ข่าว

'ประยุทธ์'ตรวจน้ำท่วมนิคมฯนวนคร

'ประยุทธ์'ตรวจน้ำท่วมนิคมฯนวนคร

15 ต.ค. 2554

'ผบ.ทบ.' ตรวจน้ำท่วม นิคมฯนวนคร วอน ปชช.เชื่อมั่นรบ.แก้วิกฤติน้ำท่วม โยน รบ.ตัดสินใจใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยันทบ.เร่งกู้ 4 นิคมฯจมน้ำ ชู 'แก้มลิง'ช่วยโรงงานสมุทรสาครไม่ท่วม เตรียมขุดคลองเพิ่มป้องกันน้ำท่วม

          15 ต.ค.54 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก และ พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 เดินทางลงตรวจสภาพสภานการณ์น้ำท่วม โดยมีพล.ต.พิสิทธิ์  สิทธิสาร ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) สรุปสถานการณ์น้ำท่วมให้ผบ.ทบ.รับฟัง

          จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ว่า ทางศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ศปภ.)สั่งการยังมายังกองทัพบกให้ช่วยดูแลนิคมอุตสาหรรมต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งใน 3 นิคม ที่ผ่านมาทั้งนิคมโรจนะ ไฮเทค และนิคมสหรัฐ ที่บางปะอิน กองทัพพยายามกู้อยู่ แต่เป็นที่น่าหนักใจเพราะกระแสน้ำมามากเหลือเกิน ไม่ใช่เป็นความบกพร่องหรือล้มเหลวของใคร เป็นแต่เพียงว่า ปริมาณน้ำสาหัส ส่วนนิคมฯนวนคร เป็นแห่งที่ 4 ซึ่งเป็นทางน้ำจากทางเหนือลงมาทางใต้ แต่เท่าที่สำรวจดูสบายใจนิดหนึ่งเพราะมีการเตรียมการที่ดีมาก และมีความเข้มแข็งในการดูแล หากสามารถต้านทานกระแสน้ำครั้งนี้ได้ อาจเป็นแบบอย่างเรื่องการทำกำแพงกั้นน้ำในอนาคต

          “รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนิคมฯอย่างมาก ไม่เฉพาะเรื่องการลงทุนอย่างเดียว แต่ประชาชนที่ทำงานอยู่ในนิคมฯเป็นแสน ๆ คน ต้องหยุดงาน หากหยุดงานนาน 6-7เดือนจะมีผลกระทบต่อครอบครัวเราจึงพยายามป้องกันน้ำ เพื่อให้นิคมฯสามารถดำเนินงานต่อไปได้ ประชาชนต้องเข้าใจว่า จะต้องป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้ามาภายในโรงงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยรอบของโรงงาน

          โดยให้พล.1รอ.เป็นผู้รับผิดชอบ และกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) กองทัพภาคที่ 1 หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.)มาร่วมด้วย ผมได้ให้แม่ทัพภาคที่ 1 นำบทเรียนจากนิคมฯ 2-3 แห่งที่เกิดขึ้นมาแนะนำกับนิคมฯนวนคร โดยลึก ๆ ยังเป็นห่วง เนื่องจากปริมาณน้ำในปัจจุบันไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่จากที่ได้ฟังรายงายของกรมอุตุนิยมวิทยา การระบายน้ำที่ออกจากเขื่อนต่าง ๆ ลดลงซึ่งนิคมฯแห่งนี้จะอยู่ทางทิศใต้ ที่ลงมาจากบางปะอิน ดังนั้นจะต้องขุดลอกคูคลอง เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น”ผบ.ทบ.กล่าว

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราจะทำอย่างไรให้ปริมาณน้ำหลายล้านลูกบาศก์เมตรที่ท่วมอยู่ในพื้นที่ภาคกลางลงสู่ทะเลได้โดยเร็ว ทั้งนี้รัฐบาลได้นำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ในเรื่องการระบายน้ำพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกให้ไหลลงทะเลให้เร็วขึ้น กองทัพบกมีส่วนร่วมกับกองทัพเรือ กระทรวงคมนาคม หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา(นทพ.) ในการขุดลอกทำคูลัด คลองลัด ประมาณ 3-4 แห่งเพื่อผลักดันน้ำไหลลงทะเลให้เร็วมที่สุด พอที่จะรองรับปริมาณน้ำใหม่ ทั้งนี้ยอมรับว่า ไม่สามรถไปดูแลได้ทั่วถึง เพราะเป็นพื้นที่กว้าง ดังนั้นประชาชนต้องเชื่อฟัง โดยเฉพาะการอพยพประชาชนไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ถ้าทุกคนยังอยู่ที่บ้านคงไม่สามารถแก้อะไรได้

          “ส่วนการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่เป็นเรื่องของรัฐบาล ทหารไม่มีความขัดแย้ง และไม่เคยเสนออะไร ทหารทำหน้าที่ในกรอบของทหาร และทำตามนโยบายที่ศปภ.สั่งการลงมา การจะมีพ.ร.ก.หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งสำคัญเราต้องร่วมมือกัน และไม่กล่าวให้ร้ายกัน แน่นอนว่า งานใหญ่ และคนเยอะ ความเดือดร้อนมาก ผลกระทบจึงเกิดขึ้นเยอะ อย่าโทษกันไปมาทุกคนจะต้องช่วยกัน ขณะนี้ต้องเชื่อมั่นรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา ประเทศชาติต้องมีรัฐบาล ใครจะเป็นรัฐบาลก็คือรัฐบาล ถ้าไม่เชื่อมั่นรัฐบาล ระบบราชการจะต้องล้มเหลวหมด

          ประเด็นสำคัญ คือ ประชาชนที่เดือดร้อนมาก ๆ ก็ร้อนใจ แต่เราอย่าโกรธเคืองกัน ต้องเห็นใจกัน และเราจะไม่ตอบโต้หรือโต้เถียงใด ๆ ทั้งสิ้น เราไม่อยากบังคับใช้กฎหมายกับประชาชนในตอนนี้เพราะเดือดร้อน สิ่งสำคัญต้องสร้างความเข้าใจกันมากกกว่า ส่วนพื้นที่กทม.เตรียมการเป็นอย่างดี แต่ประชาชนที่อยู่บริเวณคันกั้นน้ำ และติดกับลำน้ำ ที่จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ซึ่งคนต่างจังหวัดและคนกรุงเทพต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน เอื้อเฟื้อต่อกัน พื้นที่ตรงไหนกันได้ก็ต้องกัน หากท่วมทั้งหมด แล้วมานั่งมองตากันปริบ ๆ ไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะไมรู้จะไปตรงไหน เป็นคนไทยต้องเห็นใจกัน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนได้ใช้ 126 สถานีวิทยุของกองทัพบกประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบตลอด 24 ชม. และพยายามทำความเข้าใจ ส่วนในพื้นที่ 3 คลอง ได้สั่งทหารช่างลงไปปฏิบัติแล้ว วันแรกได้ประมาณ 10 % ระยะทางรวมกันแล้วไม่เกิน 10 กิโลเมตร ซึ่งกองทัพบกรับผิดชอบ 3 คลอง นทพ.รับไปอีก 1 คลองที่ต้องเร่งดำเนินการ ส่วนที่เหลืออยู่ 6 คลองต้องใช้แรงดันน้ำ ผลักดันน้ำไปสู่แม่น้ำท่าจีนด้วยเร็ว โดยพื้นที่ตะวันออกและตะวันตก คิดว่าภายใน 5 วันน่าจะเสร็จ

          นอกจากนี้กองทัพบก ยังมีการสำรวจพื้นที่ที่จะสามารถขุดลอกคูคลองได้เพิ่มเติมอีก โดยแต่ละคลองทางผู้ว่าฯบอกว่า ได้มีการขุดเตรียมการไว้หมดแล้ว ซึ่งเป็นแนวทางของพระองค์อยู่แล้ว พระองค์ทรงห่วงใยประชาชนมาโดยตลอดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

          ส่วน จ.สมุทรสาครที่ไม่มีปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่โรงงานเพราะใช้แนวทางพระราชดำริ คือ โครงการแก้มลิง นิคมฯนวนครก็มีโครงการแก้มลิงมีพื้นที่ประมาณ 300 ไร่ โดยสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 7 แสนคิว และสามารถผันน้ำออกไปได้ประมาณ 30% หากเกิดน้ำท่วมจะได้ปั้มน้ำออกไปได้