกล่าวมาปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งไทยเจอปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานมาก โดยภาคเอกชนเห็นว่างบประมาณที่รัฐบาลจัดไว้ก่อนหน้านี้ใช้อย่างฟุ่มเฟือยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ และถ้านำงบประมาณจากกระทรวงต่างๆ 10% มารวมกับงบโครงการที่ยังไม่จำเป็นจะทำให้รัฐบาลมีวงเงินใช้ในการฟื้นฟูมากกว่า 1 แสนล้านบาท
นายนริศ สถาผลเดชา รองผู้อำนวยการผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ด้านเศรษฐศาสตร์ ธนาคารทหารไทย กล่าวถึงทิศทางดอกเบี้ยว่า ดอกเบี้ยนโยบายน่าจะถึงจุดสูงสุดแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะปรับลดลงได้ในต้นปีหน้า เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง รวมทั้งปัญหาอุทกภัยร้ายแรงกว่าที่ประเมิน ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 19 ตุลาคมนี้ จึงเชื่อว่า กนง.น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่เดิม คือ 3.5%



