ข่าว

กู้นิคมไฮเทคด้วยตู้คอนเทนเนอร์เหลว

กู้นิคมไฮเทคด้วยตู้คอนเทนเนอร์เหลว

14 ต.ค. 2554

แผนการกู้นิคมไฮเทคด้วยการใช้ตู้คอนเทนเนอร์วางเป็นแนวกั้นไม่ได้ผล ต้องใช้โป๊ะแล้วนำหินใส่กระสอบ ลำเลียงเข้าไปแทน การคมนาคมถนนสายเอเซียยังประสบปัญหา ศปภ.ยันนวนครปลอดภัยเสริมแนวคันกั้นน้ำสูง5เมตร

                 วันที่ 14 ต.ค.2554  ระดับน้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ต.บ้านหว้า อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำสูงเฉลี่ย 1  เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 1,500 ไร่   ขณะที่รอยรั้วของผนังกันน้ำขยายขึ้นเป็น 15 เมตร  รถยนต์ทุกชนิดไม่สามารถวิ่งเข้าไปภายในนิคมได้ 

                 พล.ท.อุดมเดช สีตะบุตร แม่ทัพภาคที่1   กล่าวว่า ในการกู้พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค   เนื่องจากระดับน้ำโดยรอบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค อยู่ที่ประมาณ 1 เมตร ส่วนบริเวณแนวคันกั้นน้ำ ด้านทิศใต้ของนิคมอุตสาหกรรม มีแนวขยายมากขึ้น ความกว้างขยายออกประมาณ 15 เมตร ส่วนการอุดรอยรั่ว ด้วยการใช้เฮลิปคอปเตอร์ชีนุก ยกตู้คอนเทนเนอร์  ถึงที่สุดแล้วต้องยกเลิก เพราะบริเวณที่ตั้งของตู้คอนเทนเนอร์ มีระดับน้ำค่อนข้างสูง โดยจะใช้โป๊ะแล้วนำหินใส่กระสอบ ลำเลียงเข้าไป เพราะรถทหารเอง ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ เนื่องจาก ระดับน้ำค่อนข้างสูงมาก 


ส่งเสบียงอาหารช่วยผู้ประสบภัย


                 ที่ศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอารีย์ ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานศูนย์บัญชาการช่วยเหลือเหลือผู้ประสบอุทกภัยพระนครศรีอยุธยาเป็นประธานการประชุม  ซึ่งได้สรุปถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนทั้งในเกาะเมืองและรอบเกาะเมือง

                 นายอารีย์ กล่าวว่า การช่วยเหลือเป็นไปด้วยดี โดยเฉพาะในเกาะเมือง ประชาชนเหลือน้อยมากแล้ว รวมถึงรอบเกาะเมือง ซึ่งในส่วนที่เหลือก็พยายามส่งเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค ไปแจกจ่าย ขณะที่รอบเกาะเมือง ทั้ง 16 อำเภอ ได้ตั้งศูนย์อพยพฯ ขึ้นเช่นกัน โดยมีโรงครัวทุกจุด พร้อมส่งอาหารสำเร็จรูปเข้าเสริมหากไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปัญหาที่พบคือด้านสุขภาพอนามัย จึงส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เข้าประจำเพื่อให้การดูแล


ชาวบ้านแห่หาปลากิน-ขายยังชีพ


                ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระดับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ป่าสัก ลพบุรี ใน.จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ไหลบ่าเข้าทุ่งนาพังคันกันน้ำถนนสายต่างๆพบว่าที่บริเวณถนสายอยุธยา- เสนา สี่แยกวรเชษฐ์ ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีน้ำท่วมสูงประมาณ 70-80 ซม.และไหลแรงรถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ มีประชาชนจำนวนมากพากันเอาสวิง ตาข่าย แห่ ออกดักหาปลา ได้ทั้งปลาสวาย ปลานิล ปลากด ปลาตะเพียน ปลาจาระเม็ดขนาดใหญ่ หลุดบ่อปลามาจากบ่อปลาและกระชังปลา

                นางจำเนียร ขันธศักดิ์ อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า   บ้านถูกน้ำท่วมมาร่วมเดือน ตนพร้อมกับสามีและลูกชายอายุ 11  เดิมจะประกอบาชีพค้าขายตั้งแต่ถูกน้ำท่วมขาดรายได้สามีจึงชวนออกมาหาปลา ส่วนหนึ่งจะรับประทานเอง และส่วนหนึ่งจะนำขายเพื่อเก็บเงินเอาไว้ลงทุนหลังน้ำลด


เอเชียเข้าสู่เมืองกรุงเก่าถูกตัดขาดอีก


                พ.ต.อ.ภูวดิท ชนะคชภัทร์ รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ขณะนี้น้ำได้เข้าท่วมถนนสายเอเซียหลายจุด โดยล่าสุดน้ำได้ท่วมถนนสายเอเชียช่วงหมวดการทางบางปะอินหรือด่านเก็บเงินบางปะอินเก่า อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาถึงบริเวณหน้านิคมอุตสาหกรรมไฮเทค มีน้ำท่วมสูงเป็นช่วงๆรถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่าน  ขณะเดียวกันทางขสมก.ได้จัดรถเมล์ จำนวน 8 คัน บริการประชาชนที่ประสบอุทกภัยที่ต้องการเดินทางจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปยังฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต  เพื่อเดินทางต่อไปยังจังหวัดต่างได้โดยรถจะจอดรับผู้โดยสาร ที่บริเวณหน้าโลตัส จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เวลา 06.00 น.ถึงเวลา 19.00 น.


พระเมืองกรุงเก่าร้องขาดน้ำดื่มอาหาร


                 พระปลัดมานิตย์ สุขสมแดน พระลูกวัดปากน้ำ ต.แคออก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา  กล่าวว่า  ภายในบริเวณวัดประสบปัญหาน้ำท่วมสูงกว่า   1 เมตร  รวมถึงบริเวณโดยรอบชุมชน  มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม มาพักอาศัยอยู่ที่วัดขณะนี้ เริ่มเดือดร้อนมากขึ้น เพราะขาดแคลนน้ำดื่มและอาหาร  ขณะที่พระเองก็ไม่สามารถออกไปบิณฑบาตรได้เพราะน้ำท่วมถนนการสัญจรยากลำบาก


ศปภ.ยันนวนครปลอดภัยเสริมแนวคันกั้นน้ำสูง5เมตร


                 พ.อ.พลางกรู กล้าหาญ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่บริเวณนิคมอุตสาหกรรม นวนคร จ.ปทุมธานี ว่า ขณะนี้ทางกองทัพบกได้ส่งกำลังทหาร ร.11 รอ. 500 นาย รถแบล๊คโฮว์ 4 คัน เพื่อไปสร้างคันกั้นน้ำสูง 5 เมตร เพื่อป้องกันการทะลักของน้ำ ความยาวหลายกิโลเมตร และยืนยันว่าสามารถรับมือได้ แต่ต้องไม่มีสถานการณ์ฝนตกซ้ำ โดยแนวคันกั้นน้ำที่กั้นบริเวณนิคมอุตสาหกรรมนวนครไว้ มี 2 ชั้น ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชนได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมนวนครยังไม่มีการอพยพแต่อย่างใด

 

ทยอยเข้าศูนย์พักพิงหลังนิคมไฮเทคจม

            นายปริญญา  เทวานฤมิตรกุล  รองอธิการบดี ฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบอุทกภัย มธ. ศูนย์รังสิต บริเวณอาคารยิมเนเซี่ยม 1 และ 2 ได้จัดที่นอนเพื่อรองรับผู้ประสบภัยประมาณ 3,500 คน ที่ผ่านมามีผู้ประสบภัยเข้ามาพักพิงแล้ว 2,300 คน โดยอาคารยิมเนเซี่ยมชั้น 2 มีผู้ประสบภัยเข้าพักจำนวน 1,800 คน จึงเต็มพื้นที่แล้ว แต่ยังเหลือพื้นที่ชั้น 1 ซึ่งสามารถรองรับผู้ประสบภัยได้อีกประมาณ 1,000 คน ทั้งนี้บริเวณอาคารยิมเนเซี่ยมเป็นอาคารสูงมีความปลอดภัยจากภาวะน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม ลานจอดรถยนต์ของมหาวิทยาลัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ จึงไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยให้กับรถยนต์ที่นำมาจอดได้

            สำหรับสภาพความเป็นอยู่ของผู้ประสบอุทกภัยภายในศูนย์พักพิงชั่วคราว ค่อนข้างสะดวกสบาย มีอาหารการกินของว่าง น้ำชา กาแฟ บริการครบถ้วนตลอดทั้งวัน ซึ่งมีผู้นำอาหารสดและอาหารแห้ง พร้อมเสื้อผ้า เครื่องใช้มาบริจาคอย่างต่อเนื่อง นายชาญชัย สมิทธ์ชัยนันท์ หัวหน้ากุ๊กโต๊ะจีนปลาทอง เปิดเผยว่า จ้าของร้านโต๊ะจีนปลาทอง ย่านพระราม 2 ขอให้ตนมาช่วยผู้ประสบภัย เพราะเห็นว่ามหาวิทยาลัยไม่มีอุปกรณ์ทำครัวเพื่อเลี้ยงคนจำนวนมาก ตนจึงนำลูกน้อง 6 คน มาช่วยหุงข้าวและทำอาหารเลี้ยงผู้อพยพ โดยมีนักศึกษาอาสาสมัครเป็นลูกมือช่วยหั่นผัก หั่นหมู โดยทุกวันต้องใช้หม้อแขกหุงข้าววันละประมาณ 200 กิโลกรัม ส่วนการประกอบอาหารจะใช้วัตถุจากผู้นำมาบริจาค โดยจะเน้นทำอาหารจากของสดที่เสียง่ายก่อน อาหารที่ทำมักเมนูง่ายๆ เช่น ไข่เจียว ไข่ตุ๋น ผัดผัก ปลาทูทอด และปิดท้ายมื้อเย็นถึงรอบค่ำด้วยข้าวผัด

            ในส่วนของอาคารยิมเนเซี่ยม ซึ่งดัดแปลงให้เป็นที่พักอาศัยหลับนอนของผู้ประสบภัยนั้น จะอนุญาตให้เฉพาะผู้อพยพที่ลงทะเบียนเข้าเท่านั้น และติดประกาศห้ามถ่ายภาพเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้อพยพ ทั้งนี้ อาสาสมัครซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา เปิดเผยว่า หลังนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถกอบกู้ได้ ทำให้จำนวนผู้อพยพในศูนย์พักพิงเพิ่มสูงขึ้น โดยยอดรวมขณะนี้ประมาณ 2,500 คน ซึ่งกิจวัตรประจำวันของผู้ประสบภัย หลังตื่นนอนตอนเช้าจะพับผ้าห่ม เก็บหมอนใส่ถุงพลาสติกวางบนที่นอน แล้วแยกย้ายออกไปทำกิจกรรมด้านนอกโรงยิมเนเซี่ยม และจะกลับเข้ามาใช้บริการหลับนอนอีกครั้งในช่วงค่ำ

            สำหรับการทำความสะอาดห้องอาบน้ำและห้องสุขานั้น ปกติมหาวิทยาลัยจะมีบริษัทรักษาความสะอาดคอยดูแล แต่เนื่องจากจำนวนผู้ประสบภัยที่เข้ามาพักพิงเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้การทำความสะอาดดูแลไม่ทั่วถึง แต่โชคดีที่มีอาสาสมัครจากภายนอกเข้ามาช่วยทำความสะอาดอยู่บ้าง ทำให้สถานการณ์ขณะนี้อยู่ในภาวะที่รับมือได้

            ส่วนสัตว์เลี้ยงที่ติดตามมากับผู้อพยพนั้น น.ส.บุศย์อินทร์ พงษ์ศิลป์ นักศึกษาคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ ม.เทคโนโลยีมหานคร ซึ่งเป็นอาสาสมัครช่วยดูแลและประสานงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ลงทะเบียนรับฝากสุนัขรวม 200 ตัว โดยศูนย์พักพิงกำหนดเงื่อนไขรับฝากเฉพาะสุนัขของผู้พักพิงเท่านั้น โดยเจ้าของต้องกรอกประวัติและรับผิดชอบการทำความสะอาด ให้อาหาร และให้ยาสัตว์เลี้ยงด้วยตนเอง ในทุกวันจะมีสัตวแพทย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ผลัดเวรกันเข้ามาดูแล และฉีดยาให้ โดยจะมีการแยกสุนัขที่ป่วยไว้ต่างหาก ขณะนี้ยังขาดแคลนกรงและผ้ารองกรง ส่วนเรื่องการขับถ่ายของสุนัขนั้นไม่เป็นปัญหา เพราะเจ้าของจะรับผิดชอบผู้ดูแลกันเอง

            นายสมศักดิ์ สุขรำมิ อายุ 59 ปี ซึ่งอพยพมาจากนิคมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตนและภรรยาเดินทางมายังศูนย์พักพิงพร้อมกับสุนัขอีก 6 ตัว ในช่วงกลางวันจะสับเปลี่ยนกับภรรยาดูแลสุนัขที่ด้านนอกโรงยิม ส่วนเวลากลางคืนตนจะนอนอยู่กับสุนัขที่ด้านนอก ให้ภรรยาไปนอนในโรงยิม ซึ่งไม่รู้สึกว่าเป็นความยากลำบาก ตรงกันข้ามยังได้มีโอกาสช่วยอาสาสมัครดูแลสุนัขให้ประสบภัยอื่นๆ

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาสาสมัครประจำจุดแจกอาหารและของว่างในศูนย์พักพิงได้ทำงานกันตลอดเวลา โดยทุกวันจะใช้จานโฟมและช้อนพลาสติกจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เป็นภาระเรื่องการล้างภาชนะ ขณะที่บริเวณด้านนอกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริเวณสะพานกลับรถและเชิงสะพานขึ้นทางด่วน มีประชาชนนำรถยนต์ขึ้นไปจอดหนีน้ำท่วมหลายร้อยคัน