ข่าว

น้ำท่วมไทยอาจเป็นเพราะฝีมือมนุษย์

น้ำท่วมไทยอาจเป็นเพราะฝีมือมนุษย์

14 ต.ค. 2554

น้ำท่วมไทยไม่ใช่เพราะฝน แต่เป็นฝีมือมนุษย์ ธรรมชาติกำลังเอาคืน

          เว็บไซท์หนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทม์ส รายงานว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษของไทย และกำลังเข้าใกล้กรุงเทพฯ อย่างรวดเร็วและน่ากลัว หลังจากทำให้หลายเมืองใหญ่ , นิคมอุตสาหกรรมและวัด ซึ่งเป็นโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ จมอยู่ใต้น้ำนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำหลายคน พากันประนามว่า เป็นเพราะฝีมือมนุษย์ที่ทำให้ฤดูมรสุมที่มีฝนตกหนัก กลายเป็นภัยพิบัติร้ายแรงทางธรรมชาติ

          ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ว่า ปัจจัยหลัก ๆ ก็คือ การตัดไม้ทำลายป่า , สร้างตึกรามบ้านช่องกันมากเกินไปในพื้นที่รับน้ำของแม่น้ำหรือทะเลสาป , การสร้างฝายตามต้นน้ำลำธาร และเบี่ยงเส้นทางระบายน้ำตามธรรมชาติ , การขยายชุมชนเมืองออกไป การถมคลองบวกกับการวางแผนที่ไม่ดีล้วนแล้วแต่ไม่เกิดผลดีต่อประเทศเลยแม้แต่น้อย

          นายสมิธ ธรรมสโรช อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเคยเตือนเรื่องสึนามิก่อนจะเกิดจริง เมื่อปี 2547 กล่าวว่า เขาพยายามเตือนเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว แต่เขากลับถูกมองว่าบ้า ฤดูมรสุมปีนี้ ได้สร้างหายนะให้กับกัมพูชา ฟิลิปปินส์ เวียดนามและไทย ที่ขณะนี้มีตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงถึง 283 คนแล้ว

          ประชาชนหลายพันคน ต้องไร้ที่อยู่อาศัยเพราะพายุไต้ฝุ่นที่พัดกระหน่ำฟิลิปปินส์ และนาข้าวได้รับความเสียหายเพราะดินถล่ม นอกจากนี้ ยังเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกัมพูชา ซึ่งระดับน้ำที่เสียมราฐ สูงถึงเข่า และท่วมเข้าถึงนครวัดแล้ว

          ทางการไทยได้ประกาศเตือนเรื่องน้ำที่จะเข้าท่วมกรุงเทพฯ ซึ่งอาจเป็นการซ้ำเติมระหว่างน้ำที่กำลังจะไหลเข้าท่วมกับคลื่นสูงผิดปกติและฝนที่เกิดจากอิทธิพลของฤดูมรสุม ประชาชนพากันตื่นตระหนกหากระสอบทรายมาทำเป็นคันกั้นน้ำ , อาหารกึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม ถ่ายไฟฉาย และเทียน หมดไปจากร้านค้าภายในเวลาอันรวดเร็ว

          การเตรียมพร้อมในกรุงเทพฯ ได้แสดงให้เห็นการไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตื่นตระหนกของผู้คนได้ กระสอบทรายถูกวางยาวเป็นคันกั้นน้ำหลายกิโลเมตร ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยามีการทำคันกั้นน้ำและขุดคลองเพิ่ม ประชาชนต่างอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม

          ตอนที่นครสวรรค์และอยุธยาจมน้ำ รวมถึงโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ สื่อมวลชนพากันรายงานว่า มีกระสอบทราย 150,000 กระสอบ ถูกส่งไปทางใต้โดยรถบรรทุกทหารไปยังพื้นที่เสี่ยงสูง ขณะที่รัฐบาลได้พยายามปกป้องนิคมอุตสาหกรรมและชุมชนเมืองไม่ให้จมน้ำทางการท้องถิ่นต้องตัดสินใจกันเองว่า เมืองของใครควรได้รับการปกป้องและเมืองของใครที่ต้องเสียสละ

          ชาวบ้านที่อยุธยาเกิดความขัดแย้งกัน กรณีคันกั้นน้ำปกป้องฝ่ายหนึ่ง และทำให้น้ำท่วมอีกฝ่ายหนึ่ง และมีการรื้อคันกั้นน้ำเพื่อให้ไหลไปยังเพื่อนบ้าน ถึงขั้นใช้ปืน และมีคนบาดเจ็บถึงขั้นต้องส่งทหารไปอารักขาคันกั้นน้ำ แม้แต่ช้างก็ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมถึงช้างวัย 9 ขวบ ที่มีความสามารถในการวาดภาพและเขียนหนังสือด้วย

          เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ช้าง พากันวิตกว่า ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือ แม่และลูกช้างหลายตัวจะเป็นอันตราย เนื่องจากไม่มีเรือที่จะขนส่งกล้วย สัปปะรด และอ้อยไปให้ เพราะติดให้ความช่วยเหลือมนุษย์

          ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า ได้มีการคำนวนระดับน้ำผิดพลาด และไม่ได้คำนึงถึงน้ำในเขื่อนด้วยนอกจากนี้ การระบายน้ำก็ต้องเผชิญอุปสรรค เพราะโครงการของพวกนักพัฒนาที่ดินคนเหล่านี้ เข้าไปพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ต่ำ ที่ควรจะเอาไว้สำหรับระบายน้ำทั้งยังสร้างคันกั้นน้ำ กีดขวางทางน้ำไหลในฤดูฝนอีกด้วย

          ถ้าน้ำไหลทะลักเข้ากรุงเทพฯ ก็จะเกิดวิกฤติเพราะปราศจากระบบป้องกันโดยธรรมชาติ เครือข่ายคลองขนาดใหญ่ ถูกถม หรือคราคร่ำไปด้วยขยะ อันเนื่องมาจากมีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น การวางผังเมืองก็ไร้ประสิทธิภาพ

          ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า สภาพอากาศไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมายประเทศไทยเคยเผชิญน้ำท่วมอยู่แล้วในช่วงฤดูฝน แต่ถ้าไม่มีการจัดการระบายน้ำที่ดีก็จะเจอปัญหาแบบเดียวกันนี้อีกในปีต่อไป คนและธรรมชาติกำลังแปลกหน้าต่อกันมากขึ้นเรื่อย ๆ และต้องสู้รบปรบมือกันต่อไป นี่เป็นสัญญาณว่า เราต้องหันมาอนุรักษ์ป่ากันอย่างจริงจัง เราทำร้ายธรรมชาติกันมานานพอแล้ว และตอนนี้ ธรรมชาติกำลังเอาคืน