ข่าว

ประตูน้ำคลองบ้านพร้าวเกือบเสร็จ100%

ประตูน้ำคลองบ้านพร้าวเกือบเสร็จ100%

16 ต.ค. 2554

ปฎิบัติการกู้ประตูน้ำคลองบ้านพร้าวเสร็จเกือบ100 เปอร์เซ็นต์ "กิตติรัตน์"รุดตรวจกลางดึก น้ำท่วมวัดท่าตำหนักนครชัยศรีผู้อพยพเดือดร้อน ผู้ว่าฯปากน้ำมอบถุงยังชีพให้ชาวบ้านริมคลอง

           เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 16 ต.ค.2554 นายชาญ พวงเพ็ชร์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้การดำเนินการซ่อมแซมประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าว เรียกได้ว่าสำเร็จเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการกดฝังแผ่นเหล็กชิพพาย ได้ตลอดแนวคันที่พังลงไปแล้ว แม้ว่าเมื่อวันที่ 15 ต.ค.จะมีเหตุการณ์ที่คันข้างประตูน้ำได้พังลงไปอีก 5 เมตร

           แต่ก็ดำเนินการฝังกดแผ่นเหล็กลงไปจนตลอดแนว เหลือเพียงการนำกระสอบทรายลงไปถมด้านข้างแผ่นเหล็กชิพพาย เท่านั้น โดยเราจะถมถุงทรายลงไปทั้งด้านหน้าและด้านหลังแผ่นเหล็กชิพพายเพื่อความแน่นหน้าและมั่นคงของแนวคัน ตอนนี้กระแสน้ำที่ไหลบ่าจากแม่น้ำเจ้าพระยาก็ชะลอลงทั้งปริมาณน้ำและกระแสน้ำ ถ้าเราถมทรายเสร็จแล้วก็จะหยุดน้ำได้หมด ซึ่งวันนี้คงแล้วเสร็จอย่างแน่นอน

           นายชาญ กล่าวอีกว่า เวลานี้เราไม่ห่วงประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าวแล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือทางด้านทิศตะวันออกและทิศเหนือ เนื่องจากมีปริมาณน้ำจากจังหวัดสระบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมาก กำลังไหลลงสู่คลองระพีพัฒน์จำนวนมาก ทำให้น้ำเอ่อขี้นสูง ซึ่งน้ำเหล่านี้จะต้องผ่านเข้ามาตามคลองซอยต่างๆ ตังแต่คลองหนึ่งเรื่อยไปถึงคลอง 13 คลองสิบสี่ และเข้าสู่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ตรงนี้น่าเป็นห่วงกว่ามากๆ

"กิตติรัตน์"ตรวจคลองบ้านพร้าวกลางดึก

    ทั้งนี้เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 16 ต.ค. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ พร้อมคณะเดินทางเข้าตรวจสอบภารกิจปฎิบัติงานกู้คลองบ้านพร้าว อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 02.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าแนวคันดินด้านข้างนิคมอุตสาหกรรมนวนคร มีรอยรั่วซึม ทางเจ้าหน้าที่ทั้งของนวนครและกำลังทหารจึงได้นำกระสอบเสริมแนวคันกั้นเพิ่มอีก คาดว่าเกิดจากฝนตกหนักจึงทำให้คันดินอ่อนตัวและนิ่ม อย่างไรก็ตามบริเวณแนวคันภายในนวนคร ฯ ยังน่าเป็นห่วงโดยได้จัดเจ้าหน้าที่เวรยามเฝ้าดูตลอด 24 ชั่วโมง


น้ำท่วมวัดท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี ศูนย์อพยพผู้เดือดร้อน

    เมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ 15 ตุลาคม  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ซึ่งเป็นสถานที่ ที่ทางราชการจัดให้เป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากภาวะน้ำท่วมในครั้งนี้ พบว่าบริเวณภายในวัดได้มีน้ำจากคลองบางแก้วซึ่งไหลผ่านด้านข้างของวัดได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่บริเวณริม2 ฝั่งคลอง โดยมีปริมาณน้ำสูงเกือบถึงเอว แม้ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากทหารที่นำกระสอบทรายมากั้นแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถที่จะกั้นน้ำที่เพิ่มปริมาณสูงขึ้นได้ จนทะลักเข้าท่วมบริเวณวัดท่าตำหนัก ก่อนที่จะเข้าท่วมกุฎิของพระวินัยสังวร เจ้าอาวาสวัดท่าตำหนัก จนไม่สามารถที่จะจำวัดได้ ต้องช่วยกันขนย้ายสิ่งของและเตียงนอน ผ้าห่มออกมา ซึ่งปริมาณน้ำในเบื้องต้นสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ส่วนชาวบ้านที่อพยพมาอยู่ที่ศูนย์นั้น ก็ได้รับความเดือดร้อนจากการเดินทางออกไปซื้อหาข้าวปลา อาหาร จนบางวันต้องอาศัยข้าววัดกินก็มี

ผู้ว่าฯปากน้ำมอบถุงยังชีพให้ชาวบ้านริมคลอง

    นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายชาติชาย อุทัยพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายวรณัฏฐ์ หนูรอด นายอำเภอบางเสาธง กำนัน ผู้ใหญ่และเจ้าหน้าที่จากอำเภอบางเสาธง นำถุงยังชีพจำนวน 100 ชุดไปมอบให้กับประชาชนชุมชนบ้านคลองหลุมลำ หมู่ 12 ต.ศรีษะจระเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ที่เผชิญกับน้ำท่วมขังมานานนับเดือน

    นายเชิดศักดิ์ เปิดเผยว่า มีชาวบ้านในชุมชนดังกล่าวประมาณ 80ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นบ้านเรือนที่อยู่ริมคลองและถูกน้ำท่วมขังบริเวณชั้นล่างของบ้านพักนานหลายสัปดาห์จนเกิดกลิ่นเหม็น โดยน้ำสูงจากระดับคั้นกันน้ำประมาณ 50 เซนติเมตรจึงไหลเข้าท่วมบ้านและบ่อเลี้ยงปลา เบื้องต้นได้สั่งให้นายอำเภอสำรวจครอบครัวที่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัย ที่มีบ้านเรือนและทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ตามมติคณะรัฐมนตรี และสั่งให้นำรถแมคโครขุดลอกตลอดคลองหลุมลำเพื่อเป็นการเร่งระบายน้ำออกไปสู่คลองที่เชื่อมโยงกันและลดระดับน้ำที่ล้นตลิ่งอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้จะทำการประชุมร่วมกับอำเภอและท้องถิ่นเพื่อจัดสรรงบประมาณในการทำเขื่อนกันน้ำต่อไปในอนาคต

    ทางด้านนางสุวรรณ นุชชะนะ อายุ 53 ปีอยู่บ้านเลขที่ 48/6 ม.12 กล่าวว่า น้ำได้ไหลเข้าท่วมลานหน้าบ้านนานกว่า 1 เดือนแล้ว ตอนนี้กำลังจะท่วมเข้าไปในบ้านซึ่งบ้านของตนเป็นบ้านชั้นเดียว หากน้ำไหลเข้าท่วมก็จะทำให้ไม่มีที่นอน จึงอยากให้ทางอำเภอนำกระสอบทรายให้เพื่อกันน้ำเข้าตัวบ้าน

    ส่วนนางละออง ตองอ่อน หลังได้รับถุงยังชีพจากจังหวัดกล่าวว่า ตนขายผักกระเฉดอยู่ในตลาดหัวตะเข้ และถึงแม้บ้านตนน้ำจะไหลเข้าท่วมแต่ก็ยังไม่เดือดร้อนเท่ากับคนอื่นในหลายๆจังหวัดขณะนี้จึงได้ร่วมตัวกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดจะนำอาหารไปบริจาคให้กับผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ณ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตอนนี้ก็กำลังรวบรวมกำลังคนและกำลังเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือ