
เรือดันน้ำออกทะเลไร้อุปสรรค
อธิบดีกรมเจ้าท่าเผยความคืบหน้าปฏิบัติการ 'เรือประชาอาสาดันน้ำออกทะเล' ไร้อุปสรรค "ยิ่งลักษณ์" ปล่อยเรือดันน้ำ 500 ลำ
นายถวัลรัตน์ อ่อนศิริ อธิบดีกรมเจ้าท่า ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าล่าสุด ของปฎิบัติการ 'เรือประชาอาสาดันน้ำออกทะเล' ว่า ไร้อุปสรรค โดยจะทำการดันน้ำทุกวัน จนถึงวันที่ 31 ต.ค. ก่อนประเมินอีกครั้ง
อนึ่งปฏิบัติการฯ เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 16 ต.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังบริเวณสะพานพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นประธานในการปล่อยเรือเร่งผลักดันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเล จำนวนเรือประมาณ 500 ลำ ได้แก่ เรือดันจูงขนาดเล็กและขนาดไหญ่ เรือโดยสาร เรือด่วนเจ้าพระยา เรือข้ามฟาก เรือเล็ก เรือหางยาว เรือสปีดโบ๊ต เรือเจ๊ตสกี ตามโครงการ ”เรือประชาอาสาผันน้ำลงทะเล” ใช้เรือเร่งผลักดันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเลเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อมด้วยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีส พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือและนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี
นายวิเชียร กล่าวว่า ทางจ.นนทบุรีได้ร่วมกับโครงการประชาอาสาเพื่อผลักดันน้ำให้เร่งไหลลงสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็ว โดยในส่วนของเรือดันน้ำที่อยู่ในเขตจ.นนทบุรีมีทั้งสิ้นจำนวนเรือ 500 ใน 42 จุด ซึ่งจะทำการผลักดันน้ำอย่างต่อเนื่องทุกวันในช่วงที่น้ำลง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเพื่อเป็นการป้องกันน้ำท่วมอย่างเฉียบผัน
ด้านนายปลอดประสพ กล่าวว่า ขณะนี้มีก่ารผลักดันน้ำใน 3 แม่น้ำได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระ แม่น้ำบางประกง และแม่น้ำท่าจีน ซึ่งจะดำเนินการผลักดันน้ำในช่วงน้ำลงเท่านั้น โดยเรือผลักดันน้ำสามารถผลักดันน้ำได้ถึงวันละ 50 ลูกบาศเมตร ทั้งนี้มีเรือที่จะผลักดันน้ำลงสู่ทะเลมี 3 ที่ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา มีเรือ 926 จำนวน 50 จุด แม่น้ำบางประกงมีเรือ 121 ลำ จำนวน 13 จุด และเรือที่แม่น้ำท่าจีน 102 ลำจำนวน15 จุด
ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาปริมาณน้ำฝนได้ตกลงมาเป็นจำนวนมากทำให้เกิดน้ำท่วมหลากในทุกพื้นที่ของประเทศไทยถึง 56 จังหวัดทำให้ประชาชนมีความเดือนร้อน น้ำท่วม ไม่มีที่อยู่อาศัย รวมถึงเส้นทางการคมนาคมต่างๆถูกตัดขาด แม้ทั้งอาหารการกินก็ยังขาดแคลน ดังนั้นปัญหาต่างๆรัฐบาลมีความเห็นใจประชาชนและมีความเข้าใจในปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนด้วย ทั้งนี้โครงการระบายน้ำลงสู่ทะเลรัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการที่จะต้องเร่งในการระบายน้ำเพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน ซึ่งแนวทางในการระบายน้ำนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน ตั้งแต่การระบายน้ำและลดปริมาณระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา การระบายน้ำนั้นมี 3 เส้นทาง 1.การระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา การระบายน้ำโดยการขุดลอกคูคลองในฝังตะวันตกก็คือทางฝังแม่น้ำท่าจีน และการขุดลอกคูคลองในฝังตะวันออกคือแม่น้ำเจ้าพระยา
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังต้องเร่งระบายน้ำให้เร็วขึ้นนั้น โครงการเรือประชาอาสาดันน้ำออกทะเลนั้นก็เป็นอีกหนึ่งวิธี เป็นการช่วยระบายน้ำสู่ทะเลให้เร็วขึ้นเป็นวิธีที่เสริมธรรมชาติให้เร็วที่สุดและน้อมนำพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระองค์เคยใช้เรือผลักดันน้ำลงสู่ทะเล ประสบความสำเร็จเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นรัฐบาลได้มีการทำโครงการผลักดันน้ำมาแล้วที่คลองลัดโพธิ์ ได้มีการระบายออกสู่ทะเลนั้นปริมาณน้ำ 50 ลูกบาศเมตรต่อวินาที แม้ว่าจำนวนจะไม่มาเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำที่มีอยู่แต่ก็ถือว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่จะทำ ดังนั้นเราจึงมีการขยายต่อในโครงการนี้ในการผลักดันน้ำลงสู่ทะเล โดยการขออาสาทั้งหมดจากประชาชนผู้ที่มีเรือและร่วมถึงของภาครัฐกับภาคเอกชนทั้งหมด โดยหมดรวมมาเป็นโครงการเรือประชาอาสาดันออกสู่ทะเลและถือทำตามโครงการพระราชดำริด้วยอีกอย่างหนึ่ง
"ทั้งนี้วันนี้ก็ถือเป็นวันสำคัญที่เราได้มาร่วมมือร่วมใจกันแสดงความสามัคคี และความแข็งแกร่งของประชาชนชาวไทย โดยวันนี้เรือจำนวนกว่า 1,000 ลำนั้น จะได้ร่วมกันผลักดันน้ำลงสู่ทะเล ซึ่งเรือจำนวนนี้ในการผลักดันน้ำแม้ว่าจะมีน้ำจำนวนมหาศาลแต่ก็ต้องมีจังหวะเพื่อประกอบให้สัมพันธ์กับน้ำลงสู่ทะเล ดิฉันเชื่อว่าจะเป็นการบรรเทาการท่วมขังของน้ำ เพื่อที่จะคลายทุกข์ให้กับประชาชนอีกระดับหนึ่งด้วย"นายกรัฐมนตรี กล่าว
อย่างไรก็ตามก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะปล่อยขบวนเรือ ได้มีการทำพิธีบรวงสรวงของคาวหวานหมากพลูในการปล่อยเรือพร้อมทั้งกดหวูดเพื่อส่งสัญญาณในการปล่อยเรือด้วย
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ลงเรือที่บริเวณท่าน้ำวัดไทรม้าเหนือ เพื่อลงไปเยี่ยมเยียนผู้ประกอบการที่นำเรือมาร่วมในโครงการดังกล่าว



