กทม.สั่งทยอยอพยพปชช.นอกคันกั้นน้ำ
กทม. สั่งเตรียมศูนย์อพยพรองรับน้ำท่วมนอกคันกั้นน้ำ ประสาน ขสมก. เทศกิจ ช่วยขนย้ายทยอยอพยพประชาชน
14ต.ค.2554 นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางไปตรวจความพร้อมศูนย์พักพิง ผู้ประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนวัดมหาธาตุ เขตพระนคร และโรงเรียนวัดเทวราชกุญชร เขตดุสิต ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานเขตจัดหาที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัย โดยจัดให้มีเครื่องนอน อาหารครบ 3 มื้อ สาธารณูปโภค ยาและเวชภัณฑ์
นางทยากล่าวว่า กทม. ได้ตั้งศูนย์พักพิงภายในโรงเรียนในสังกัดกทม. รวม 96 โรงเรียน และโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร 10 แห่ง รองรับได้แห่งละประมาณ 100 คน เพื่อให้การดูแลผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ และผู้ประสบภัยจาก จ.อยุธยา ปทุมธานี ที่ต้องการเข้ามาพักพิง อย่างไรก็ตาม กทม. มีความห่วงใย ชุมชนนอกคันกั้นน้ำ 27 ชุมชน เนื่องจากระดับน้ำ ที่อาจเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตทยอยนำประชาชนออกมาจากชุมชน
นอกจากนี้ยังได้ประสานความร่วมมือกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) และสำนักเทศกิจ กทม. ในขนย้ายสิ่งของและประชาชนออกมาจากชุมชน หากพบว่าประชาชนมีภาวะเครียดจากภัยน้ำท่วม สำนักอนามัยและสำนักการแพทย์จะจัดทีมนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด
นางทยากล่าวต่อว่า สามารถสอบถามรายชื่อโรงเรียนที่กรุงเทพมหานคร จัดไว้รองรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม โทร. 0 2437 6631-5 ต่อ 3418 ในเวลาราชการ หรือเว็บไซต์ www.bmaeducation.in.th หรือ สายด่วน กทม.โทร.1555 ตลอด 24 ชั่วโมง
ลุ่มเจ้าพระยาตะวันออกตอนล่างน้ำเพิ่ม
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง มีแนวโน้มที่จะมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลหลากจากพื้นที่น้ำท่วมในเขตอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ลงสู่พื้นที่ของอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยจากปัญหาน้ำท่วม กรมชลประทาน จำเป็นต้องเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมตามสถานีสูบน้ำต่าง ๆ เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำนครนายก แม่น้ำบางปะกง และแม่น้ำเจ้าพระยา รวม 30 เครื่อง รวมทั้ง ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำบริเวณไซฟอนพระธรรมราชา 2 เครื่อง นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และจังหวัดฉะเชิงเทรา ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและเรือผลักดันน้ำในคลองสายต่างๆ เพื่อเร่งระบายน้ำอีก 63 เครื่อง
กรมชลประทาน ยังได้ร่วมกับหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เร่งดำเนินการกำจัดวัชพืชและขุดลอกคลองต่างๆ อาทิ คลองลาดกระบัง คลองบางโฉลง คลองจระเข้ใหญ่ คลองจระเข้น้อย คลองเสาธง-เพชรวิชัย คลองพระองค์ไชยานุชิต คลองพระยาสมุทร และคลองพระยาอรรคราช เป็นต้น เพื่อให้น้ำสามารถเดินทางและระบายออกสู่ทะเลได้เร็วยิ่งขึ้น คาดว่าจะสามารถเร่งดำเนินการตามแผนให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์นี้
ปชป.เปิดศูนย์บริจาคทรายตลิ่งชัน-บางกอกน้อย
นายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส.กรุงเทพฯ(กทม.)เขตตลิ่งชันและบางกอกน้อย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเขตตลิ่งชันและบางกอกน้อยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเพราะอยู่นอกเขตคันเขื่อนกันน้ำกทม.ว่า ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างหนัก และจากการที่ทรายขาดตลาดและยังมีการโก่งราคา ตนจึงได้ร่วมมือกับ ส.ก. ส.ข. และภาคเอกชนจัดหาทรายมาบริการให้กับชาวบ้าน โดยสามารถเดินทางมารับได้ที่ศูนย์ประสานงานส.ส. ส.ก. ส.ข. เขตตลิ่งชัน ถนนวัดมะกอก เขตตลิ่งชัน ตลอด 24 ชั่วโมงภายใน1-3วันนี้ ทั้งนี้ชาวบ้านที่เดินทางมารับบริจาคทรายขอให้เตรียมถุงมาด้วย
เครือข่ายแพทย์อีสานตั้งศูนย์ฟอกเลือดรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม
14 ต.ค.54 ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. เปิดเผยว่าจากสถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทยมีความรุนแรงอย่างมาก ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศประสบความเดือดร้อน โดยเฉพาะในภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง โรงพยาบาลและสถานพยาบาลในพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถให้การบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และให้ได้รับบริการฟอกเลือดอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ รพ.ศรีนครินทร์ จึงได้ร่วมกับเครือข่ายแพทย์โรคไตแห่งภาคอีสาน โดยการสนับสนุนของมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดตั้ง “ศูนย์ฟอกเลือดเพื่อผู้ประสบอุทกภัยโรงพยาบาลศรีนครินทร์และเครือข่ายแพทย์โรคไตแห่งภาคอีสาน” เพื่อจัดบริการฟอกเลือดเพิ่มเติมในโรงพยาบาลต่างๆในภาคอีสานให้แก่ผู้ป่วยที่ประสบอุทกภัยต่างพื้นที่
คาดว่าสามารถรองรับผู้ป่วยเพิ่มเติมได้ไม่น้อยกว่า 1,000 คน โดยประสานงานสถานพยาบาลฟอกเลือดต่างๆในภาคอีสานในการจัดเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรเพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอในการบริการ และพร้อมอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นถ้าหากว่าศูน์ฟอกเลือดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมต้องการส่งผู้ป่วยให้ฟอกเลือดต่อเนื่อง รพ.ในเครือข่ายก็พร้อมที่จะรองรับอย่างเต็มที่
จึงขอประชาสัมพันธ์ให้แพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายในพื้นที่อุทกภัยที่ประสบปัญหา สามารถติดต่อขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ มาที่ศูนย์โดยตรงที่โทรศัพท์ 088-3200052 หรือติดต่อโดยตรงกับโรงพยาบาล ชุดแรกที่พร้อมให้บริการฟอกเลือดมีรพ.ศรีนครินทร์ ศูนย์ขอนแก่น ศูนย์อุดรธานีและเครือข่าย ศูนย์ร้อยเอ็ด ศูนย์ชัยภูมิ มหาราชนครราชสีมาและเครือข่าย หนองคาย กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู มหาสารคาม สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และอำนาจเจริญ สำหรับค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการ ผู้ป่วยทุกรายจะได้รับตามสิทธิ์เดิมทุกราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้มีการประสานงานจาก จ.นครสวรรค์ และ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อส่งผู้ป่วยรับบริการฟอกเลือดที่ รพ.ศรีนครินทร์ และ รพ.ศูนย์ขอนแก่น ถ้าหากว่าสถานการณ์รุนแรงมากขึ้นจนศูนย์ฟอกเลือดใกล้เคียงให้บริการได้ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากรพ.ศูนย์ขอนแก่นว่าได้มีผู้ป่วยโรคไตจากจังหวัดอยุธยาที่มาอาศัยอยู่กับญาติในจังหวัดขอนแก่นเข้ามารับการรักษาแล้ว 1 ราย
แต่เนื่องจากว่าผู้ป่วยไม่ได้รับการฟอกเลือดอย่างต่อเนื่อง ทำให้อาการไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และแจ้งอีกว่าขณะนี้ทางรพ.มีความพร้อมและเต็มใจที่จะให้ความช่วยเหลือให้การบริการฟอกเลือดแก่ผู้ป่วยทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ประสบอุทกภัยให้รีบเข้ามาติดต่อและรับบริการได้ตลอดเวลา ขอให้ผู้ป่วยอย่าหยุดหรือขาดการฟอกเลือดเพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย



