
อุตุฯเตือนเหนือรับภัยหนาวกว่าทุกปี
ลมหนาวปกคลุมเหนือตอนบนอินทนนท์เหลือ 12 องศาฯ อุตุคาดหนาวจัดกว่าทุกปี เตือนชาวเหนือรับภัยหนาว ชาวบ้านท่านางงาม อ.บางระกำเจอจระเข้ลอยกลางน้ำ ในเขตน้ำท่วมทุ่งนา ออกล่ากลับไม่พบ ผวาไม่กล้าลงเรือหาปลา
16 ต.ค.54นายวรพจน์ คุณาวิวัฒนางกูร เวรพยากรณ์อากาศ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ลมหนาวจากประเทศจีนมีกำลังแรงและเสริมเข้าปกคลุมภาคเหนือเป็นระยะ ส่งผลให้อุณหภูมิเริ่มลดลงตามลำดับ โดยล่าสุดเช้าวันที่ 16 ต.ค. วัดอุณหภูมิต่ำสุดได้ที่ยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 12 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ปลายเดือนธันวาคม 54 ถึงต้นเดือนมกราคม 55 จะเป็นช่วงที่หนาวที่สุดของปี ตอนบนของภาคอุณหภูมิต่ำสุด 14-16 องศา อุณหภูมิต่ำสุดบนเทือกเขายอดดอย 5-10 องศาเซลเซียส โดยฤดูหนาวปีนี้จะหนาวเย็นกว่าปีที่แล้ว
จากสภาพอากาศที่คาดว่าจะหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมาทำให้ในเดือนธันวาคม 54 และมกราคม 55 จะเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งบนยอดดอยทั่วไป ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายกับผลผลิตทางการเกษตรที่สูงเสียหาย รวมทั้งส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ขณะที่ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูอาจเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลูกเห็บสร้างความเสียหายกับบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง ล่าสุดศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือจึงออกประกาศ ฉบับที่ 1 ( 27/2554) เตือนภัยธรรมชาติในช่วงฤดูหนาวของภาคเหนือปี 2554 เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแล้ว
ไอ้เข้โผล่ชาวบ้านบางระกำผวาไม่กล้าลงหาปลา
ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง ว่า ที่ม.8 บ้านย่านใหญ่ ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มีชาวบ้านพบจระเข้โผล่ลอยตัวกลางทุ่งนาที่ถูกน้ำท่วม จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าที่บริเวณชาวบ้านเจอจระเข้ เป็นพื้นที่นาที่ถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง ส่วนจุดที่พบห่างจากพื้นดินประมาณ 500 เมตร ซึ่งมีระดับที่ยังท่วมขังสูงประมาณ 2-3 เมตร มีเรือชาวบ้านขับตระเวนหาจระเข้ตัวดังกล่าว แต่ยังไม่พบ เนื่องจากจระเข้ตื่นตกใจเสียงเครื่องเรือหางยาว และได้ดำน้ำหลบหนีไป
นายขุนทอง มะนาวหวาน อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 239 ม.8 บ้านย่านใหญ่ ซึ่งเป็นผู้พบจระเข้ เป็นคนแรก กล่าวว่า ทุกวันตนจะออกจากบ้านไปลงข่ายดักปลา โดยเมื่อช่วงเช้าได้พายเรือกลับจากไปลงข่ายดักปลาเรียบร้อยแล้ว เพื่อจะเข้าฝั่งกลับบ้าน ระหว่างที่เรือที่ลอยลำอยู่กลางน้ำ พบจระเข้ขนาดยาวกว่า 2 เมตร ลอยตัวโดยโผล่หัวขึ้นมาเล็กน้อย ตอนแรกตนไม่ได้สังเกตว่าเป็นอะไร พอเรือผ่านมาใกล้ๆ ปรากฏว่าเป็นจระเข้จริงๆ ไม่ใช่ตัวเงินตัวทองเด็ดขาด จระเข้ตัวดังกล่าวมีท่าทางโก่งลำตัวเหมือนกับจะทำร้ายร่างกาย พร้อมกลับหันหัวมาหาเรือของตน จึงตัดสินใจพายเรือหนีอย่างไม่คิดชีวิต เพราะตนไปลงข่ายคนเดียว
นายขุนทอง กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นได้มาบอกชาวบ้าน ได้นำเรือหางยาวติดเครื่องยนต์กว่า 10 ลำ พร้อมอาวุธหลายชนิดออกลาดตระเวนหาจระเข้กันในบริเวณที่ตนพบ แต่จระเข้ไปหายไป คาดว่าน่าจะตื่นเสียงเครื่องยนต์เรือหางยาว จึงรีบดำน้ำหนีไปก่อน ซึ่งก่อนหน้ามีชาวบ้านเจอจระเข้กันบ่อย ที่บ้านวังแร่ บ้านบางแก้ว และมาเจอที่บ้านย่านใหญ่ นอกจากนั้นชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมรอบบ้าน เคยได้ยินเสียงฟาดน้ำและเสียงสุนัขเห่าร้องลั่น แปลว่าจระเข้เริ่มหิวแล้วจึงออกมาหากิน และในคืนนี้ตนพร้อมกับชาวบ้านจะออกลาดตระเวน เพื่อจับจระเข้โดยใช้กระแสไฟฟ้า เพราะตนนี้ชาวบ้านต่างกลัวไม่กล้าลงหาปลาหากินกัน
นายสมนึก ทำจริง อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 161/2 ม.8 บ้านย่านใหญ่ กล่าวว่า ตนก็เคยเห็นจระเข้ในบริเวณใกล้เคียงกันมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะที่ออกไปลงข่ายหาปลาเหมือนกัน โดยจระเข้ลอยอยู่กลางน้ำมองเห็นช่วงโหนกต้นคอ ตนขับเรือหางยาววิ่งเฉียดจระเข้ประมาณ 1.5 เมตรเท่านั้น เพราะไม่คิดว่าเป็นจระเข้ พร้อมเรือมาใกล้จระเข้ก็รีบดำหนีไปทันที ถ้าเป็นตัวเงินตัวทองจะไม่ลอยตัวอยู่กลางน้ำ แต่จะอยู่ตามต้นไม้หรือพงหญ้ารก พอคนไปเจอจะกระโดดหนีลงน้ำทันที และมีคนเห็นมาแล้วหลายคน แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นตัวเดียวกัน หรือมีหลายตัว ถ้าไม่ใช่จระเข้น่าจะเป็นปลาปึกขนาดใหญ่มาก ตอนนี้ไม่มีใครกล้าลงน้ำไปหาปลากันแล้ว เพราะกลัวจระเข้กันมาก
อุทัยธานีเร่งกู้ระบบประปาภูมิภาค
ประชาชนชาวอำเภอเมืองอุทัยธานี อำเภอหนองขาหย่าง อำเภอหนองฉาง อำเภอทัพทัน 7,000 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบหนัก หลังจากระบบจ่ายน้ำของการประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดอุทัยธานี เกิดขัดข้องมานาน 5 วันแล้ว ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ประจำนวนมาก รวมทั้งสถานที่ราชการ ที่ใช้ประปาของการประปาส่วนภูมิภาค ไม่มีน้ำใช้มานานหลายวัน ได้รับความเดือดร้อน
ทั้งนี้สาเหตุเนื่องมาจาก ท่อส่งน้ำขนาดขนาดใหญ่ที่สูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณถนนสายอุทัยธานี - วัดสิงห์ ก่อนถึงวิทยาลัยเทคนิคอุทัยธานี ถูกแรงน้ำกัดเซาะทำให้ท่อประปาแตกยาว 6 เมตร จนไม่สามารถสูบน้ำไปผลิตน้ำประปาให้หน่วยบริการประปาปาทั้ง 4 อำเภอได้ ซึ่ง ทางการประปาส่วนภูมิภาค แจ้งว่า ได้พยายามเร่งกู้สถานการณ์ โดยทำการซ่อมแซมมาตั้งแต่วันอังคารที่ 11 ตุลาคม 2554 แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะการเข้าซ่อมแซมเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีน้ำท่วมสูง มีบ้านเรือนประชาชนอยู่ใกล้เคียง และต้องมีการขุดดินขึ้นมาทำให้บ้านใกล้ดังกล่าวทรุดตัวลงมาอีก จึงต้องมีการเปลี่ยนแผนการซ่อมแซมใหม่ และป้องกันไม่ให้บ้านทรุด โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี ได้สนับสนุนเครื่องจักร มาทำการถมดินกั้น แล้วจึงสูบน้ำออกให้แห้งในบริเวณที่ท่อแตก เพื่อให้เจ้าหน้าที่และช่างทำงานการเปลี่ยนท่อได้ง่ายขึ้น ซึ่งคาดว่าอีกภายใน 24 ชม. จะสามารถกู้สถานการณ์ได้ และสามารถสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระไปผลิตน้ำประปาจ่ายให้ 4 อำเภอได้ ถ้าไม่มีปัญหาอุปสรรคอื่นแทรกซ้อน
ที่ผ่านมา แม้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งจะพยายามนำน้ำออกไปตระเวนแจกประชาชน เพื่อบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าให้กับประชาชน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ดังนั้น จึงมีประชาชนออกมาเรียกร้องให้การประปาส่วนภูมิภาคเร่งแก้ไขปัญหาด่วน
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ล่าสุด ระดับน้ำยังท่วมทรงตัวในระดับสูง ในพื้นที่เทศบาลเมืองระดับน้ำท่วม 2 เมตร ส่วนพื้นที่ 9 ตำบลรอบนอกโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำติดแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสะแกกรัง ระดับน้ำยังท่วมสูง 3-6 เมตร
อ่างทองแห่นาคหนุ่มวิศวะกลางน้ำอย่างทุลักทุเลหลังโบสถ์จมน้ำ
ล่าสุดเมื่อเวลา08.00 น.บริเวณวัดใหม่บุญศิริ หมู่ที่ 7 ต.อินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ได้มีพิธีบวชนาคขึ้นซึ่งภายในวัดถูกน้ำเข้าท่วมสูงกว่า 1 เมตร โดยเฉพาะบริเวณโบสถ์ที่ถูกน้ำท่วมจนจะเข้าไปภายในโบสถ์ พระต้องนั่งเรือเข้าไปในโบสถ์นั่งรอการแห่นาค โดยการแห่นาคก็เป็นไปอย่างทุลักทุเลพ่อนาคต้องนั่งเรือของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมพ่อและแม่นาค โดยมีคนจูงรอบโบสถ์
นอกจากนั้นยังมีนางรำและเพื่อนๆของพ่อนาคต่างรำนำหน้ากลางน้ำจากทุลักทุเลกลายมาเป็นสนุกสนานไปตามๆกัน จนกระทั่งวนครบ3 พ่อนาคได้โปรยทานให้กับคนที่มาแห่รอบโบสถ์ซึ่งต้องนี้ทุกคนต่างแย่งกันเก็บเงินที่พ่อนาคโปรยทานถึงกับล้มจมน้ำบางก็มี
นายกมล รอกแสง อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/3 หมู่ที่ 7หมู่ที่ 7 ต.อินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง พ่อของพ่อนาค กล่าวว่า พ่อนาคชื่อนายภาษกร รอดแสง อายุ 21 ปี ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิต คณะวิศวชั้นปีที่ 4 โดยตนได้กำหนดงานบวชไว้หลายเดือนแล้วแต่น้ำกลับมาท่วมแต่งานก็ต้องไปตามกำหนด ถึงจะทุลักทุเลบ้างแต่ก็มีความสนุกสนานควบคู่กันไปตนคิดว่าน่าจะเป็นการแห่ นาคกลางน้ำครั้งแรกในประเทศไทยเลยก็ได้



