ข่าว

ปธ.วิปรัฐฯมั่นใจกก.ปรองดองฯเกิดขึ้นแน่

ปธ.วิปรัฐฯมั่นใจกก.ปรองดองฯเกิดขึ้นแน่

30 เม.ย. 2552

ปธ.วิปรัฐบาล มั่นใจกก.ปรองดองสมานฉันท์เกิดแน่รับ"นายกฯ"เคลียร์ใจ"ชวน-บัญญัติ"ไม่ติดใจแก้รธน. แต่ขออย่าทำเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

(29เม.ย.) นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เรียกประชุมวิปสามฝ่ายเพื่อหารือถึงกรอบการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์ทางการเมืองระหว่างวันที่ 8 - 15 เม.ย. และคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการเมือง เพื่อความปรองดอง สมานฉันท์และแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยในวันนี้จะได้ข้อสรุปในส่วนของรายชื่อคณะกรรมการในส่วนที่มีความพร้อม ซึ่งตอนนี้จะเหลือเพียงส่วนของวุฒิสภาที่ต้องมีการประชุมวุฒิสภาในวันที่ 1 พ.ค.ก่อนจึงจะเสนอรายชื่อมาคาดว่าประธานรัฐสภาจะนำประเด็นของกรอบอำนาจหน้าของคณะกรรมการ และตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการด้วย โดยเมื่อได้ข้อสรุปทั้งหมดแล้วประธานรัฐสภาจะมีคำสั่งให้คณะกรรมการเริ่มทำงาน สำหรับข้อสรุปในส่วนของกรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการเมือง ฯ ที่ประชุมเห็นว่าไม่ควรกำหนดกรอบเวลาทำงานที่ 15 วัน แต่ควรให้คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดกรอบเวลาทำงานเอง ส่วนกรอบเวลาทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์ ฯที่ประะชุมเห็นว่าควรกำหนดกรอบเวลาทำงาน 45 วันตามที่ตกลงไว้ครั้งแรก

 นายชินวรณ์ กล่าวว่า ในส่วนรายชื่อของพรรคร่วมรัฐบาลเสร็จแล้ว และเมื่อวาน( 29 เม.ย.) ประธานวิปฝ่ายค้านได้ส่งรายชื่อในส่วนของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการเมือง ฯเข้าใจว่าในวันนี้คงส่งรายชื่อคณะกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์ฯ ดังนั้นตอนนี้คงเหลือเฉพาะวุฒิสภาที่ต้องประชุมกันก่อน วันนี้ถ้าหารือในกรอบอำนาจหน้าที่และตัวบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งประธาน และเข้าใจว่าประธานรัฐสภาคงประกาศแต่งตั้งได้เลย คณะกรรมการทั้งสองคณะจะยังสามารถดำเนินการต่อไปได้แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันของฝ่ายต่างๆ ส่วนการตรวจสอบเหตุการณ์ขณะนี้ก็ยังไม่พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์มาร้องเรียนกับคณะกรรมการของรัฐบาล คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนหรือคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฏร มีเพียงโฆษกพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ออกมาเปิดเผยตัวเลของศูนย์เยียวยาของพรรค

 เมื่อถามถึงกรณีที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์เตือนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากทำเพื่อประโยชน์กับนักการเมืองก็ทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งขึ้นอีก นายชินวรณ์ กล่าวว่า นายบัญญัติไม่ได้ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข แต่เห็นว่าพรรคของเรายืนอยู่ตามระบอบประชาธิปไตยมา 63 ปี โดยเฉพาะนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ได้ย้ำอย่างชัดเจนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่การแก้ไขปัญหาของประเทศ ซึ่งท่านได้ยกตัวอย่างว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ไม่เคยมีปัญหา แต่รัฐบาลต่อมาและตัวบุคคลก็ทำให้เกิดวิกฤตที่สุดในโลก เพราะฉะนั้นปัญหาทางการเมืองไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอยู่ที่คนด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านไม่ได้ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อใดที่เป็นจุดอ่อนจุดแข็งที่จะมีการแก้ไขก็พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น เพราะฉะนั้นเมื่อมีการตั้งคณะกรรมการแล้วก็อยากให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม เพราะรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2534 ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตลอดเวลา แม้รัฐธรรมนูญปี 2550 ก็มีประชาชนเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งแนวทางนี้ประชาชนก็เห็นด้วยในการที่จะให้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ความสมานฉันท์และความปรองดองอย่างแท้จริง

 เมื่อถามว่าได้ทำความเข้าใจกับนายชวนและนายบัญญัติแล้วใช่หรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า นายกฯและตนได้คุยกับท่านก็ชัดเจน ว่ายินดีให้ดำเนินการ ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีเป้าหมายตรงกันไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือต้องการที่จะแก้ไขปัญหาโดยประชาชนต้องมีส่วนร่วม 

 ผู้สื่อข่าวถามว่าแล้วเรื่องนิรโทษกรรมจะดำเนินการอย่างไร นายชินวรณ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นความผิดทางการเมืองก็สามารถเจรจาได้ แต่ถ้าเป็นความผิดเกี่ยวกับคดีอาญาหรือเป็นความผิดเกี่ยวกับคดีคอร์รัปชั่นก็ไม่สามารถนำมารวมได้ เพราะไม่เช่นนั้นจะตอบสาธารณะชนอย่างไรว่าคนที่ทำผิดไม่ได้รับโทษ