
'นิวไล่เจ๊าไก่'2-2นาทีที่86
"สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ยังรักษาสถิติไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้ โชลา อเมโอบี ยิงตีเสมอ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ก่อนหมดเวลา 4 นาที ขณะที่ โรบิน ฟานเพอร์ซี เป็นฮีโร่เหมาคนเดียว 2 ประตูให้ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เฉือนชนะ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ 2-1
ศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ที่ยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ เปิดเซนต์ เจมส์ ปาร์ค รับการมาเยือนของ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ที่ชนะติดต่อกันมา 4 นัด
เกมช่วงครึ่งแรกเป็นทีมเยือนที่เล่นเกมรุกได้วูบวาบกว่า และนาทีที่ 40 มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ เอมมานูเอล อเดบายอร์ กระชากบอลเข้าเขตโทษ และถูก สตีเฟน เทย์เลอร์ เกี่ยวขาล้ม ทำให้ได้เป็นลูกจุดโทษ และ ราฟาเอล ฟานเดอร์ฟาร์ท รับหน้าที่สังหารเข้าไป จบครึ่งแรก สเปอร์ส นำอยู่ 1-0
ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 2 นาที เจ้าถิ่นตามตีเสมอได้ เมื่อ โจนาส กูเตียร์เรซ กระชากบอลหลุดไปทางซ้ายก่อนเปิดมาเสาสองให้ เดมบา บา เข้าชาร์จโล่งๆ เป็น 1-1 จากนั้นนาทีที่ 68 สเปอร์ส ได้ประตูนำไปอีกครั้ง สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ ให้บอล เจอร์เมน เดโฟ ตัวสำรองที่หน้าเขตโทษก่อนจะพลิกตัวยิงเสียบมุมขวาเป็น 2-1แต่แล้วก่อนหมดเวลา 4 นาที นิวคาสเซิล ตามตีเสมอได้อีกครั้ง โชลา อเมโอบี สับไกยิงในกรอบเขตโทษเสียบมุม จบเกมจึงเสมอกันไป 2-2 นิวคาสเซิล มีเป็น 16 แต้ม อยู่อันดับ 4 ขณะที่ สเปอร์ส มีเพิ่มเป็น 13 แต้ม
"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดเอมิเรตส์ รับการมาเยือนของ "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ โดยเริ่มเกมไม่ถึง 30 วินาที เจ้าถิ่นก็ได้ประตูออกนำเมื่อ แชร์วินโญ หลุดไปทางซ้าย และผ่านมาหน้ากรอบเขตโทษให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี เข้ายิงเป็น 1-0 และน่าจะได้ประตูนำห่างออกไปอีก นาทีที่ 12 เมื่อ ฟานเพอร์ซี หลุดไปยิงในเขตโทษชิพบอลผ่าน ซิมง มิโญเลต์ ไปแล้ว แต่บอลไปชนเสาออกมาอย่างน่าเสียดาย
ถึงนาทีที่ 30 เป็น ซันเดอร์แลนด์ ที่ตามตีเสมอได้จากลูกฟรีคิกระยะ 28 หลา เซบาสเตียน ลาร์สสัน ยิงไซด์โค้งเข้าไปอย่างสวยงาม และเกือบจะแซงนำในอีก 5 นาทีต่อมา สเตฟาน เซสซิญอง เปิดให้ ลี คัทเทอร์โมล โหม่งจากระยะแค่ 2-3 หลา แต่ไปติด วอยเซียก เชสนี อย่างเหลือเชื่อ ก่อนที่ครึ่งหลัง อาร์เซนอล บุกหนัก และมาได้ประตูชัยนาทีที่ 83 โรบิน ฟานเพอร์ซี ปั่นฟรีคิกอย่างสวยงาม ทำให้ อาร์เซนอล ชนะหวุดหวิด 2-1 มีเป็น 10 แต้ม ขณะที่ ซันเดอร์แลนด์ ยังมีแค่ 6 แต้ม
เวสต์บรอมวิช ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 จากประตูของ คริส บรันท์ นาทีที่ 8 และ ปีเตอร์ โอเดมวินกี้



