
เย้ยน้ำท่วมปล้นทอง-ปล้นแบงก์
ตร.ได้รับแจ้งเหตุ 2 คนร้าย ควงปืนจี้ร้านทอง ซอยจรัญ37 กวาดทองหนัก 93 บาท หนีลอยนวล อีกรายคนร้ายสบโอกาสช่วงตร.ถูกส่งไปช่วยน้ำท่วมควงปืนบุกเดี่ยวชิงเงินสด ธ.กสิกรไทย จ.ฉะเชิงเทรา สูญแสนกว่า
14 ต.ค.54 พ.ต.ท.วัลลภ ศุภภมร พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.บางขุนนนท์ รับแจ้งเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองชื่อ ห้างทองย่งเซ่งฮง ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.เชวงศักดิ์ สินสูงสุด ผกก.สน.บางบุนนนท์ พ.ต.ท.พจนาจ งบพิมาย สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและกองพิสูจน์หลักฐาน ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณปากซอยดังกล่าว พบนางศุภลักษณ์ เลิศวรรณรัชต์ อายุ 49 ปี เจ้าของร้านทอง ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตื่นตระหนก ส่วนภายในร้านพบก้อนอิฐตกอยู่ ตรวจสอบที่ตู้โชว์ด้านหลังเค้าเตอร์พบว่าสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ที่แขวงอยู่บนตู้โชว์จำนวน 93 เส้น น้ำหนักรวม 93 บาท รวมมูลค่ากว่า 2.2 ล้านบาท ถูกคนร้ายชิงไป
จากการสอบปากคำ นางศุภลักษณ์ ให้การว่า ตนอยู่เฝ้าร้านกับนายวรวัฒน์ จริยธีรวงศ์ อายุ 38 ปี น้อยชาย กำลังจัดของอยู่ด้านหลังร้าน ซึ่งขณะนั้นมีฝนตกทำให้ผู้คนน้อยไม่ค่อยพลุกพล่าน ก่อนเกิดเหตุตนยืนอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ด้านในเค้าเตอร์ภายในร้าน ระหว่างนั้นมีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่จยย.มาจอดที่หน้าร้าน จากนั้นคนซ้อยท้ายลงมาจากรถจยย. สวมหมอกกันน็อคได้เปิดประตูเข้ามาพร้อมเตรียมชักปืนออกมาจากเอว ตนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งหนีเข้าไปด้านหลังร้านและล็อกประตูทันที ส่วนคนร้ายได้ปีนข้ามเค้าเตอร์เข้ามากวาดสร้อยคอทองคำที่ตู้โชว์ไปน้ำหนัก รวม 93 บาท ซึ่งตนไม่คาดคิดมาก่อนและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่เปิดร้าน ทองมา
ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านทองพบว่าสามารถจับภาพของคนร้ายเอาไว้ได้ โดยคนซ้อยท้ายใส่เสื้อคลุมสีเทา กางเกงยีนส์ ใส่หมอกกันน็อคเต็มใบสีขาว ถืออาวุธปืนแมกกาซีนไม่ทราบขนาด ส่วนคนขับจยย.ใส่เสื้อคลุมสีดำ กางเกงยีนส์ สวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีดำ และนำก้อนอิฐมาด้วยเพื่อทุบกระจกตู้หากปิดล็อกอยู่
โดยทั้งสองคนสวมถุงมือ จากนั้นก็กวาดทองดังกล่าวไปก่อนจะขับจยย.หลบหนีไปทางท้ายซอยจรัญฯ37 ซึ่งสามารถทะลุไปยังซอยจรัญฯ35 ราชพฤกษ์ และพุทธมณฑลได้ ทั้งนี้คนร้ายมีการปิดบังอำพรางใบหน้า ซึ่งจะประสานกองพิสูจน์หลักฐานเก็บลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอของคนร้ายที่ติด อยู่ภายในร้าน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิด เบื้องต้นสันนิฐานว่าคนร้ายเป็นวัยรุ่น เนื่องจากมีการกระทำที่คล่องแคล่วว่องไว และคาดว่าน่าจะมีการมาดูลาดเลาก่อนซึ่งเตรียมการมาอย่างดีพอสมควร โดยใช้เวลาก่อเหตุเพียง 30 วินาที
พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวอีกว่า โดยหลักจากนี้ตนพร้อมฝ่ายสืบสวนจะประชุมเพื่อรวมรวบพยานหลักฐานต่างๆของคน ร้าย โดยขอเวลาทำงานประมาณ 1-2 วัน เพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป นอกจากนี้ยังขอฝากเตือนไปยังร้านทองต่างๆขอให้ติดเหล็กดัดกั้นภายในร้าน เพราะคนร้ายมักจะดูลาดเลาและลงมือก่อเหตุโดยเลือกร้านที่ไม่มีเหล็กดัด ซึ่งจะสามารถช่วยป้องกันเหตุอาชญากรรมได้
บุกเดี่ยวปล้นแบงก์กวาดเงินแสนกว่าหนีลอยนวล
วันเดียวกัน ร.ต.อ.ชัยยศ พลเดช ร้อยเวรสอบสวน สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งว่า มีสัญญาณเตือนภัยจากธนาคารกสิกรไทย สาขาพนมสารคาม ส่งสัญญาณเตือนไปยังศูนย์วิทยุแปดริ้ว ซึ่งเป็นศูนย์ 191 ของ ภ.จว.ฉะเชิงเทรา จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถเดินทางไปตรวจสอบ ก่อนทราบจากทางเจ้าหน้าที่ประจำหน้าเคาน์เตอร์ของธนาคารว่า มีคนร้ายบุกเข้ามาใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ เอาเงินสดจำนวน 167,000 บาท จากหน้าเคาน์เตอร์ไป จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ
ที่เกิดเหตุภายในธนาคารกสิกรไทย สาขาพนมสารคาม ซึ่งเป็นสาขาใหญ่ประจำตัวอำเภอ ตั้งอยู่ริมถนน สาย 3245 สี่แยกสัญญาณไฟ-ตลาดท่าเกวียน ด้านฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าเข้าสู่ตัวตลาด ตั้งอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือ ห่างจากบริเวณสี่แยกสัญญาณไปจราจร ถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ประมาณ 300 เมตร ภายในเขตเทศบาลพนมสารคาม
นายสมชาย กมลวงษ์ อายุ 47 ปี ลูกค้าของธนาคาร ผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ขณะกำลังมารอคิวเข้าใช้บริการจากธนาคาร ได้มีชายหนุ่ม อายุประมาณ 30 ปีเศษ ผิวสองสีสูงประมาณ 160 ซม. สวมเสื้อคลุมสีขาวลายสก็อตแขนยาว สวมเสื้อยืดข้างในสีฟ้า สวมหมวกแก็ปสีขาวปิดบังใบหน้า และสวมใส่แว่นตาดำ มาเดินวนเวียนอยู่ที่ด้านหน้าธนาคารอยู่ครู่ใหญ่ ประมาณ 10 นาที จากนั้นคนร้ายจึงได้เดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ ของผู้มารอเข้าใช้บริการอีกประมาณ 3 นาที จึงได้ลงมือก่อเหตุ โดยเดินตรงเข้าไปยังที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์ ช่องให้บริการที่ 3 ก่อนที่จะใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่พกมา จี้ชี้ไปยังที่ด้านหน้าของพนักงานหญิงสาว พร้อมกับบอกให้ส่งเงินมาให้
ท่ามกลางความตกใจของพนักงานรายดังกล่าว ก่อนที่จะเก็บรวบรวมเงินที่วางอยู่บริเวณด้านหน้าเคาน์เตอร์ในขณะนั้น ส่งให้ตามคำขู่ของคนร้าย หลังจากคนร้ายได้เงินสดจากพนักงานที่ส่งให้ไป จึงได้รีบขับรถจักยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น สปาร์ค สีเทาดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนขับหลบหนีไป มุ่งหน้าทางด้านเข้าไปยังตัวตลาดท่าเกวียน นายสมชาย กล่าว
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.วินัย จิตรปรุง รอง ผบก. ภ.จว.ฉะเชิงเทรา จึงได้เดินทางมาตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมกับเปิดดูกล้องวงจรปิด เพื่อค้นหาพยานหลักฐานดูตำหนิ และลักษณะรูปพรรณของคนร้าย ก่อนที่จะสั่งการให้ทางชุดสืบสวน สภ.พนมสารคาม ออกติดตามไล่ล่า และให้แจ้งวิทยุสกัดกับกุมไปตามท้องที่ต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมสารคาม ตั้งด่านสกัดจับ
ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่า คนร้ายน่าจะมีการเตรียมการมาก่อนล่วงหน้าเป็นอย่างดี โดยเข้ามาดูลาดเลาไว้ก่อนล่วงหน้า โดยอาศัยจังหวะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มีน้อย เนื่องจากกำลังส่วนหนึ่งได้ถูกส่งไปช่วยเหลือประชาชนยังในเขตจังหวัดทางภาคกลาง ที่ถูกน้ำท่วม จึงทำให้สบโอกาสในการลงมือก่อเหตุในครั้งนี้อย่างอุกอาจ
พ.ต.อ.วินัย จิตรปรุง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้นำตัวผู้ต้องสงสัยมาให้พยานที่เห็นเหตุการณ์ดู และชี้ตัวแล้ว 3-4 คน แต่ยังไม่ใช่ตัวคนร้ายผู้ก่อเหตุ แต่สามารถจับอาวุธปืน และยาเสพติดได้แทน สำหรับสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้คนร้ายกล้าที่จะลงมือในเวลากลางวันเนื่องจากทางธนาคารแห่งนี้ไม่ยินยอมจ้าง รปภ.ไว้ประจำธนาคาร และไม่ค่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปประจำการณ์อยู่ภายในไว้ จึงทำให้คนร้ายที่ มาคอยดูลาดเลาไว้ก่อนล่วงหน้า กล้าที่จะลงมือก่อเหตุ
นอกจากนี้ยังอาจเป็นพฤติกรรมในการลอกเลียนแบบจากสื่อ ที่เคยมีข่าวของการเข้าไปชิงทรัพย์จากในธนาคารของคนร้ายรายอื่น และได้เงินไปอย่างง่ายๆ อยู่บ่อยครั้ง จึงทำให้คนร้ายกล้าที่จะตัดสินใจทำตามแบบอย่างบ้าง ขณะเดียวกันกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ส่วนหนึ่ง ได้ถูกส่งไปช่วยเหลือน้ำท่วมในเขต จ.สิงห์บุรี ถึง 30 นาย จึงทำให้มีเจ้าหน้าที่น้อยลงด้วย พ.ต.อ.วินัย กล่าว



