
น้ำท่วม-แล้งน้ำใจ
น้ำท่วม-แล้งน้ำใจ:คมเคียวคมปากกา โดย...เคียวจันทร์ คว้านใจ
วันหนึ่งในช่วงน้ำท่วม ผู้เขียนโทรศัพท์ไปสอบถามนักร้องลูกทุ่งคนหนึ่งที่บ้านเกิดอยู่ในจังหวัดที่มีพื้นที่น้ำท่วมว่า น้ำท่วมบ้านหรือยังได้รับคำตอบทางสายมาว่า อำเภอที่เขาอยู่นั้นยังไม่ท่วม
จึงถามต่อไปว่า แล้วได้ไปร่วมกิจกรรมน้ำท่วมบ้างหรือไม่ ได้คำตอบมาว่า ยังเลย เพราะช่วงนี้มีงานเข้ามาเลยไม่ได้ไปช่วยงานอะไรใคร ฟังแล้วก็อึ้งเล็กน้อย เพราะนักร้องคนดังกล่าวนี้ เราได้ติดตามผลงานมาตั้งแต่เริ่มเข้าวงการจากการเป็นนักร้องประกวดร้องเพลงตามเวทีต่างๆ
ทราบมาแต่ไหนแต่ไรว่า เขาเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวเกษตรกรยากจนเฉกเช่นคนรากหญ้าทั่วไป แต่ครั้นมีโอกาสมาประกอบอาชีพนักร้องก็เห็นว่าความเป็นอยู่ดีขึ้นมีรถราส่วนตัวขับ ไม่ต้องยืนโบกรถหรือนั่งรถอีแต๋นแบบสมัยอยู่บ้านนอกตอนทำนา
ซึ่งชื่อเสียงเงินทองที่เขาได้มานั้นก็มาจากประชาชนแฟนเพลงนี่แหละ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เขาเองก็เคยไปเดินสายร้องเพลงเก็บเงินคนดูในจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ด้วย
แฟนเพลงที่เคยทำนาทำไร่ เมื่อสิ้นหน้านาขายข้าวขายผลิตผลได้ ก็จะมีนักจัดงานเอาความบันเทิงไปดูดเงินจากพวกเขา นักร้องหลายคนก็เคยหน้าด้าน ออดอ้อนขอแบงก์ติดพวงมาลัยจากแฟนเพลงหน้าเวที หรืออ้อนขายแผ่นซีดีเห็นกันอยู่บ่อยๆ (ทั้งๆ ที่ค่าตัวจากการร้องเพลงก็ได้รับอยู่แล้ว)
แต่เมื่อประชาชนลำบาก เจอภัยภิบัติ นักร้องหลายคนกลับเลือกที่จะทำเฉยเมยเป็นทองไม่รู้ร้อน เสวยสุขอยู่ในห้องปรับอากาศดูข่าว ดูละครกินเหล้าเฮฮา หรือคิดแต่เพียงจะเสริมความงามแบบปลอมๆ กันไป พอน้ำลดก็ถึงเทศกาลต่างๆ ไปออดอ้อนของเงินจากแฟนเพลงกันต่อ
ที่จริงแล้วก็พอรู้อยู่ว่าระยะนี้นักร้องลูกทุ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะมีงานการอะไรกันมากมาย เพราะน้ำท่วมในหลายจังหวัดเข้าขั้นวิกฤติ ไม่มีใครมีอารมณ์ที่จะจัดงานบันเทิงกันสักเท่าไหร่ งานที่พอจะมีกันก็ส่วนใหญ่ตกค้างมาก่อนหน้าที่จะน้ำท่วม
จึงอยากจะเห็นนักร้องที่มีจิตสำนึกไปร่วมงานกับหน่วยราชการหรือเอกชน สื่อมวลชนวิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์ที่เขาจัดกิจกรรมระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย แบบที่ไม่ต้องมีค่ายเพลงหรือพนักงานบริษัทมาทำข่าวส่งข่าวป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ ทำตัวเป็นผู้มี ”จิตอาสา” โดยไม่ต้องมีไมโครโฟนหรือกล้องมาจ่อกันบ้าง
ที่จริงแล้วอาชีพนักร้องลุกทุ่งมีสิ่งที่ได้เปรียบเวลาไปร่วมกิจกรรมหรือระดมทุนต่างๆ อย่างน้อยก็สามารถพูดจาโน้มน้าวทำให้คนจำนวนหนึ่งที่เป็นแฟนเพลงหรือศรัทธา ควักกระเป๋ามาช่วยกันได้ไม่ยากนัก
แฟนเพลงหรือแฟนคลับเองก็น่าจะภูมิใจไม่น้อยที่จะได้มีส่วนในการทำงานการกุศลกันบ้าง ไม่ใช่เป็นแค่เพียงหุ่นเชิดของนักร้องตามไปกรี๊ดกร๊าดคล้องพวงมาลัยชูป้ายแบบไร้สาระน่าอดสูใจ
นักร้องควรใช้โอกาสตรงนี้แหละที่จะยกระดับจิตใจทั้งตนเองและพ่อยกแม่ยก ให้รู้จักการเป็น ”ผู้ให้” บ้าง แล้วจะรู้สึกสุขใจมากกว่าการเป็นผู้รับฝ่ายเดียว
อย่าให้เป็นอย่างที่เคยมีคนพูดไว้ว่า สันดานของนักร้อง (หรือดารา) บ้านเราหลายๆ คน เขาคิดแต่เรื่องเงินเข้าตัว ไม่มีเรื่องของเงินออกจากตัวเพื่อสังคมหลุดกระเด็นให้ใครเด็ดขาด
ยังไม่สายเกินไปที่จะลุกขึ้นมาช่วยกัน แล้วเราจะคอยดูว่า นักร้องที่ไม่เคยออกมาช่วยสังคม เมื่อถึงจุดที่ตนเองลำบากก็อย่าออกมาร้องแรกแหกกระเชอหาคนช่วยเหลือก็แล้วกัน



