ข่าว

รับมือน้ำท่วม กทม.ด้วยตัวเอง

รับมือน้ำท่วม กทม.ด้วยตัวเอง

15 ต.ค. 2554

รับมือน้ำท่วม กทม.ด้วยตัวเอง ซื้อทราย ก่ออิฐ กำแพง กรอกถุงทรายเอง

       “ต้องช่วยกันหาทางป้องกันบ้านตัวเอง” ต้องไปไปซื้อทราย ทรายก็หมด ไปร้านซื้อน้ำดื่ม น้ำก็หมด ไม่พอ ไปซื้อมาม่า มาม่าหมดหิ้งแล้ว ทั้งห้างแทบจะไม่เหลืออะไรแล้วให้ยังชีพ

       มวลน้ำหลากจากภาคเหนือไหลหลากเข้ามาทุกที สำหรับกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเขตตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ที่ตกอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม (อุทกภัย)

       ทันทีที่ได้รับแจ้งจากทางเขตว่า ให้ไปรับกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วม บ้านละ 20 กระสอบ ก็แปลกใจ แต่ก็ไปที่เขตเพื่อหาทางกรอกทรายใส่กระสอบไปป้องกันบ้านของตัวเอง ตามที่แนะนำ ที่ไหนได้ไปถึงก็หมด ไม่พอ ไปถึงก็ไม่มีแล้ว แย่งกันไปหาทางป้องกันตัวเอง

       สาเหตุที่น้ำจะท่วมบริเวณตะวันออกของกรุงเทพมหานครนั้น ก็เพราะพื้นที่นี้เป็นแหล่งระบายน้ำของกรุงเทพมหานครลงไปสู่อ่าวไทย จึงเป็นแหล่ง “มวลน้ำมหาศาล” ไหลผ่านไปลงทะเล เพราะอยู่ปากน้ำพอดี  "ภัยน้ำท่วมกำลังเป็นภัยอันดับ 1 ที่สร้างความกังวลให้แก่คนกรุงเทพมหานครมากที่สุดในขณะนี้

       เมื่อเช้านี้ออกไปซื้อทราย กรอกเอง ถุงละ 50 บาท ซื้อทรายมาแล้วได้ 30 ถุง วางเรียงหน้าประตูใหญ่ แล้วก็จะก่อกำแพงสูง 40-50 ซม. ที่หน้าบ้าน กะหลังบ้านไม่ให้น้ำเข้ามาในตัวบ้าน แต่ว่าช่างหาซื้ออิฐไม่ได้เลย แถวนี้หมด  

       นี่คือสภาพชาวบ้านในเขตตะวันออกของกรุงเทพมหานครที่กำลังดิ้นรน ช่วยป้องกันตัวเองจากน้ำท่วม ท่ามกลางข่าวน้ำจำนวนมหาศาลที่จะไหลลงมาและระบายออกไปทางตะวันออกของกรุงเทพฯ มุ่งไปด้านแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ทำให้น้ำเริ่มท่วมบ้านเรือนในเขตรอยต่อ จ.สมุทรปราการ บางพลี เริ่มจมน้ำแล้ว เพราะเป็นแหล่งรับน้ำของกรุงเทพมหานครเสมอมาทุกปี

       จากการสำรวจขณะนี้ ย่านสุขาภิบาล 3 ถนนรามคำแหง-มีนบุรี ร้านขายเครื่องวัสดุก่อสร้างบอกว่า อิฐบล็อก อิฐมวลเบา หมด!! ช่างจึงไม่สามารถมาก่อกำแพงบ้านได้ เพราะงานเยอะ แต่ละบ้านก็มุ่งป้องกันตัวเองไว้ ไปพบลุงในร้านค้าย่านตลาดธรากร รามคำแหง 166 เอาสังกะสีแผ่นเรียบกั้นหน้าร้าน แล้วเอาซิลิโคนฉีดที่รอยต่อกันน้ำซึม

       ส่วนอีกร้านเอาไม้ตีกรอบรอบบ้าน แล้วเอาซิลิโคนอุดรอยต่อ

ก่อนอื่นตั้งสติก่อน แล้วจำว่า
รับมือน้ำท่วม ต้อง “ให้ยกของขึ้นที่สูงและตัดไฟฟ้าป้องกันไฟดูด"

ข้อควรปฏิบัติ
- ตรวจสอบดูเขตแนวพื้นที่น้ำท่วม เพื่อหาพื้นที่สูงที่ปลอดภัย
- หลีกเลี่ยงการปลูกบ้านในบริเวณพื้นที่น้ำท่วมถึง
- บริเวณท้ายเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ เป็นบริเวณที่ไม่ปลอดภัย ควรเตรียมกระสอบทรายไว้ทำพนังกั้นน้ำ
- ควรทำความสะอาดพื้นไม่ให้มีเศษวัสดุที่สามารถลอยตามน้ำได้ อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
- ห้ามขับขี่ยานพาหนะ ห้ามเดิน ห้ามเล่นน้ำในกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว
- ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวบ้านต้องดูแลอ่างเก็บน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง ที่มีอยู่ในชุมชนให้สามารถเก็บกักน้ำได้ เป็น "มาตรการหาที่ให้น้ำอยู่"
- พื้นที่เกษตรที่ได้รับผลกระทบซ้ำซากทุกปี ควรปรับการเกษตรหรือเลือกชนิดพืชให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่

เตรียมการก่อนน้ำท่วม
- ทำความคุ้นเคยกับระบบการเตือนภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- เรียนรู้เส้นทางการเดินที่ปลอดภัย และขั้นตอนการอพยพ
- ในพื้นที่เสี่ยงภัยควรเตรียมกระสอบทรายเพื่อกันไม่ให้น้ำเข้าสู่ตัวบ้าน
- นำทรัพย์สินสำคัญไปเก็บไว้ในพื้นที่ซึ่งน้ำท่วมไม่ถึง
- ปรึกษาและทำข้อตกลงกับบริษัทประกันภัยเกี่ยวกับการประกันความเสียหาย
- บันทึกหมายเลขโทรศัพท์สำหรับเหตุฉุกเฉิน

การรับมือระหว่างน้ำท่วม
- ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ปิดสะพานไฟฟ้าหลัก และไม่สัมผัสสวิตช์ไฟฟ้าขณะเปียก และปิดวาล์วถังแก๊ส
- อุดปิดช่องน้ำทิ้ง อ่างล้างจาน พื้นห้องน้ำ และสุขภัณฑ์ที่น้ำสามารถไหลเข้าบ้าน ล็อกประตูบ้านและอพยพขึ้นที่สูง
- ห้ามเดินตามเส้นทางน้ำไหล หลีกเลี่ยงการขับรถในพื้นที่น้ำท่วม
- ไม่ดื่มน้ำประปาจากท่อ และน้ำที่ไหลลงมาท่วมเพราะจะเป็นอันตราย

ข้อปฏิบัติภายหลังน้ำท่วม
- ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วม คุณและครอบครัวอาจเกิดอาการซึมเศร้า และต้องใช้เวลาเพื่อกลับสู่สภาวะปกติ ขอให้ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน
-ในกรณีที่ทำประกันไว้ ให้ติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อตรวจสอบความเสียหาย และซ่อมแซมทรัพย์สินต่างๆ

       ในระหว่างน้ำท่วม ถุงยังชีพประจำบ้าน นี่สำคัญเพราะเป็นเครื่องมือทำให้ชีวิตรอด ไปจนถึงหลังน้ำลดได้ ในหนังสือคู่มือคนไทยเตรียมรับภัยพิบัติ จากบางจาก แนะนำให้สะสมถุงยังชีพดังนี้

       เตรียมพร้อมขั้นพื้นฐาน ทุกบ้านควรจัดถุงยังชีพประจำบ้านให้เสมือนเป็นตู้ยาสามัญประจำบ้าน เพื่อใช้ดำรงชีวิตของทุกคนในครอบครัวได้สัก 3-7 วัน เพื่อรอหน่อยงานกู้ภัยเข้ามาให้ความช่วยเหลือและอพยพออกจากพื้นที่ภัยพิบัติ

12 สิ่งของจำเป็นพื้นฐาน เพื่อเอาชีวิตรอด มีดังนี้
1.อาหารกระป๋องที่สามารถเปิดฝารับประทานได้เลยกรณีที่ไม่มีไฟและแก๊ส
2.ยารักษาโรค อุปกรณ์ทำแผลเพื่อใช้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากบาดเจ็บ
3.น้ำสะอาดสำหรับดื่มที่เพียงพอสำหรับสมาชิกในครอบครัว
4.ไม้ขีดหรือไฟแช็กสำหรับจุดไฟ
5.นกหวีดใช้เป่าขอความช่วยเหลือ หากเราบาดเจ็บและติดอยู่ในพื้นที่อันตราย
6.เสื้อชูชีพ เผื่อไว้ใช้ในกรณีที่น้ำท่วมสูง บางพื้นที่อาจใช้เรือยางในการอพยพด้วย คงต้องดูตามความเหมาะสม
7.เชือกสำหรับผูก มัดสิ่งต่างๆ หรือใช้สำหรับคล้องตัวเพื่อป้องกันน้ำพัดพา
8.ไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉายเพื่อให้แสงสว่างในเวลากลางคืน และแบตเตอรี่อื่นๆ
9.มีดพับอเนกประสงค์ สำหรับตัดเชือกหรือกิ่งไม้เล็กๆ
10.วิทยุ เพื่อใช้ฟังการรายงานข่าวเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ
11.กระจก 1 บาน สำหรับใช้สะท้อนแสงแดด เพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือระยะไกล
12.เข็มทิศ เพื่อดูทิศทางระหว่างการอพยพ หากกรณีน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก เส้นทางสัญจรเดิมถูกทำลาย ทำให้สับสนเรื่องทิศทางได้

       เมื่อเตรียมครบแล้วต้องแจ้งให้ทุกคนในบ้านรู้จุดที่วางถุงยังชีพไว้ด้วยหากเกิดภัยพิบัติ

       @ ที่มา หนังสือคู่มือคนไทยเตรียมรับปัญหาภัยพิบัติ จากบางจาก