
สายไหม-ดอนเมืองพร้อมงัดแผนอพยพ
‘สายไหม-ดอนเมือง’ พร้อมงัดแผนอพยพ หากน้ำท่วมฉุกเฉิน นวนครวิกฤติน้ำเพิ่มสูงขึ้นกว่า 30 ซม. ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ทรงให้กำลังใจผู้ว่าฯปทุมฯ ด้านชาวบางระจันยึดถนนเป็นที่นอนหนีน้ำขึ้นสูง
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 16 ต.ค.2554 นางนงพระงา บุญปักษ์ ผู้อำนวยการเขตสายไหม กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในเขตสายไหมล่าสุดยังเป็นปกติ โดยมีการเสริมแนวป้องกันที่คลองหกวาระยะทางยาว 6 กิโลเมตร ความสูงอยู่ที่ประมาณ 50 เซนติเมตร ซึ่งประชาชนในพื้นที่ก็ยังไม่ได้วิตกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ได้สอบถามสถานการณ์มาที่เขตเป็นระยะ โดยทางเขตสายไหมได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความพร้อมและยกสิ่งของขึ้นที่สูงหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม เรื่องแผนอพยพประชาชนในเขตสายไหมนั้น ได้ดำเนินการเหมือนทุกเขตโดยศูนย์อพยพที่โรงเรียนสังกัดกทม.จำนวน 11 แห่ง ส่วนแผนช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นๆก็มีการเตรียมไว้แล้วเช่นกัน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ด้านนายภูมิพัฒน์ ดำรงเกียรติศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตดอนเมือง กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ดอนเมืองปกติ ระดับน้ำในคลองยังควบคุมได้ หากติดตามสถานการณ์น้ำมาอย่างต่อเนื่องจะเห็นได้ว่ายังไม่มีอะไรที่น่าวิตกหรือกังวล ซึ่งสถานการณ์น้ำในปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องระดับชาติแล้ว โดยทุกหน่วยงานได้เข้ามาทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันทั้งสำนักงานเขต สำนักการระบายน้ำ กองทัพต่างๆ หากจะให้เขตดำเนินการเพียงลำพังก็คงไม่สามารถทำได้
อย่างไรก็ตามหากเกิดกรณีฉุกเฉิน เขตได้เตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว เช่น ศูนย์อพยพ โดยได้ประสานวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) วัดดอนเมือง วัดไผ่เขียว ขณะเดียวกันเขตได้ประกาศให้ประชาชนชุมชนในพื้นที่ รับทราบข้อมูลสถานการณ์น้ำอยู่ตลอดเวลา
641ชุมชนกทม.ได้รับผลกระทบน้ำท่วม
ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย กทม. ได้รายงานสถานการณ์ผลกระทบจากอุทกภัยประจำวันว่า มีชุมชน ใน กทม. ได้รับผลกระทบ รวมจำนวน 641 ชุมชนใน 20 เขตได้แก่ บางซื่อ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ สาทร บางคอแหลม ยานาวา คลองเตย บางพลัด บางกอกน้อย ธนบุรี คลองสาน ราษฎร์บูรณะ คลองสามวา มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง สายไหม คันนายาว ทวีวัฒนา รวม 41,485 ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากวันที่ 12 ต.ค. ที่มีเพียง 13ชุมชน นอกจากนี้มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ จำนวน 14 เขต ได้แก่ บางแค มีนบุรี ภาษีเจริญ คันนายาว ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา คลองสามวา ลาดกระบัง หนองจอก สายไหม บางเขน สะพานสูง บางกะปิ และประเวศ 12,142 ไร่ เกษตรกรจำนวน 1,164 ราย แยกเป็นพื้นที่ด้านพืช จำนวน 9,485 ไร่ เกษตรกร 591 ราย พื้นที่ด้านประมง จำนวน 2,722 ไร่ เกษตรกรจำนวน 572 ราย
ขณะที่ศูนย์รับแจ้งเหตุร้องทุกข์ (1555) มีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาร้องทุกข์ ร้องเรียนและขอความช่วยเหลือ ตั้งแต่วันที่ 10-16 ต.ค. มียอดรับแจ้งเหตุร้องทุกข์ 2,807 ราย
นวนครวิกฤตน้ำเพิ่มสูงขึ้นกว่า30ซม.
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดปริมาณน้ำบริเวณคูด้านหลังนิคมอุตสาหกรรมนวนครซึ่งเชื่อมต่อกับคลองส่งน้ำระพีพัฒน์ บริเวณโรงสูบน้ำ 2 ที่อยู่ด้านทิศใต้ของนิคมอุตสาหกรรมนวนคร หมู่ 18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ได้เพิ่มสูงมากขึ้นกว่า 30 ซม. และเริ่มไหลล้นตลิ่งเข้าภายในพื้นที่ชั้นในของนิคมอุตสาหกรรมนวนครจำนวนหลายจุด ขณะนี้กำลังทหารหลายนายกำลังช่วยกันเสริมแนวกระสอบทราย เพื่อป้องกันน้ำที่กำลังไหลเข้ามาภายในนิคมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ทหารและพนักงานจากห้างร้าน บริษัทต่างๆ ต้องเร่งกรอกกระสอบทรายเสริมแนวกระสอบทรายจากพื้นดินเดิมอีกกว่า 50 ซม. จากคันดินเดิมที่มีความสูง 4 เมตร และมีการใช้เสาเข็มไม้กดเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
ร.ท.ปราโมทย์ ดากระบุตร รอง ผบ.ร้อย. กองบังคับการ กองพันทหารปืนใหญ่ ต่อสู้อากาศยานที่ 1 รักษาพระองค์ เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวนี้ถือว่าวิกฤติเพราะการลำเลียงกระสอบทรายที่จะเข้ามานำแนวกั้นน้ำนั้นต้องใช้รถทหารเพียงอย่างเดียวเพราะเส้นทางในการเข้าถึงในพื้นที่ค่อนข้างยากลำบาก รถธรรมดาไม่สามารถเข้าได้ และการลำเลียงกระสอบทรายในแต่ละรอบนั้นได้เพียง 500 กระสอบ กว่าจะเข้าถึงจุดดังกล่าวต้องใช้เวลาในการเดินทางเข้าออกพอสมควร ซึ่งเรื่องนี้ผู้บังคับบัญชา ได้ส่งรถยีเอ็มซีพร้อมกำลังพลเข้ามาช่วยเหลืออีก ซึ่งคิดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาและน้ำไม่ขึ้นเร็วผิดปกติจะสามารถกั้นแนวกระสอบทรายตลอดด้านทิศใต้ได้ทัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ได้ใช้รถแบ็กโฮเสริมแนวคันดินขึ้นอีก 1 เมตร จากคันดินเดิมที่มีความสูงอยู่ที่ 4 เมตร ตลอดโดยรอบทั้ง 3 ด้าน เพื่อป้องกันปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยอีกด้วย.
สสจ.ปทุมธานีตั้งหน่วยปฐมพยาบาลเคลื่อนที่
นพ.ธีระชัย คง เอี่ยมตระกูล รก.นพ.สสจ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า สสจ.ปทุมธานีได้จัดหน่วยปฐมพยาบาลเคลื่อนที่ประจำศูนย์อพยพของจังหวัด ปทุมธานี ได้แก่ ศูนย์ธรรมศาสตร์รังสิต ราชภัฎวไลอลงกรณ์ รร.ปทุมวิไล และศูนย์อพยพอื่น ๆ รวมถึงจัดรถออฟโรด เรือติดเครื่องยนต์ รถยีเอ็มซี ของทอ. ให้การช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยที่ไม่สามารถเดินทางมารักษาที่รพ.ได้ และหากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม โทร.1669 และ 02-5817635
ชาวบางระจันยึดถนนเป็นที่นอนหนีน้ำขึ้นสูง
นายวระ คำรอด ประธานสภาเทศบาลตำบลบางระจัน อ.บางระจัน สิงห์บุรี กล่าวว่า จากน้ำจากแม่น้ำน้อยที่มีระดับน้ำที่สูงขึ้น เนื่องจากมีการระบายน้ำมาจากสำนักงานชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท ผ่านโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร อ.บางระจัน น้ำในแม่น้ำน้อยมีปริมาณมากขึ้น ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำน้อยได้รับผลกระทบ คือ อ.บางระจัน, อ.ค่ายบางระจัน และ อ.ท่าช้าง โดยเฉพาะ อ.บางระจัน ต.สิงห์-ต.โพธิ์ชนไก่-ต.เชิงกลัด น้ำท่วมสูงประมาณ 40 ซม. ประชาชนได้ผลกระทบ 300 กว่าคน ต้องรีบขนของขึ้นที่สูง ส่วนฝั่งตะวันตกหมู่ที่ 7,8,9 ต.สิงห์ อ.บางระจัน สิงห์บุรี น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลบ่ามาจากคันคลองชลประทานลงสู่ทุ่งนา อ.อินทร์บุรี -ทุ่ง ต.บางกระบือ อ.เมือง มายังทุ่งนาบางระจัน น้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างทำให้ประชาชนหมู่ที่ 7 จำนวน 20 ครัวเรือน ประชาชน 100 กว่าคน-หมู่ที่ 8 -9 จำนวน 40 ครัวเรือน ประชาชนกว่า 200 คน ต้องมาอาศัยที่ริมถนนสายสิงห์บุรี-บางระจันแทน
ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ทรงให้กำลังใจผู้ว่าฯปทุมฯ
เวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดให้นายบุญเชิด กรรชัย เป็นผู้แทนพระองค์ เชิญลายพระหัตถ์พระราชทานกำลังใจแก่นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ จ.ปทุมธานี พร้อมทั้งขอให้ประชาชนหลุดพ้นความทุกข์โศกจากอุทกภัย ยังความปลื้มปีติแก่นายพีระศักดิ์และข้าราชการในการฝ่าวิกฤติครั้งนี้ ทั้งนี้ นายพีระศักดิ์ได้รายงานสถานการณ์ให้ผู้แทนพระองค์รับทราบ เพื่อนำความขึ้นกราบทูลพระองค์ท่านต่อไป
พระองค์เจ้าโสมสวลีรับสั่งกองทัพเรือเร่งบรรจุถุงยังชีพ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาโปรดให้ นางสมถวิล ยังอยู่ ผู้ช่วยเลขานุการในพระองค์ เป็นผู้แทนฯ นำกำลังพลของกองทัพเรือ และข้าราชบริพารในพระองค์ และหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน ร่วมบรรจุสิ่งของพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทยกว่า 20,000 ชุด ณ ฝูงบิน 2 กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง
นางสมถวิล ยังอยู่ ผู้ช่วยเลขานุการในพระองค์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงมีความห่วงใยราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม จึงได้จัดเตรียมสิ่งของพระราชทานนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัย อีกทั้งยังเป็นการแบ่งเบาพระราชภาระในพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ถุงยังชีพพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากสภากาชาดไทย ในชุดแรงจะนำเข้ามอบให้ความช่วยเหลือกับราษฎรที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 460 ชุด และ ในจังหวัดพิษณุโลกจำนวน 250 ชุด พระภิกษุสงฆ์ 40 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
ผู้ที่มีความประสงค์จะให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ขณะนี้มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย ได้เปิดรับบริจาคเงินผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงเทพ ทุกสาขา จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงิน และสิ่งของที่จำเป็นในการยังชีพผู้ประสบอุทกภัย และร่วมในการบรรจุสิ่งของพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากสภากาชาดไทย ณ ฝูงบิน 201 กองการบินทหารเรือ สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 16 -19 ต.ค.54 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป



