
'ปู'เรียกถกกก.เยียวยาน้ำท่วม17ต.ค.
"ยิ่งลักษณ์" เรียกถกคณะกรรมการเยียวยา ถามความคืบหน้าเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม 17ต.ค.นี้ นายจ้างวอนชะลอขึ้น 300 บาท ลั่นดึงดันฟ้องศาลปกครองทันที ยันไม่ลอยแพลูกจ้างให้อดตาย
16 ต.ค.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบปัญหาอุทกภัย หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการเยียวยาที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.00 น.
ขณะที่นายบัณฑูร สุภัควาณิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมดังกล่าว นายกฯต้องการสอบถามความคืบหน้า หลังจากครม. มีมติตั้งคณะกรรมการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งนายกฯต้องการทำคู่ขนานระหว่างการเยียวยาและการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพื่อไม่ให้เกิดการล่าช้า เนื่องจากภายหลังน้ำลดประชาชนเองก็ยังได้รับความเดือนร้อน ซึ่งถ้าไม่ทำต้อนนี้ หากไปทำพร้อมกันทีเดียวจะเกิดการซ้ำซ้อนขึ้นได้ นอกจากนี้นายกฯต้องการรับทราบข้อมูลว่าการแก้ปัญหาที่ผ่านมาบกพร่องในส่วนใดบ้าง
อย่างไรก็ตามในเวลา 14.00 น จะมีการประชุมคณะกรรมศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ที่ท่าอากาศยานสนามบินดอนเมือง
นายจ้างวอนชะลอขึ้น 300 บาท
ขณะเดียวกันจากสถานการณ์น้ำท่วมที่มีภาวะวิกฤติในหลายพื้นที่ของประเทศไทยนั้น ทำให้กลุ่มนายจ้างออกมาเรียกร้องรัฐบาลเพื่อให้ชะลอการปรับค่าแรง 300 บาท โดยเตรียมยื่นเสนอต่อบอร์ดค่าจ้างในวันที่ 17 ตุลาคมนี้
นายอรรถยุทธ ลียะวณิช ประธานสมาคมนายจ้างผู้ประกอบการค้าขนมไทยและกรรมการค่าจ้างกลางฝ่ายนายจ้าง กล่าวในการแถลงข่าวเรียกร้องให้คณะกรรมการค่าจ้างกลางชะลอการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทที่สโมสรทหารบก กรุงเทพฯ ว่า ขณะนี้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมในหลายจังหวัด ทำให้มีสถานประกอบการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบกว่า 1 หมื่นแห่ง และลูกจ้างและครอบครัวเดือดร้อนหลายแสนคน ทั้งนี้เพื่อให้สถานประกอบการได้มีเวลาฟื้นฟู ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลางซึ่งมี 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายภาครัฐ นายจ้างและลูกจ้างในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ จะเสนอให้ที่ประชุมชะลอการพิจารณาปรับขึ้นค่าค้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท
"ตอนนี้มีข้อเสนอ 2 แนวทาง ได้แก่ แนวทางแรกเป็นของฝ่ายภาครัฐและลูกจ้างที่ให้ปรับขึ้นค่าจ้าง 40% จากอัตราค่าจ้างแต่ละจังหวัดในปัจจุบันในวันที่ 1 มกราคม 2555 และปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาทให้ครอบคลุมทุกจังหวัดในวันที่ 1 มกราคม 2556 และแนวทางที่สองเป็นของฝ่ายนายจ้างที่ให้ปรับขึ้นค่าจ้างแบบขั้นบันไดในเวลา 4 ปี ผมจะเสนอในที่ประชุมบอดร์ค่าจ้างในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ให้ชะลอการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทออกไปก่อนเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นมาคุยกันใหม่" นายอรรถยุทธกล่าว
ลั่นดึงดันฟ้องศาลปกครองทันที
นายประสิทธิ์ จงอัศญากุล ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ค้าและบริการเครื่องอุปโภคบริโภค กล่าวว่า ฝ่ายนายจ้างไม่ได้คิดเอาชนะรัฐบาล ไม่เคยบอกว่าการปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องให้เวลานายจ้างได้ปรับตัวและมีข้อมูลทางวิชาการรองรับชัดเจนว่าจะมีผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร ทั้งนี้ หากในการประชุมบอร์ดค่าจ้างกลางในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ กรรมการฝ่ายภาครัฐและฝ่ายลูกจ้างจับมือกันโหวตเพื่อให้มีมติปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ก็เป็นการกระทำที่ผิดมาตรา 157 ของกฎหมายอาญาเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เหมือนกับกรณีรัฐบาลสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกหวยบนดิน
"ถ้าบอร์ดค่าจ้างมีมติให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทก็จะเป็นการกระทำผิดมาตรา 87 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ซึ่งกำหนดให้การพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างเป็นไปตามการพิจารณาของคณะกรรมกาค่าจ้างโดยพิจารณาจากข้อมูลทางวิชาการต่างๆ เช่น ค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ สภาพเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นการพิจารณาโดยไม่ได้ยึดข้อมูลทางวิชาการตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น ทางสมาคมนายจ้างก็จะไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองและศาลแรงงานว่าบอร์ดค่าจ้างกระทำผิดกฎหมาย 2 มาตราข้างต้น" นายประสิทธิ์กล่าว
ยันไม่ลอยแพลูกจ้างให้อดตาย
นายประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในช่วง 6 เดือนระหว่างที่สถานประกอบการกำลังฟื้นฟู และหากบอร์ดชะลอการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทออกไปก่อน ทางฝ่ายนายจ้างยืนยันว่า จะไม่ปล่อยให้ลูกจ้างต้องอดตาย และยินดีจะปรับขึ้นค่าจ้างตามปกติเช่นเดียวกับปีก่อนๆ ที่จะให้ปรับขึ้นในวันที่ 1 มกราคมของทุกปี โดยข้อมูลทางวิชาการจะอยู่ที่ 7-10 บาท อย่างไรก็ตามหากบอร์ดยืนยันจะปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทก็ขอให้รัฐบาลชดเชยส่วนต่างต้นทุนค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นมา เพราะที่ผ่านมารัฐบาลเคยออกเช็ค 2,000 บาทช่วยเหลือประชาชน 1 หมื่นคน บ้านครั้งแรก รถยนต์คันแรกยังทำได้
"ส่วนกรณีที่กระทรวงแรงงานเป็นห่วงว่าผลกระทบจากน้ำท่วม จะทำให้ลูกจ้างเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างประมาณ 1 แสนคนนั้น ขณะนี้ไม่มีเหตุผล เงื่อนไขใดๆที่นายจ้างจะไปเลิกจ้างลูกจ้างได้ เพราะดูกฎหมายคุ้มครองแรงงานแล้ว สถานการณ์น้ำท่วมเวลานี้ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่นายจ้างจะไปบอกเลิกลูกจ้างได้และตอนนี้สถานประกอบการต่างๆ ที่ถูกน้ำท่วมก็จ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้าง 75% ของเงินเดือน บางบริษัทจ่ายให้ถึง 100% เพราะต้องการรักษาลูกจ้างไว้ ถ้าเปรียบเทียบระหว่างการปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทกับน้ำท่วม ผมบอกได้เลยว่าน้ำท่วมไม่ได้ทำให้ลูกจ้างตกงาน แต่ขึ้นค่าจ้าง 300 บาทน่าจะทำให้ลูกจ้างตกงานมากกว่า" นายประสิทธิ์กล่าว
นายวัลลภ กิ่งชาญศิลป์ ประธานสภาองค์การนายจ้างธุรกิจไทยและกรรมการค่าจ้างกลางฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า จะร่วมกับนายอรรถยุทธขอร้องต่อที่ประชุมบอร์ดค่าจ้างกลางให้ชะลอการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทออกไปก่อน 6 เดือน ส่วนกรณีที่กระทรวงแรงงานเป็นห่วงว่าผลกระทบจากน้ำท่วม จะทำให้ลูกจ้างเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างประมาณ 1 แสนคนนั้น ขอยืนยันว่าลูกจ้างไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้เพราะนายจ้างไม่เลิกจ้างลูกจ้างง่ายๆ มีแต่จะพยายามรักษาลูกจ้างไว้ให้ได้เพราะลูกจ้างหายากและต้องใช้เวลาฝึกฝนนานกว่าจะทำงานได้



