
อำเภอปากเกร็ดเร่งเสริมคันกั้นน้ำ
อำเภอปากเกร็ดเร่งเสริมคันกั้นน้ำเพิ่ม รพ.พระนั่งเกล้าห่วงน้ำหนุน บางบัวทองปลิงอาวะวาด ผู้ว่าฯนครสวรรค์เผยต้องใช้เวลาสูบน้ำครึ่งเดือน
วันที่ 14 ตุลาคม 54 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนนทบุรีตลอดทั้งวัน ที่อำเภอปากเกร็ดพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้นได้ไหลทะลัก เข้ามาในแนวคันป้องกันน้ำบริเวณวัดบางพูดนอกในซอยวัดกู้ ซึ่งติดกับประตูระบายน้ำปากคลองบางพูด ทางเทศบาลนครปากเกร็ดต้องสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร รวมทั้งพระภิกษุมาช่วยกันเร่งวางแนวกระสอบทรายให้สูงขึ้นจากแนวกันเดิม รวมทั้งนำดินมาสร้างเป็นแนวป้องกันอีกชั้นหนึ่ง รองรับน้ำที่ล้นแนวป้องกันน้ำที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้ เพราะเกรงว่า หากน้ำทะลักเข้ามาได้จะทำให้ยากแก่การป้องกันและเกิดผลกระทบในชุมชนทันที ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้านที่มามุงดูและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะที่ น.พ.ธวัชชัย วงค์คงสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า กล่าวว่า ขณะนี้คันกั้นน้ำบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาของโรงพยาบาลยังสามารถรับมือกับ ปริมาณน้ำได้อยู่ แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลมากที่สุดในขณะนี้ก็คือ ในวันที่ 15 ต.ค. จะมีน้ำทะเลหนุนสูงสุด ประกอบกับมวลน้ำจากจังหวัดปทุมธานีเริ่มทยอยไหลมาสมทบ ทางโรงพยาบาลจึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มทยอยย้ายผู้ป่วยหนัก และเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลส่วนหนึ่งไปที่ไอซียู โรงพยาบาลบำราศนราดูรแล้ว โดยเหลือผู้ป่วยหนักอยู่ในโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าอีกกว่า 10 กว่ารายเท่านั้น ส่วนกรณีที่แนวคันกันน้ำของโรงพยาบาลหากไม่สามารถรับมือกับปริมาณน้ำจำนวนมากได้ จะสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ภายใน 2 ชั่วโมง และยังเปิดให้บริการกับผู้ป่วยทั่วไปได้ตามปกติ
สถานการณ์น้ำท่วมในเขตอำเภอบางบัวทอง ผู้สื่อข่าวพบว่าที่บริเวณปากซอยบ้านกล้วย-ไทรน้อย ถ.ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี น้ำจากคลองพระพิมลได้เอ่อล้นมาตามท่อระบายน้ำเป็นระยะทางยาวกว่า 500 เมตร โดยระดับน้ำได้ลึกเฉลี่ยกว่า 30 ซม. รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรผ่านไปได้ด้วยความลำบาก ส่งผลการจราจรในพื้นที่ติดขัดเป็นระยะทางยาว ขณะเดียวกันชาวบ้านย่านถนนซอยบ้านกล้วย-ไทรน้อย ต.พิมลราช พบปลิงควายที่ไหลมาน้ำท่วมจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าปกติ ชาวบ้านสามารถจับไว้ได้จำนวนหนึ่ง แต่ก็ยังมีปลิงควายอีกส่วนที่หนีหายไปน้ำที่ท่วมขัง สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนที่ต้องเดินทางลุยเท้าเป็นอย่างมาก
ผู้ว่าฯนครสวรรค์เผยต้องใช้เวลาสูบน้ำครึ่งเดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีน้ำท่วมในเทศบาลนครนครสวรรค์ ภายหลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ พนังกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ทางเทศบาลนครนครสวรรค์ทำไว้เกิดพังลงจำนวน 2 จุดได้แก่จุดแรกเกิดขึ้นบริเวณชุมชนวัดไทรใต้ เกิดจากเรือรับจ้างของชาวบ้านที่ขับข้ามพนังกั้นน้ำ ทำให้เกิดรูรั่วจนนำมาสู่พนังกั้นน้ำแตก น้ำทะลักท่วมชุมชนวัดไทรใต้จำนวนกว่า 300 ครอบครัวจมมิดทันที เนื่องจากชุมชนนี้เป็นชุมชนเดียว ที่สามารถล้อมน้ำไว้ได้มานานกว่า 2 เดือน แต่เมื่อเกิดเรือรับจ้างชนรั่วน้ำทะลักแล้วจึงเกิดโกลาหล ชาวบ้านต้องอพยพสิ่งของหนีน้ำกันทั้งคืน ทำให้ระดับน้ำที่ไหลเข้าท่วมเทศบาลฯมีปริมาณสูงขึ้นเรื่อยๆทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนอีกจุดที่พนังกั้นน้ำพัง ทำให้น้ำทะลักเข้ามาในเขตเทศบาลอย่างรวดเร็ว คือช่วงเชิงสะพานเดชาฯ ส่งผลทำให้ระดับน้ำที่ท่วมเพิ่มขึ้นรวดเร็ว โดยเฉพาะเขตเทศบาลฝั่งทิศตะวันตก หรือฝั่งศาลากลางจังวัดน้ำท่วมสูงและไหลแรง ทำให้ทางจังหวัดต้องประกาศแจ้งเตือนชาวบ้านให้ออกจากบ้านเรือนกันกลางดึก เนื่องจากคำนวณว่าน้ำจะเพิ่มขึ้นอีก1เมตร ทำให้ทั้งคืนของคืนที่ผ่านมาชาวบ้านต่างออกจาบ้านเรือนกันกลางดึก และแจ้งขอความช่วยเหลือนับร้อยราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำที่ไหลเข้าท่วมครั้งนี้ได้ขยายวงกว้างเรื่อยๆ ระดับน้ำที่ท่วมศาลากลางจังหวัด เรือนจำจังหวัดนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ตลาดสดศรีนคร ตลาดสะพานดำ น้ำท่วมเสียหายระดับน้ำสูงกว่า 1.5เมตร และน้ำยังขยายวงกว้างไปท่วมบ้านจัดสรรในตำบลนครสวรรค์ออกหลายโครงการ ชาวบ้านต้องเร่งอพยพขนข้าวของหนีน้ำไปยังศูนย์อพยพกันทั้งวันอย่างโกลาหล ทั้งวัน การสัญจรไปมาบริเวณดังกล่าวไม่สามารถใช้การได้ ต้องใช้รถทหาร รถยนต์แขวงการทางลำเลียงคนเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่บางจุดน้ำสูงถึงหลังคา ชาวบ้านต้องเปิดหลังคาอยู่กันคอยการช่วยเหลือ
เมื่อเวลา 10.00 น.นายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ได้ประชุมหัวหน้าส่วนราชการและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ประจำวัน เบื้องต้นทางจังหวัดสรุปตัวเลขผู้อพยพตามศูนย์ต่างๆทั้ง 11 ศูนย์ที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ มีตัวเลขจำนวน7,921 คนอาศัยอยู่ คาดว่าจะมีผู้อพยพมาใช้บริการยังศูนย์อพยพไม่น้อยกว่า 20,000 คน แต่ทางจังหวัดมั่นใจว่าศูนย์ต่างๆจะสามารถรับประชาชนได้ 30,000 คน คาดว่าน่าจะไม่มีปัญหาเรื่องสถานที่อาศัยของชาวบ้าน
นายชัยโรจน์ บอกว่า เวลานี้ระดับน้ำเจ้าพระยากับเขตเทศบาล มีระดับต่างกันประมาณ 30 ซม.คาดว่าน้ำจะมีระดับเดียวกันไม่ช้านี้ ซึ่งหากน้ำมีระดับเดียวกันแล้วคาดว่าน้ำจะนิ่ง ซึ่งเมื่อน้ำนิ่งแล้วทางจังหวัดมีแผน ที่จะใช้กำลังทหารนำกระสอบทรายไปปิดช่องน้ำที่พังทั้ง3 จุด เพื่อชะลอน้ำให้ได้ จากนั้นจะเร่งสูบน้ำออกคาดว่าน่าใช้เวลาประมาณไม่น้อยกว่า15วัน จะสามารถสูบน้ำออกจากเขตเทศบาลได้
“ตัวเมืองนครสวรรค์เวลานี้เหมือนอยู่กันคนละฝั่ง คือฝั่งตัวตลาดปากน้ำโพ และฝั่งศาลากลางจังหวัด ซึ่งเวลานี้ทหารพยายามที่จะเร่งกู้ทางสายเอเชียตั้งแก่เชิงสะพานเดชาฯเรื่อยไปจนถึงศูนย์ท่ารถนครสวรรค์ ให้เกิดใช้งานได้ให้เร็วที่สุดด้วยการนำดินมาเทตลอดแนวถนน ทั้งสองฝั่งเพื่อป้องกันน้ำ จากนั้นจะนำน้ำบนถนนออกรถจะสามารถวิ่งใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งทหารจากกองทัพภาคที่ 3 ทำงานกันทั้งวันทั้งคืน”ผู้ว่านครสวรรค์กล่าว
ด้านนายศักดิ์ สมบุญโต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำสะพานเหล็ก ตั้งแต่บริเวณสี่แยกสะพานเดชาฯ เรื่อยไปจนถึงศาลากลางจังหวัด ระยะทางประมาณ 3 กม.เศษ เพื่อให้ประชาชนและข้าราชการสามารถเดินทางไปทำงานได้ที่ศาลากลางจังหวัด เนื่องจากระดับน้ำบนถนนสวรรค์วิถีสูงเกือบ1.5 เมตรรถทุกชนิดไม่สามารถล่งผ่านไปมาได้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากน้ำได้ไหลท่วมชุมชนหลังโรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ ชุมชนตลาดใต้ เอ่อข้ามถนนสายโกรกพระ หน้าร้านหมูจุ่ม ระดับน้ำสูง 20 เซนติเมตร กินแนวยาวกว่า 100 เมตร มุ่งหน้าลงทุ่ง บึงอ้อ ติดหมู่บ้านการุณรังสี หมู่บ้านดีพร้อม ตลาดใต้ ตำบลนครสวรรค์ตก ชุมชนบ้านจัดสรร กว่า 500 หลังคาเรือน เร่งทำแนวป้องกันทั้งวัน ด้วยการทำแนวคันหินคลุกบริเวณจุดเสี่ยงที่คาดว่าน้ำจะไหลเข้าสูงประมาณ 50
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำที่ท่วมครั้งนี้ทำให้จังหวัดนครสวรรค์ขาดแคลนน้ำดื่ม นำมัน เครื่องอุปโภค บริโภคอย่างหนัก โดยเฉพาะน้ำดื่มเวลานี้คาดตลาดอย่างมาก ไม่เพียงพอที่จะดื่มกินกัน ทำให้ประชาชนบางรายต้องซื้อน้ำดื่มในราคาที่แพงขวดละ 10-15 บาทเลยทีเดียว ขณะที่ปั๊มน้ำมันก็ปิดทุกปั๊ม จึงมีบรรดาปั๊มขวดขายริมถนนนำมาใส่ขวดแบ่งขายจำนวนมากขวดละ 40 บาท
นายจิตตเกษม เปิดเผยว่า เวลานี้ยังไม่สามารถซ่อมโรงจ่ายน้ำประปาได้ เนื่องจากน้ำได้ท่วมห้องส่งน้ำทั้งหมด เดิมคาดการณ์ว่าจะซ่อมเสร็จเมื่อคืนนี้ แต่ปรากฏว่าเกิดคันกั้นน้ำพังที่ชุมชนวัดไทรใต้ ทำให้น้ำท่วมห้องจ่ายน้ำอีกครั้งจึงไม่สามารถจ่ายน้ำได้ เวลานี้ช่างพยายามแก้ไขด้วยการนำเอาถุงทรายหนักถุงละ 1 ตันไปปิดช่องน้ำเพื่อเร่งซ่อมแต่ยังไร้เสร็จ คาดว่าอีกไม่นานจะมีสามารถปล่อยน้ำได้ตามปกติ ช่วงนี้จึงประสานไปยังส่วนท้องถิ่นในต่างอำเภอและจังหวัดข้างเคียงนำน้ำใส่รถมาแกจ่ายประชาชนใช้อาบแทนไปก่อน
ส่วนความเคลื่อนไหวอื่นๆ นายดิศธร วัชโรทัย ผู้แทนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ได้นำถุงยังชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมาแจกจ่ายราษฏรตามศูนย์อพยพต่างๆในตัวเทศบาลนครนครสวรรค์ สร้างความปลาบปลื้มอย่างมากแก่พี่น้องประชาชนชาวปากน้ำโพ
อย่างไรก็ตามช่างเช้านายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมชาวปากน้ำโพและร่องเรือแจกของแก่ชาวบ้านในชุมตลาดบ่อนไก่อีกด้วย
"มาร์ค"วอนเร่งช่วยเหลือประชาชน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลบริหารจัดการช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ด้านในให้ออกมายังศูนย์อพยพ ซึ่งตนไม่ติดใจว่าจะใช้กฎหมายใด แต่ต้องพร้อมให้ความมั่นใจในการปลอดภัยของทรัพย์สินหากต้องทิ้งบ้านออกมา ทั้งนี้จากการติดตามระหว่างลงพื้นที่เห็นว่าทหารและเทศบาลได้ทำงานอย่างใกล้ชิด แต่ถ้ามีความชัดเจนเรื่องอำนาจในการตัดสินใจก็จะช่วยให้การทำงานเป็นระบบและราบรื่นมากขึ้น เพราะขณะนี้จะเห็นว่ามีลายฝ่ายพยายามเข้ามาช่วยแต่ไม่มีศูนย์กลางการตัดสินใจเป็นลักษณะต่างคนต่างทำ หรือกรณีที่มีความจำนงจะบริจาคสิ่งของแต่ก็มีปัญหาเรื่องการขนส่ง
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ประชาชนต้องการน้ำดื่มน้ำใช้ ห้องน้ำที่พัก ซึ่ง ได้ประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อให้ความช่วยเหลือ เพราะจากการสอบถามหากไม่มีการบริหารจัดการ น้ำจะอยู่อีก 2 เดือน
"ญี่ปุ่น"มอบของบริจาคช่วยน้ำท่วมกว่า12ล้าน
เมื่อเวลา 17.50 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาอุทกภัย (ศปภ.) เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี รับมองสิ่งของบริจาคจากรัฐบาลญี่ปุ่น ผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น(ไจก้า)สำนักงานประเทศไทย โดยมีนายเซอิจิ โคจิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย เป็นผู้มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ อาทิ เต๊นท์ ถุงนอน ถังบรรจุน้ำ ฯลฯ มูลค่า 30 ล้านเยน หรือประมาณ 12 ล้านบาท
พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ขอขอบคุณเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ที่เดินทางมามอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งในอดีตไทย-ญี่ปุ่น ช่วยเหลือกัน มีมิตรไมตรีต่อกันมา เมื่อไทยประสบปัญหาอุทกภัย ทางญี่ปุ่นก็ได้แสดงน้ำใจ จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้
ขณะที่ นายเซอิจิ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจที่ประเทศไทยต้องประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ และในอดีตที่ผ่านมา ทั้งรัฐบาลญี่ปุ่น ได้รับความช่วยเหลือจากสถาบันกษัตริย์ รัฐบาลและคนไทย ครั้งนี้เมื่อคนไทยเจปัญหาน้ำท่วม ทางเราก็จะขอตอบแทนน้ำใจในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.30 น. ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักที่บริเวณหน้าสนามบินดอนเมือง ซึ่งเป็นที่ทำการศูนยืปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม



