
'ยิ่งลักษณ์'ยันป้องนวนครเต็มที่
"ยิ่งลักษณ์" ยันป้องนวนครเต็มที่ ระบุต้องรักษาพื้นที่หัวใจหลักของประเทศ วอน ปชช.อย่าพังคันกั้นน้ำ เชื่อใช้ฮอว์กอายสแกนพื้นที่ความลับไม่รั่ว
เมื่อเวลา 15.20 น.16 ต.ค.ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจที่จะปกป้องนิคมอุตสาหกรรมนวนครที่เป็นด่านสุดท้ายก่อนที่น้ำจะเข้ากทม.ว่า ในส่วนของหน้างานจะขอทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ขณะเดียวกันเราจะพยายามดูเรื่องการขนย้ายเครื่องจักรต่าง ๆ ที่จะทำอย่างเต็มที่ แต่ปริมาณน้ำมีมากจะป้องกันเป็นโซน ๆไป ยืนยันว่าสำหรับนวนครยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ในภาพรวมยังถือว่าเริ่มดีขึ้นแต่ปัญหาในช่วง 1-2 วันนี้จะมีน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งอาจมีผลกระทบบ้าง แต่การทำงานได้มอบหมายชัดเจน และได้รับความร่วมมือจากกองทัพไทยที่จะเข้ามาช่วยในการนำเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆเข้ามาเต็มที่มากขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังยืนยันหรือไม่ว่าช่วงน้ำทะเลหนุนน้ำจะไม่ท่วมกทม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังให้ความมั่นใจ ได้กันในหลาย ๆ ส่วนกรมชลประทานหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ออกมาชี้แจงทางโทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยให้ทราบอยู่แล้ว ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจ
ส่วนที่พื้นที่รอบนอกกทม.หรือปริมาณฑลต้องมารับน้ำแทนกทม.จะดูแลอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องขอความร่วมมือประชาชนอย่างดึงแนวคันกั้นน้ำออก และร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการดูแลแนวกั้นจะทำให้กทม.ปลอดภัย วันนี้น้ำมีทุกที่เราต้องเลือกดูแลบางพื้นที่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะละเลยพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหา ต้องช่วยกันในเรื่องภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ การระบายน้ำเร่งทำทุกวิถีทาง ตั้งแต่เริ่มขุดคลองต่างๆทั้งตะวันตก-ตะวันออก ซึ่งการขุดคลองในฝั่งตะวันออกน่าจะเสร็จเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่ได้รับรายงานว่าเสร็จจำนวนเท่าไหร่ แต่เป็นไปตามกำหนดการอยู่แล้วคือไม่เกิน 1 สัปดาห์จะขุดคลองเสร็จทั้งหมด โดยเฉพาะคลองฝั่งตะวันตกกองทัพรับปากว่าจะเสร็จภายใน 5 วัน
ต่อข้อถามว่า มีประชาชนร้องเรียนมาว่าเรือที่อาสามาดันน้ำในแม่น้ำท่าจีนมีจำนวนไม่ครบตามยอดที่แจ้งไว้แต่มีการเบิกค่าน้ำมันจากรัฐไปแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่เราใช้เรือผลักดันน้ำทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา บางปะกง และท่าจีน ซึ่งภาพที่ออกตามสื่อมวลชนเป็นแค่ส่วนหนึ่งแต่ทั้งหมดเราใช้เรือพันกว่าลำ
ส่วนสถานการณ์บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิจะมีผลกระทบหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ต้องห่วง เพราะได้ให้กระทรวงคมนาคมไปดูแลโดยสนามบินสุวรรณภูมิมีแนวคันกั้นน้ำอยู่แล้ว และมีการเสริมเข้าไปอีก เชื่อว่าสุวรรณภูมิรองรับได้ ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมจัดส่งเฮลิคอร์ปเตอร์ฮอว์กอายที่มีสมรรถนะในการสแกนพื้นที่สูงมาช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมจะมีปัญหาเรื่องความลับทางความมั่นคงของไทยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่กระทบ ได้ให้พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. ประสานงานอยู่แล้วไม่มีปัญหา คงจะคุยรายละเอียดกันเอง และจะปรึกษาหารือกันกับกระทรวงการต่างประเทศด้วย
ลงนามตั้งกองทัพไทยดูแลสองศูนย์กู้น้ำท่วมใน5จังหวัด
เมื่อเวลา 16.10 น. พล.อ.พลางกูร กล้าหาญ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญและนายวิม รุ่งวัฒนะจินดา โฆษกศปภ.ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน โดย พล.ต.อ.พงศพัศ แถลงว่า การประชุมศปภ.รอบบ่ายวันนี้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยที่ประชุมรับทราบคำสั่งจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 209/2554 เรื่องการบริหารจัดการ ควบคุม สั่งการ ของศปภ.มอบให้กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการทางอากาศเพื่อควบคุมและรวบรวมการทำงานทางอากาศของทุกหน่วยงาน รวมทั้งอุปกรณ์การช่วยเหลือจากต่างประเทศ และจัดตั้งศูนย์การค้นหาและช่วยชีวิต
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชนในหลายจังหวัดนั้น นายกฯต้องการบูรณการการทำงานของกองทัพไทยเข้าช่วยเหลือประชาชนเต็มกำลังให้มากและกว้างขึ้น โดยกองทัพไทยจะดูแล จ.นครสวรรค์ อยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี ส่วนจังหวัดอื่นๆมอบให้ผู้ว่าฯเป็นหัวหน้าบัญชาการเหตุการณ์ การแก้ปัญหาในช่วงนี้บางพื้นที่น้ำจะท่วมเอ่อบ้าง และศปภ.เข้าใจว่าประชาชนเดือดร้อน ศปภ.จึงจะไปช่วยเหลือให้ดีที่สุด โดยจะเฝ้าระวังระดับน้ำและช่วยเหลือประชาชนตามที่แจ้งไว้ ขอเรียนว่า วันนี้นายกฯมีกำลังใจเต็มเปี่ยมเพื่อดูแลประชาชนแม้การประชุมทุกครั้งจะเคร่งเครียดจากข้อมูลด้านต่างๆแต่ก็ยังยิ้มได้
พล.อ.พลางกูร แถลงว่า กระทรงกลาโหมและกองทัพไทยได้จัดตั้งสองศูนย์ดังกล่าวขึ้นเพื่อที่จะบูรณาการการทำงาน เพราะจะมีเฮลิคอปเตอร์จากสหรัฐอเมริกามาช่วย และคำสั่งของนายกฯนั้น กองทัพไทยจะเข้าไปช่วยเหลือ 10 จังหวัด และใน 5 จังหวัดหลักคือ จ.นครสวรรค์ กองทัพภาคที่ 3 รับผิดชอบ จ.อยุธยา และนนทบุรี กองทัพภาคที่ 1 รับผิดชอบ จ.ลพบุรี ศูนย์สงครามพิเศษรับผิดชอบ และ จ.ปทุมธานี หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบกรับผิดชอบ ทหารจะบริหารพื้นที่นี้ร่วมกับจังหวัดดังกล่าว และขอเปลี่ยนชื่อจากศูนย์อพยพเป็นศูนย์ที่พักพิงชั่วคราวจะมีทุกฝ่าย
พล.อ.พลางกูร กล่าวว่า ส่วนการป้องกันนิคมฯนวนคร จ.ปทุมธานี ขณะนี้กำลังสู้กับน้ำแบบนาทีต่อนาที มั่นใจว่าจะป้องกันนิคมฯนี้ได้ เนื่องจากได้ใช้เทคโนโลยีทันสมัยพร้อมกระสอบทรายซ่อมเสริมคันกั้นน้ำให้แข็งแรง การป้องกันนิคมฯนวนครเป็นนโยบายของนายกฯสั่งให้ดูแลดีที่สุด ขอความกรุณาประชาชนที่ตอนนี้เป็นทุกข์นั้น ทุกฝ่ายควรช่วยกัน อย่าไปเจาะหรือแก้ไขเอง เพราะปัญหาจะบานปลาย ขอให้ฟังผู้ว่าฯและส.ส.เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน ช่วงปลายเดือนนี้ก็จะมีน้ำทะเลหนุนอีก การแก้วิกฤตก็ต้องทำแบบต่อเนื่องต่อไป
นายวิม แถลงว่า จากการที่นายกฯได้ปล่อยเรือผลักดันน้ำหลายร้อยลำที่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อผลักดันน้ำให้ลงสู่ทะเลเร็วขึ้น เรือของเอกชนบางส่วนไปช่วยผลักดันน้ำในแม่น้ำท่าจีนและบางปะกงแล้ว สถานการณ์น้ำในวันนี้ที่ไหลจาก จ.นครสวรรค์ มายัง จ.อยุธยาได้ผ่านกทม.ไปแล้วเมื่อคืนวันที่ 15 ต.ค. เหลือแต่น้ำในท้องทุ่งต่างๆ ส่วนการระบายน้ำที่ท่วมขังนั้นก็กำลังไหลลงสู่แม่น้ำสามสาย น้ำที่อยู่ใต้เขื่อนเจ้าพระยาตอนนี้มีปริมาณน้อยลง สังเกตจากน้ำจาก จ.นครสวรรค์ ที่ลดลง จึงเหลือแต่น้ำที่ปล่อยจาก จ.ชัยนาท ลงมายัง จ.สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา และน้ำจากทุ่งต่างๆใน จ.อยุธยา เช่น อ.บางปะอิน วังน้อย บางไทร อ.เมืองบางส่วน น้ำส่วนนี้เริ่มไหลมายัง จ.ปทุมธานี บ้างแล้ว
นายวิม กล่าวว่า ส่วนการระบายน้ำจากคลองเชียงรากน้อยไปยังคลองเปรมประชากรเพื่อไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยามีระยะทางเจ็ดกิโลเมตร ได้เปิดประตูระบายน้ำเต็มที่เพื่อเร่งน้ำไหลจาก จ.ปทุมธานี ให้ไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยน้ำจะท่วมบ้างในบางพื้นที่ น้ำจาก จ.อยุธยา จะไหลมายังคลองเจ็ดถึงคลองเก้า เข้าสู่การระบายน้ำไป จ.สมุทรปราการ และระบายลงแม่น้ำบางปะกง ส่วนข้อกังวลว่าน้ำจะไหลเข้าคลองเปรมประชากร มาสู่คลองหนึ่งและตอนบนของกทม.นั้น ประชาชนอย่าเพิ่งตระหนกเพราะไม่เป็นจริงตามข่าวลือ เนื่องจากศปภ.มีมาตรการปิดประตูน้ำและมีถนนเลียบคลองรังสิต-นครนายกเป็นพนังกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้ากทม. ส่วนน้ำที่ล้นออกจากคลองเปรมประชากรนั้น ได้ประสานกับกทม.ให้ผันน้ำลงแม่น้ำ
“สมมติว่าหากระบายน้ำวันละ 50 ล้านลูกบาศ์กเมตร การผันน้ำของกทม.จะต้องผันน้ำในปริมาณเท่ากันเพื่อไม่ให้น้ำล้นสองฝั่งคลอง ส่วนรังสิตมีประตูระบายน้ำด้านเชียงรากใหญ่และเชียงรากน้อย น้ำจะระบายผ่านกทม.ในบางส่วนเท่านั้น ส่วนข่าวลือที่ทำให้ชาวกทม.วิตกกังวล ศปภ.ยืนยันว่า หากมีความเคลื่อนไหวด้านข่าวลือใดๆจะแจ้งทันที เช่น มีข่าวลือการปิดทางด่วนบางปะอิน และไม่ให้รถเล็กวิ่งนั้น ตอนนี้น้ำท่วมขังบนถนนจริงและปิดการจราจรไม่ให้รถเล็กวิ่งผ่าน เพราะระดับน้ำอยู่ในระดับอันตราย แต่ไม่กระทบการจราจรเพราะเส้นทางจาก อ.วังน้อย มายังเส้นทางต่างระดับบางปะอินมีน้ำท่วมขังและถนนสายเอเชียก็มีน้ำท่วมขัง รถผ่านน้อย ฉะนั้นจึงไม่มีผลกระทบในตอนนี้” นายวิม กล่าว
อ่างทองกระอักน้ำทะลักเข้าท่วมหนักพื้นที่เศรษฐกิจน้ำจ่อถล่ม
นอกจากน้ำทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านแล้วยังไหลเข้าท่วมถนนสายโพธิ์พระยาท่าเรือล่าสุดได้ทะลักขึ้นบนถนนสายอ่างทองโพธิ์ทองน้ำท่วมสูงกว่า 20 ซ.ม.น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนฝั่งตรงข้าม รถยนต์เล็กวิ่งลำบาก ประชาชนต่างนำแหมาทอดหาปลาเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น.น้ำ จากคลองศาลาแดงได้กัดแซะคันดินทะลักไหลเข้าเขตพื้นที่เทศบาลเมืองอ่างทอง ซึ่งตอนนี้เป็นพื้นที่แห่งเดียวในตัวเมืองอ่างทองที่ไม่ถูกน้ำท่วม ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลต้องระดมกำลังนำแท่นปูน กระสอบทราย ถุงพลาสติก เล่นกั้นเพื่อป้องกันไม่ไห้น้ำเข้าท่วมภายในตลาดอ่างทอง
กู้ย่านเศรษฐกิจอำเภอโพทะเล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์ ลงพื้นที่ในเขตเทศบาลตำโพทะเล อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดจากอุทกภัยหลังประชาชนในเขตชุมชนเมือง กว่า 100 คน ที่ชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้เทศบาลเปิดเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำที่ท่วมขังเขตเศรษฐกิจออกจากพื้นที่ โดยนายศิริวัฒน์ ได้ประสานงานเครื่องสูบน้ำชลประทาน จำนวน 3 เครื่อง ติดตั้งเพื่อสูบน้ำออกจากเขตตลาดโพทะเล เพื่อรักษาเขตเศรษฐกิจของอำเภอไว้
นายศิริวัฒน์ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามและให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย โดยวันนี้ ได้ประสานงานให้ชลประทานพิจิตรนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาติดตั้งเพื่อสูบน้ำออกจากแนวกั้นน้ำเพื่อรักษาย่านเศรษฐกิจของอำเภอโพทะเล เป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนในเบื้องต้นและดูแนวทางในการเยียวยาหลังสถานการณ์คลี่คลาย
ทั้งนี้ สิ่งสำคัญอีกประการคือการป้องกันไม่ให้ประชาชนกระทบกระ ทั้งกันทั้งประชาชนกับประชาชน หรือประชาชนกระทบกระทั่งกับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นความห่วงใยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐสนตรี ที่ห่วงใยเรื่องการกระทบกระทั่งของประชาชนที่ประสบอุทกภัยอยู่ในขณะนี้
สำหรับสถานการณ์ล่าสุดของเขตเศรษฐกิจ อำเภอโพทะเล หลังการสูบน้ำของเครื่องสูบน้ำจากชลประทานพิจิตรส่งผลให้สถานการอุทกภัยในย่านเศรษฐกิจคลี่คลายประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปรกติ ร้านค้า สถานประกอบการ สามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ แต่ก็ต้องเฝ้าระวังในการรักษาเขตเศรษฐกิจตลอด 24 ชั่วโมงเนื่องจากระดับน้ำแม่น้ำยมที่อยู่นอกแนวกั้นน้ำยังสูงกว่าจุดวิกฤติกว่า 2 เมตร



