
สินค้าแพงทุกข์ซ้ำ...น้ำท่วม
สินค้าแพง-ขาดแคลน ทุกข์ซ้ำ...น้ำท่วม : โต๊ะรายงานพิเศษรายงาน
แม้ภัยพิบัติธรรมชาติน้ำท่วมครั้งใหญ่ จะสร้างความเสียหายร้ายแรงให้แก่ประชาชนในหลายจังหวัดที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ แต่ก็ยังเดือดร้อนไม่เท่าการถูกคนไทยด้วยกันเองเอารัดเอาเปรียบฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค อุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อราคาให้สินค้าบางรายการแพงหูฉี่ และบางรายการแม้มีเงินก็ไม่สามารถหาซื้อได้ ราวกับเป็นการกระหน่ำซ้ำเติมความเดือดร้อนเข้าไปอีก
ในพื้นที่ประสบภัยแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะสินค้าแทบทุกชนิดซื้อหาได้ยาก ประชาชนหวังพึ่งได้อย่างเดียวคือสิ่งของที่ได้จากการบริจาค ซึ่งค่อนข้างมีจำนวนจำกัดไม่ทั่วถึง ผู้ประสบภัยได้แต่ทำใจรอคอยโชคชะตา
ขณะที่พื้นที่ใกล้เคียงและมีแนวโน้มว่าจะต้องเผชิญกับภัยพิบัติเป็นพื้นที่ต่อไป กลับได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่ถีบตัวสูงขึ้นกว่าพื้นที่ภัยพิบัติเสียอีก สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่นั้นๆ อย่างยิ่ง
อย่างเช่นที่ อ.ธัญบุรี อ.คลองหลวง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ไล่มาถึงเขตสายไหม และเขตดอนเมือง กทม. ปัจจุบันราคาสินค้าถีบตัวสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประชาชนในพื้นที่เหล่านี้พยายามกักตุนสินค้า โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อใช้ในยามที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติจริงๆ ขณะที่อีกส่วนเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ของกลุ่มผู้ค้าที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า หวังสร้างกำไรให้แก่กิจการของตัวเอง
"ฉันไม่รู้หรอกว่าหากน้ำทะลักท่วมบ้านแล้วจะเดือดร้อนมากแค่ไหน แต่ที่บอกได้ขณะนี้คือแม้น้ำไม่ท่วมฉันก็ต้องเดือดร้อนจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะข้าวสารอาหารแห้งรวมถึงน้ำดื่มหาซื้อไม่ได้แล้ว" พิสิษฐ์ตา ธนาสิญจน์ ชาวบ้านย่านลำลูกกาคลอง 2 บอกกับ "คม ชัด ลึก" ระหว่างเดินทางไปติดตามสภาพน้ำที่บริเวณประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ย่านตลาดรังสิต
"พิสิษฐ์ตา" ยอมรับว่า เห็นสภาพน้ำบริเวณประตูน้ำจุฬาลงกรณ์แล้วเครียด เพราะระดับน้ำสูงมากทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องนำกระสอบทรายมาวางเหนือแนวคันประตูน้ำสูงแล้วกว่า 1 เมตร เท่าที่เห็นจากสายตาประตูน้ำแห่งนี้พร้อมพังทุกเมื่อ หากเป็นอย่างนั้นจริงหมายความว่าบ้านของเธอซึ่งอยู่ย่านลำลูกกาคลอง 2 คงไม่มีเหลือ แต่นั่นคงไม่เครียดเท่ากับการหาซื้อสินค้าที่ใช้สำหรับป้องกันน้ำ เช่น อิฐ ทราย เพราะตอนนี้ไม่สามารถหาซื้อได้แล้วเช่นเดียวกับอาหาร จำพวกข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงน้ำดื่ม
"ทุกสิ่งขาดตลาดหมด แม้กระทั่งในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ยังมีไม่พอขาย โดยเฉพาะน้ำดื่ม อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ไม่เหลือในชั้นวาง ทำให้เครียดมาก เพราะขณะนี้อาหารที่ตุนไว้ร่อยหรอเต็มที มีเงินก็ไม่สามารถไปหาซื้อได้ เกรงว่าหากเกิดน้ำท่วมจริงอาหารจะไม่พอกับการประทังชีวิตในภาวะวิกฤติ" นางพิสิษฐ์ตา บอก
สอดคล้องกับ นายพล วารีนันท์ วัย 65 ปีเศษ ชาวหมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พื้นที่ซึ่งเคยเกิดน้ำท่วมสูงเมื่อปี 2538 และคาดการณ์ว่าในปีนี้อาจเป็นอีกครั้งหนึ่งที่หมู่บ้านแห่งนี้อาจประสบน้ำท่วมสูงอีกครั้ง บอกว่า น้ำยังไม่ทันท่วม ราคาสินค้าก็ถีบตัวสูงขึ้นจนผิดสังเกต โดยเฉพาะข้าวสารอาหารแห้ง รวมถึงน้ำดื่ม ส่วนทรายและกระสอบทรายรวมถึงอิฐที่จะใช้สำหรับทำพนังกั้นน้ำหาซื้อแทบไม่ได้แล้ว
"ผมเจ็บใจมากน้ำดื่มบรรจุขวด 5 ลิตร เมื่อก่อนราคาขวดละ 32 บาท พอมีข่าวว่าน้ำจะท่วมพุ่งไปแล้วขวดละ 100 บาท ไข่จาก 4 บาท เป็น 6 บาท มาม่าจากห่อละ 5 กลายเป็น 10 บาท จะไปซื้อยกแพ็กจากห้างสรรพสินค้าตอนนี้ก็หาไม่ได้แล้ว ชั้นวางของไม่มีเหลืออยู่เลย หากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็แย่ ผมเข้าใจว่าช่วงนี้ต่างคนต่างหาซื้อไปตุนไว้เผื่อน้ำท่วม แต่พ่อค้าแม่ค้าก็ไม่ควรฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า มันเหมือนซ้ำเติมกันในยามยาก" นายพล กล่าวด้วยน้ำเสียงปนโกรธ
"คม ชัด ลึก" ได้สำรวจตลาดและร้านค้าสะดวกซื้อ รวมถึงร้านโชห่วย หลายแห่งในย่านรังสิต ลำลูกกา สายไหม และใกล้เคียงอีกหลายแห่ง พบว่า ส่วนใหญ่สินค้าประเภทอาหารแห้ง เช่น มาม่า ปลากระป๋อง แทบไม่มีวางจำหน่าย ข้าวสารมีจำหน่ายบ้างแต่เหลือน้อยลงเต็มที ส่วนไข่ไก่ในตลาดต่างๆ เดิมเคยขายราคาตามขนาดเล็กสุด 10 ฟอง 28 บาท หรือเฉลี่ยฟองละ 2.80 บาท ขนาดใหญ่สุด 10 ฟอง 42 บาท หรือฟองละ 4.20 บาท ปัจจุบัน ขนาดเล็กสุดมีจำหน่ายกันในราคา 10 ฟอง 38 บาท หรือฟองละ 3.8 บาท เป็นต้นไป ส่วนในร้านโชห่วย ไข่ราคาแตะฟองละ 6 บาท หมูกิโลกรัมละ 140 บาท ปรับเป็น 145 บาท ขณะที่ผักราคาเพิ่มขึ้น 2-5 บาท แต่มีจำหน่ายน้อยลง อย่างเช่นผักบุ้งเคยจำหน่ายมัดละ 5 บาท เพิ่มเป็น 7 บาท สับปะรดภูแลจากลูกละ 8 บาท เป็น 10 บาท



