ผบ.ทร.ให้ตื่นตัว-ไม่ตื่นตระหนก
สัมภาษณ์พิเศษ 'พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์' ผู้บัญชาการทหารเรือ 'ถ้าไม่เกิน 4,000 ลบ.ม. ก็ไม่น่าจะมีปัญหา' โดย ปัญญา ทิ้วสังวาลย์ twitter@panyaya_nna
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์ถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า กองทัพเรือพยายามจัดกำลังพล และ ยุทโธปกรณ์ เข้าไปให้ความช่วยเหลือในทุกพื้นที่ที่ประชาชนได้ความเดือดร้อน โดยกองทัพเรือเองก็ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ผบ.เหล่าทัพ เพื่อวางแผนในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน โดยมีกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นศูนย์กลาง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันบูรณาการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การทำงานจะต้องรวดเร็ว และต้องแข่งกับเวลา
“ตอนนี้แต่ละเหล่าทัพก็ส่งกำลังทหารลงไปประจำอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้วทุกจุด เพื่อไปบูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพและทันต่อการช่วยเหลือประชาชน ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งความเดือดร้อนมาได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย (ศปภ.) ที่ดอนเมือง และที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของแต่ละเหล่าทัพได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยกองทัพพยายามเร่งเข้าไปช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด แต่ก็อยากขอร้องประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้วิกฤติมาก ทุกหน่วยงานจึงพยายามเร่งรีบในการแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด”
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า การตั้งศูนย์เพื่อบูรณางานในครั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้กองทัพเรือสั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมหากเกิดสถานการณ์วิกฤติเพิ่มเติม ขณะเดียวกันหน่วยขึ้นตรงของกองทัพเรือเองก็จะต้องหมั่นติดตามสถานการณ์ภายในหน่วยเองด้วยเช่นกัน
"ผมอยากให้ทุกฝ่ายตื่นตัวในเรื่องนี้ แต่ก็อย่าตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น"
สำหรับปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงในขณะนี้มีความเร็วของน้ำอยู่ที่ 3,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อยู่ในเกณฑ์ระดับปริ่มๆ จากที่ได้ตั้งเกณฑ์เอาไว้ 4,000 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ทางกองทัพเรือจะติดตามความเคลื่อนไหวของกระแสน้ำต่อไปอย่างต่อเนื่อง
ส่วนการใช้เรือตรวจมวลน้ำนั้น ปกติกรมอุทกศาสตร์ทำเป็นประจำอยู่แล้ว โดยมีเรือประจำที่ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ร่วมถึงผลกระทบที่เกิดจากความเร็ว และความสูงของกระแสน้ำที่จะส่งผลกระทบ และถ้าหากมวลน้ำมีมากเราสามารถแจ้งเตือนประชาชนใน กทม.ได้ทันท่วงที
ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และจะต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญขอให้ติดตามข่าวสารทางภาครัฐบาลและกองทัพตลอด 24 ชั่วโมง กองทัพเรือพยายามดำเนินการให้ดีที่สุด ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่จะนำไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยกองทัพเรือรับผิดชอบในพื้นที่ กทม. 16 เขต พร้อมกับให้กรมอู่ทหารเรือสร้างแพ และจัดหาเรือท้องแบนอีก 100 ลำ ในการสนับสนุนศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุกทกภัย (ศปภ.)
พื้นที่ กทม.จำเป็นจะต้องจัดกำลังเฝ้าระวัง ตรวจแนวคันกั้นน้ำบริเวณโรงพยาบาลศิริราช และที่สำคัญคือได้รับมอบให้ไปดูแลจัดทำคันกั้นน้ำ และเสริมคันกั้นน้ำที่คลองทวีวัฒนามีกำลังพลประมาณ 400 นาย ซึ่งเราพยายามทำทุกอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพเรือพยายามผลักดันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่ทะเล โดยได้จัดเรือผลักดันน้ำที่คลองลัดโพธิ์ คลองสรรพสามิต และสะพานปฐมบรมราชนุสรณ์ ใช้เรือทั้งหมด 7 ลำ
นอกจากนั้นยังได้มีการส่งกำลังไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 400 นาย เป็นกำลังพลจาก กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 11 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อกาศยานและรักษาฝั่ง จำนวน 138 นาย กำลังพลจากกรมก่อสร้างและพัฒนา ชุดประดาน้ำจากกรมสรรพาวุธทหารเรือ รวมถึง เรือปฏิบัติการความเรือสูงของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ จำนวน 2 ลำ พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ และเรือยาง สนับสนุนชุดเคลื่อนที่เร็วในการเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และ จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือที่ศาลากลาง จ.พระนครศรีอยุธยา
นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้กรมอู่ทหารเรือเร่งสร้างแพลอยน้ำ (Pantoon) หรือ แพพักอาศัยให้ผู้ประสบภัย จำนวน 30 แพ โดยจะมีการสร้างเพิ่มเติมอีก
ขณะเดียวกันได้จัดส่งกำลังพลไปกู้โบราณสถานที่ได้รับผลประทบ แต่เนื่องจากน้ำไหลแรงมาก ปริมาณน้ำสูงถึง 3 เมตร จึงไม่สามารถที่จะทำการกู้ได้
ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ได้จัดกำลังพล 60 นาย ไปสนับสนุนกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และดูแลคันกั้นน้ำนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี รวมถึงเร่งสร้างเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 3 ชุด เพื่อสนับสนุนการผลักดันน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ระบายลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น ตลอดจนจัดหาเรือท้องแบนอีก 100 ลำ เพื่อนำไปสนับสนุนการขนย้ายและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า รถยนต์บรรทุก 40 คัน เรือ 40 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ชุดเคลื่อนที่เร็ว 12 ชุด รวมถึงยานพาหนะ และเรือท้องแบน รวมถึงกำลังพลพร้อมให้ความช่วยเหลือในทุกพื้นที่ ทั้งปริมณฑลที่ได้มีการร้องขอเอาไว้ รทั้งการตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย รวบรวมน้ำใจจากคนไทย ที่มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์พี่น้องคนไทยที่กำลังเดือดร้อน
จากการประเมินสถานการณ์ของระดับน้ำในช่วง 2-3 วันนี้ ที่เป็นช่วงน้ำหนุน แต่น้ำหนุนไม่ได้หนุนทั้งวัน จะหนุนเฉพาะช่วงน้ำขึ้น อาจจะทำให้กระแสน้ำที่ไหลลงชะลอตัวลง และระดับน้ำที่ตามมาจะสูงขึ้นปกติ แต่น้ำไหลลงก็จะปกติ ดังนั้นน้ำจะสูงไม่เกิน 2.5 เมตร หน่วยต่างๆ พยายามเสริมเป็น 2.8 เมตร
ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า และในช่วงปลายปลายเดือน 28-30 ต.ค. ที่เป็นช่วงน้ำหนุน และจะมีน้ำใหญ่ไหลลงมาจาก จ.นครสวรรค์ และจ.พระนครศรีอยุธยา หากในพื้นที่ กทม.สามารถป้องกันทางด้านทิศตะวันตก ที่กองทัพเรือรับผิดชอบอยู่ และทางเหนือ คันกั้นน้ำไม่มีปัญหา
สถานการณ์น้ำท่วมใน กทม. ชั้นในคงจะไม่มีปัญหาอะไร ในส่วนนี้มีการติดตามมวลน้ำที่ไหลผ่านอย่างใกล้ชิด ว่ามีมวลน้ำไหลกี่ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากไม่เกิน 4,000 ลูกบาศก์เมตรก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
...................
(สัมภาษณ์พิเศษ 'พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์' ผู้บัญชาการทหารเรือ โดย ปัญญา ทิ้วสังวาลย์ twitter@panyaya_nna)



