ข่าว

'ปู'นอนไม่หลับห่วงปชช.น้ำท่วม

'ปู'นอนไม่หลับห่วงปชช.น้ำท่วม

14 ต.ค. 2554

'ยิ่งลักษณ์' นอนไม่หลับห่วงปชช.น้ำท่วม สั่งเร่งระบายน้ำเต็มที่ 15ต.ค.หารือผบ.เหล่าทัพ ชาววังเหนือ-พระสงฆ์มอบสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม สถาบันคชบาลแห่งชาติ -ทีมสัตวแพทย์-อาหารถึงอยุธยาแล้ว

          ช่วงเย็นวันที่ 14 ต.ค.2554 ที่ผ่านมาพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรมในฐานะผอ.ศปภ.ลงพื้นที่ตรวจประตูระบายน้ำจุฬาภรณ์ จ.ปทุมธานีซึ่งมีความขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่บางส่วนต้องการให้เปิด แต่บางส่วนต้องการให้ปิด และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ พล.ต.อ.ประชา ได้กลับมารายงานเรื่องนี้กับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและที่ประชุมศปภ.ในช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา
 
          ต่อมาเวลา21.30น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ นายวิม รุ่งวัฒนะจินดา โฆษกศปภ.และนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน ร่วมกันแถลงข่าว โดยพล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การทำงานใน ศปภ.ตลอดทั้งวันที่ 14 ต.ค.นี้นั้น ขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่นำสิ่งของมามอบให้ศปภ.ก่อนส่งให้ผู้ประสบภัย ซึ่งจะส่งมอบอย่างครบถ้วนและรวดเร็ว และขอโทษประชาชนที่ประสบปัญหาจราจรในการมามอบสิ่งของ โดยศปภ.จะจัดระบบจราจรในสนามบินดอนเมืองใหม่เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกในการเดินทางมาบริจาคสิ่งของ ส่วนรถยนต์ที่ประชาชนนำมาจอดไว้ที่ดอนเมือง หากไม่จำเป็นก็ขอให้แวะมาดูบ้างและควรกลับมารับรถยนต์ไป เพราะบางคันจอดกีดขวางการจราจร

          พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า นายกฯบอกว่า นอนไม่หลับเพราะห่วงใยว่าสิ่งของจะไปถึงประชาชนอย่างเร็วสุดเมื่อใด เพราะนายกฯรับทราบจากประชาชนจ.อยุธยาที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือแจ้งข้อมูลเข้ามา โดยวันนี้นายกฯสั่งการ ผกก.สภ.25แห่งและ16นายอำเภอในจ.อยุธยา ประสานในการจัดส่งสิ่งของให้ถึงมือประชาชนใน11จุด ภายในวันที่15ต.ค.โดยเฮลิคอปเตอร์จาก สตช. ส่วน จ.นครสวรรค์ที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมนั้นนายกฯรับฟังความต้องการของประชาชนโดยวันที่15ต.ค.เครื่องบนคาร์ซ่าของสตช.จะนำสิ่งของไปช่วยประชาชน8,000คนใน11ศูนย์อพยพที่จ.นครสวรรค์

          พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า นายกฯระดมกำลังทุกส่วนเต็มกำลังในการช่วยประชาชน ชาวกทม.น่าจะยิ้มออกได้บ้าง เพราะนายกฯ, พล.ต.อ.ประชา, อธิบดีกรมชลประทานและผู้ว่าฯกทม.ยืนยันแล้วว่ากทม.จะไม่ท่วม ส่วนพื้นที่น้ำท่วมขังนั้น ทุกฝ่ายเข้าใจความทุกข์ยากและพยายามเต็มที่ที่จะบรรเทาทุกข์ รัฐบาลจะมีแผนช่วยเหลือหลังน้ำลด ส่วนบางพื้นที่ซึ่งประชาชนขัดแย้งกับความคิด การทำงานของรัฐบาลนั้นขอความกรุณาว่า ถึงเวลาที่จะหันหน้าและจับมือแก้ไขภารกิจให้ลุล่วง ศปภ.เข้าใจว่าสิ่งที่ประชาชนเผชิญและต้องการนั้นคืออะไร

          “ด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่แนะนำนายกฯ ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณมาสู่คนไทยและนายกฯ”โฆษกศปภ.ระบุ

          ต่อมาอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า รัฐบาลพยายามลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิตติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน การวัดปริมาณน้ำเมื่อเวลา21.00น.วันที่14ต.ค.ที่จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำยังทรงตัว และลดลงจาก4,700ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเหลือ4,668ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การลดลงครั้งนี้แสดงว่าปริมาณน้ำที่ใหญ่ที่สุดผ่านจ.นครสวรรค์แล้วและเป็นยอดที่ต่ำกว่าการคำนวณไว้ และไหลผ่านจังหวัดลงมาเรื่อยๆ และเช้าวันนี้แจ้งกับชาวกทม.แล้วว่าระดับนำที่สะพานพุทธยอดฟ้านั้นอยู่ที่2.3เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง หากปริมาณน้ำที่จ.นครสวรรค์ลดลง ระดับน้ำจะเป็นไปตามที่คำนวณไว้ และเป็นแบบนี้ก็ยังไม่ล้นคันกั้นน้ำของกทม.ที่กั้นไว้2.5เมตร แสดงว่ากทม.ปลอดภัย ส่วนน้ำที่มาจากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาจาก จ.อยุธยา ตอนนี้ล้นมาบนถนนมิตรภาพและไหลลงมาช้าๆสู่คลองระพีพัฒน์และคลองหนึ่ง โดยตรงนี้มีประตูระบายน้ำทำหน้าที่พักน้ำ และจากการคุยกับประชาชนนั้นพบว่าอยากเปิดประตูตลอดเวลาเพราะเดือดร้อน แต่กรมชลประทานต่อรองขอปิดประตูครึ่งหนึ่งเพื่อไปช่วยประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์

          “คลองระพีพัฒน์นั้นมีแผนว่าจะตัดคลองนี้เพื่อระบายน้ำสู่คลองหก และช่วยประตูหนึ่งที่คลองหนึ่งด้วย ตรงนี้มีความขัดแย้งเพราะประชาชนไม่อยากให้ตัดตอนนี้มีน้ำล้นที่ประตูคลองหนึ่งและข้ามคันกั้นน้ำมาแล้ว แต่ยังมีคันกั้นอยู่และน้ำก็ไหลช้าตรงนี้จะเร่งเเก้ไขเร็วสุด”นายชลิตระบุ

          นายวิมแถลงว่า ภารกิจนายกฯที่ดำเนินการมาตั้งเช้าวันนี้จนถึงดึกวันนี้ นายกฯเชิญหน่วยงานขุดลอกคลองและเร่งรัดติดตามการซ่อมแซมประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี นายกฯห่วงใยตลอดเวลา จากนั้นลงพื้นที่แก้ปัญหา และยืนยันปริมาณน้ำที่ไหลสู่จ.ปทุมธานี ส่วนกระแสข่าวว่าน้ำจะไหลเข้าสู่กทม.จากคลองต่างๆนายกฯจึงลงพื้นที่และรับรายงานจากผู้ว่าฯทม.ว่าน้ำที่ไหลจะระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ส่วนการป้องกันน้ำไหลเข้าสู้พื้นที่กทม.ชั้นใน มีคันกั้นน้ำด้านนอกที่นอกเหนือจากคันกั้นน้ำในโครงการพระราชดำริ น้ำที่จะไหลจากจ.อยุธยานั้น จะมีมาตรการปิดกั้นและไม่น่าจะทำให้คันกั้นน้ำพังทลายได้ นายกฯจึงสบายใจ

          นายวิม กล่าวว่า นายกฯขอให้ทุกฝ่ายประชุมร่วมและชี้แจงเร่งขุดคลองระบายน้ำตามที่หารือไว้ โดยจะดำเนินการทั้งตะวันออกและตะวันตก คลองทั้งห้าคลองทางตะวันออกขุดลอกเสร็จแล้วสองคลอง ส่วนที่เหลือจะแล้วเสร็จเร็วๆนี้ โดยจะระบายน้ำทางตะวันออกลงทะเลทางแม่น้ำบางปะกงได้ ส่วนระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยานั้น นายกฯติดตามว่าในอาทิตย์นี้จะเร่งระบายน้ำจากเครื่องดันน้ำผลักดันน้ำที่ขังทางตะวันตกของกทม.โดยไหลลงคลองไปสู่ทะเลเร็วขึ้น ตอนนี้กระทรวงกลาโหมและคมนาคมจะช่วยเร่งรัดขุดลอกคลองทางตะวันตกให้แล้วเสร็จในห้าวัน ทำให้การระบายน้ำจากจ.อยุธยา ปทุม นนทบุรีและกทม.บางส่วนไหลลงทะเลเร็วขึ้น

          “นายกฯยังเร่งผลักดันน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกง เจ้าพระยา ท่าจีน และในวันอาทิตย์นี้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ฯจะระดมเรือส่วนหนึ่งผลักดันน้ำไหลลงทะเลให้เร็วขึ้น ส่วนวันพรุ่งนี้นายกฯจะประชุมร่วมกับผบ.เหล่าทัพ จากนั้นจะรับบริจาคสิ่งของจากฝ่ายต่างๆและอาจประชุมร่วมกับหน่วยงานเพื่อติดตามสถานการณ์ต่างๆ การระบายน้ำและประตูระบายน้ำที่ขัดแย้งกันอยู่”นายวิมกล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังทำงานที่ศปภ.หลังจากลงพื้นที่หลักหก จ.ปทุมธานีในช่วงบ่ายและอยู่ทำงานที่ศปภ.จนดึกเพื่อติดตามสถานการณ์


ชาววังเหนือ-พระสงฆ์มอบสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

 
          ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธาณภัยเขต 10 ลำปาง นายสุวรรณ กล่าวสุนทร รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง รับมอบสิ่งของ ที่ดำรงชีพในชีวิตประจำวัน เครื่องอุปโภคบริโภค จากนายทรงศักดิ์ ดิษฐาน นายอำเภอวังเหนือและตัวแทนคณะสงฆ์ในอำเภอวังเหนือเพื่อส่งมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยภาคกลาง  ทั้งนี้ในพื้นที่อำเภอวังเหนือ  ที่ผ่านมาก็เคยประสบภัยน้ำป่าไหลหลากมาแล้ว และได้รับความช่วยเหลือจากงคนไทยด้วยกันจนสภาวะเข้าสู่ปกติ จึงรวมใจกันทำโครงการคนไทยไม่ทิ้งกัน และได้ตั้งตู้รับบริจาคสิ่งของพร้อมทั้งปัจจัยต่าง ๆ และรวบรวมได้จำนวน คันรถ 10 ล้อ พร้อมปัจจัยซึ่งเป็นเงินสดจำนวน 357,720 บาทมามอบให้กับทางจังหวัดลำปางเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ประสบความเดือดร้อน


สถาบันคชบาลแห่งชาติ -ทีมสัตวแพทย์-อาหารถึงอยุธยาแล้ว


          นายวรวิทย์ โรจนไพฑูรย์ ผู้อำนวยการสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ เปิดเผยว่า ทาง สถาบันคชบาลแห่งชาติ พร้อมทีมงานคณะสัตวแพทย์ โรงพยาบาลช้างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จังหวัดลำปาง ในนามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำทีมสัตวแพทย์เข้าตรวจดูแลสุขภาพช้างและมอบอาหารช้าง ได้แก่ หญ้าแห้ง และอาหารเม็ด จำนวน 2 คันรถบรรทุก ประกอบด้วยอาหารเม็ดจำนวน 200 กระสอบ หญ้าแพงโกล่าแห้ง จำนวน 300 ฟ่อน และทีมงานสัตวแพทย์และเวชภัณฑ์อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ความช่วยเหลือกับช้างของเอกชน ที่วังช้างอยุธยา แลเพนียดช้าง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ช้าง ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วม จำนวน 96 เชือกในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้ว

          เนื่องจากพื้นที่ปลูกพืชอาหารช้างและพื้นที่ผูกมัดช้างได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมได้รับความเสียหาย ทำให้ช้างไม่มีอาหารกิน และ ไม่มีพื้นที่อยู่ช้างจะต้องยืนหลับอยู่ในน้ำท่วม โดยควาญช้างได้เกี่ยวหญ้าขนใกล้บริเวณพื้นที่ผูกช้างเลี้ยงช้าง   ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของช้างเพราะช้างทั้งหมดจะต้องกินอาหารโดยประหยัดประมาณวันละ 17 ตัน ทั้งนี้เฉลี่ยตามตามน้ำหนักตัวของช้าง ปกติช้าง 1 เชือก จะกินอาหารวันละประมาณ 200 - 250 กิโลกรัม อาหารช้างที่ทางสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ อ.อ.ป. ได้นำพืชอาหารช้าง คือ หญ้าแพงโกล่าแห้งซึ่งเป็นหญ้าที่มีธาตุอาหารสูง คาดว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนนี้ได้ประมาณ 1 สัปดาห์

 อย่างไรก็ตาม สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ อ.อ.ป.จะทยอยส่งความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น โดยการจัดสรรงบประมาณการจัดซื้ออาหารช้างจากกองทุนอาหารช้างของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย และ งบประมาณเงินอุดหนุนรัฐบาลประจำปี 2555 บางส่วน คาดว่าจะมีผู้มีจิตศรัทธาและหน่วยงานราชการและเอกชนร่วมบริจาคช่วยช้างต่อไป หากมีผู้ประสงค์ต้องการบริจาคช่วยช้าง สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรและโทรสาร 054 - 829330 และ [email protected]