
'ราชินี'ทรงถวายอาหารพระกรุงเก่า
พระราชินีทรงถวายอาหารแห้งพระภิกษุกรุงเก่าประสบภัยน้ำท่วม กองทัพเรือส่งทหารเรือออกจ่ายแจกข้าวกล่องให้ประชาชน เผยมีภาคเอกชนนำอาหารเพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำนวนมากจนต้องจัดท่าเทียบเรือให้เฉพาะ เผยขยะล้นเมืองผู้ว่าฯเตรียมระดมเก็บครั้งใหญ่ เตื่อนน้ำทะล
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ต.ค 2554 ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร ม.12 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นวัดเดียวที่มีการป้องกันและยังไม่ถูกน้ำท่วม โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายไพศาล สังข์ทอง ผู้แทนพระองค์ เป็นประธานถวายอาหารแห้ง และเครื่องอุปโภคบริโภคแก่พระราชรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร และเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำไปมอบให้กับพระภิกษุและสามเณรที่ประสบภัยน้ำท่วมจำนวน 512 วัด โดยอาหารแห้งที่มอบครั้งนี้มีน้ำหนักรวม 8 พันก.ก.
เวลาต่อมา พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผบช.ตชด.ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพล ตำรวชตระเวนชายแดน 187 นาย ที่มาปฎิบัติหน้าที่ป้องกันวัดพนัญเชิงวรวิหารตั้งแต่เดือนก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าทุกนายมีขวัญและกำลังใจดีมาก ซึ่งในการช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกำลังพล ตชด.จำนวน 500 กว่านาย และผลัดเปลี่ยนกันมาป้องกันวัดพนัญเชิงวรวิหาร
ตลอดทั้งวันที่ 14 ต.ค. ทหารเรือจากกองเรือลาดตระเวนลำน้ำ กองเรือดำน้ำ กองทัพเรือ ร่วมกับภาคเอกชนตระเวนนำอาหารกล่องไปแจกจ่ายให้กับประชาชนตามบ้านเรือนที่ ไม่ได้ออกจากบ้าน ในเกาะเมือง
เรือตรีจิรายุ โพธิ์ศรีทอง ผู้ควบคุมเรือกล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนและหน่วยงานจำนวนมากนำอาหารกล้องไปมอบให้กับประชาชนที่บ้านถูกน้ำท่วม โดยขณะนี้มีประชาชนได้รับอาหารกล่องประจำ 2 ช่องทางหลักคือจากศูนย์อพยพที่ศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และที่ศูนย์เกื้อกูล รร.กรุงศรีริเวอร์ ที่ทำข้าวกล่องแจกประชาชนที่อยู่ตามบ้านวันละ 2 มื้อรวมวันละ 2 หมื่นกล่อง
เมื่อเวลา 15.00 น.นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนางวาสินี ผิวผ่อง นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ตัวแทนเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ได้ลงเรือสำรวจพื้นที่ถูกน้ำท่วมในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา พบว่าในตัวเกาะเมืองยังมีน้ำท่วมสูง80 ซ.ม.-1.80 เมตร และพบว่าหลายจุดโดยเฉพาะตามตรอกซอกซอยมีน้ำเสีย ขยะและซากสัตว์ที่ตายแล้ว ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วทั้งซอย
นายวิทยา กล่าวว่า ระดับน้ำที่ท่วมในเกาะเมืองในวันสองวันนี้ระดับน้ำเริ่มทรงตัว และบางจุดที่อยู่รอบนอกมีปริมาณลดลงไป และยังพบว่าขยะส่วนใหญ่ถูกนำมากองเอาไว้บนคันดินกั้นน้ำ ทำให้มีแมลงวันจำนวนมาก เป็นสาเหตุของการป่วยเป็นโรงท้องร่วม หรือเกี่ยวกับทางเดินอาหาร จึงได้ประสานกับทางเทศบาลในการขอความร่วมมือกับกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครที่มาช่วยเหลือประชาชนช่วงน้ำท่วมในการช่วยกันรณรงค์เก็บขยะและ สิ่งปฎิกูลที่วางอยู่ตามสถานที่ต่างๆ แล้วให้มีการจัดระเบียบการทิ้งขยะกันใหม่ เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น เนื่องจากอาจจะต้องใช้เวลาอยู่กับน้ำอีกนานนับเดือน
และมีการชุมนุมกันที่ประตูระบายน้ำพระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อไม่ให้ชลประทานปิดประตูระบายน้ำ ซึ่งหัวหน้าวิศวกรรมชลประทานเปิดเผยว่า การที่ไม่สามารถปิดประตูระบายน้ำได้นี้จะทำให้น้ำเข้าท่วมตลอดไท นวนคร ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต และพื้นที่รอบบริเวณคลองรังสิต ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าขณะนี้ระดับน้ำในคลองรังสิตมีปริมาณที่ไม่สามารถจะกักเก็บได้แล้ว จึงได้ออกประกาศเป็นใบปลิวเตือนประชาชนให้เก็บข้าวของขึ้นที่สูง และคาดว่าน้ำจะท่วมภายในคืนวันเดียวกัน ในจุดที่แจ้งไปแล้ว
รองผู้ว่าฯขอนแก่นสั่งเฝ้าจับตาพายุเข้า15-19ต.ค.
นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ จ. ขอนแก่น โดยที่ประชุมร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อย่าง เขื่อนอุบลรัตน์ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ชลประทานจังหวัด ปลัดเทศบาลนครขอนแก่น สรุปสถานการณ์น้ำ ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดขอนแก่น ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ว่าสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดขอนแก่น ปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์อยู่ที่ 2,918.83 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลเข้า 54.88 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายออก 53.00 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเกินความจุปริมาณน้ำในเขื่อน จึงต้องปล่อยน้ำส่วนเกินออกจากเขื่อน
แต่อย่างไรก็ตามต้องคอยเฝ้าสถานการณ์ในวันที่ 15-19 ต.ค. 54 ซึ่งเป็นช่วงที่พายุจะเข้ามาที่ขอนแก่นอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าจะมีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนในช่วงนั้นไม่น่าจะต่ำกว่า 70-80 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน ในขณะที่น้ำท้ายเขื่อนก็ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งจากประมาณน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ที่ปล่อยลงจากน้ำพอง และลำน้ำชีที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้น้ำไม่สามารถไปไหนได้เอ่อล้นขึ้นมา บวกกับในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาฝนที่ตกหนักตลอด ดังนั้นจึงต้องรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ด้านรศ.ดร.กัลปพฤกษ์ ผิวทองงาม รองอธิการบดีฝ่ายชุมชนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ได้ตั้งศูนย์อพยพชั่วคราวณ ที่ ตำบลศิลา ที่มีผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมกว่า 400 ครัวเรือน โดยให้บริการด้านไม่ว่าจะเป็น หน่วยแพทย์และพยาบาลเคลื่อนที่เพื่อตรวจสุขภาพและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัย รวมทั้ง. เจ้าหน้าที่จากคณะเกษตรศาสตร์ลงสำรวจพื้นที่และความต้องการหลังน้ำลดด้านการ เกษตร และ เจ้าหน้าที่จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ลงสำรวจพื้นที่และความเสียหาย
นายเฉลิมยศ คำชา เกษตรกร บ้านท่าแก ต.ศิลา อ.เมือง จ. ขอนแก่น กล่าวว่า น้ำได้เข้าท่วมในพื้นที่ 3 หมู่บ้านของ ต.ศิลามาได้กว่า 1 เดือนแล้วเพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ลำน้ำพองจะไหลผ่านทำให้ตอนนี้ระดับน้ำในหมู่บ้านสูงประมาณ 2 เมตรแล้ว ซึ่งทั้ง 3 หมู่บ้านคือ บ้านท่าแกและบ้านบึงอีเฒ่า ซึ่งได้รับความเดือดร้อนทั้งหมดกว่า แต่ชาวบ้านต่างก็ใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้อพยพไปไหน เพราะเคยชินแล้วท่วมซำซากมาเป็น 10 ปี ซึ่งชาวบ้านต่างก็ปรับตัวรับด้วยการมีเรือทุกบ้าน ดังนั้นตอนนี้แม้ในตัวหมู่บ้านถนนจะถูกตัดขาดแต่ชาวบ้านก็พายเรือออกมาข้างนอกได้



