ข่าว

เจ้าพระยาหนุน27ชุมชนเสี่ยง

เจ้าพระยาหนุน27ชุมชนเสี่ยง

14 ต.ค. 2554

ทุบสถิติน้ำเจ้าพระยาหนุนสูงสุดวันนี้ 2.13 เมตร กำชับแผนอพยพ 27 ชุมชนเสี่ยง "สุขุมพันธุ์" สั่งผู้บริหาร-ผอ.เขตยกระดับภาวะผู้นำ พากรุงเทพฯ พ้นน้ำท่วม เตรียมประชุมทุก 6 ชั่วโมง ป้องกันน้ำทะลักกรุง 15-17 ต.ค.นี้

          วันที่ 14 ต.ค.54  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางมายังสำนักงานเขตสายไหมเพื่อตรวจคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริ ได้แก่ ถนนสายไหม ถนนหทัยราษฎร์ ถนนสุวินทวงศ์ และถนนกิ่งแก้ว โดยมีนางนงพระงา บุญปักษ์ ผู้อำนวยการเขตสายไหมได้สรุปสถานการณ์เมื่อคืนวานนี้ หลังจากที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ออกแถลงการณ์ให้ประชาชนในเขตสายไหม และเขตดอนเมืองอพยพข้าวของขึ้นสู่ที่สูง ส่งผลให้ประชาชนเกิดความสับสนและตื่นตระหนก ซึ่งทางเขตได้จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจออกแจ้งประชาชนว่าสถานการณ์ยังปกติ ขณะเดียวกันก็มีประชาชนโทรเข้ามาสอบถามกับเบอร์โทรของผอ.เขตเช่นกัน ทั้งนี้ทางเขตไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้เตรียมศูนย์อพยพไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเมื่อวานนี้เขตได้เชิญกรมชลประทานและสำนักการระบายน้ำ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่ มาประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์พร้อมทั้งทำความเข้าใจ
 
          ด้านนายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กล่าวรายงานสถานการณ์น้ำในกทม. ในวันนี้ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวัดที่ปากคลองตลาดเมื่อเวลา 08.00 น.สูง 2.13 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทำลายสถิติระดับน้ำที่สูงสุดในปีนี้และปีที่แล้วที่ 2.10 เมตร จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สำหรับปริมาณน้ำที่ อ.บางไทร 4,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนพระรามหกและเขื่อนเจ้าพระยารวมกัน 4,430 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีปริมาณน้ำมากแต่ยังควบคุมได้ สำหรับสถานการณ์ที่ ต.หลักหก จ.ปทุมธานียังคงปกติ
 
          ขณะที่นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ได้ทำหนังสือสั่งการให้สำนักงานเขตทำความเข้าใจสำรวจและพบประชาชน โดยให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สอบถามการอพยพ รวมทั้งส่งหนังสือสั่งการให้ทุกสำนักงานเขตจัดการแก้ไขปัญหา โดยเมื่อเช้านี้เวลา 7.00 น. ได้เรียกประชุมผอ.เขต โดยเน้นนโยบายของผู้ว่าฯเป็นหลัก ขอให้เขตใช้ความอดทน นิ่งไม่หวั่นไหว เพราะกทม.เป็นที่พึ่งประชาชน กทม.จะดูแลประชาชน
 
          ทั้งนี้ ผู้ว่าฯกทม. ได้เสนอว่าไม่เห็นด้วยที่ใช้ทางด่วนเป็นที่จอดรถ ขอให้กลับไปทบทวนหาที่ที่เหมาะสม  หากจะต้องมีการลำเลียงหรืออพยพ อาจจะมีปัญหาได้ ตอนนี้เป็นบททดสอบของกทม.ทั้งมวลน้ำและมวลชน ทั้งนี้สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ได้ขอให้ผู้บริหารกทม. และผู้อำนวยการเขตต้องไม่ตื่นตระหนก อย่าหวั่นไหวต่อสถานการณ์ ต้องแน่วแน่ในการแก้ไขปัญหา โดยใช้ภาวะผู้นำเพราะบ้านเมืองเวลานี้ กำลังเกิดสุญญากาศของภาวะผู้นำ ฉะนั้นกทม.ต้องเป็นเสาหลักของประชาขนให้ได้
 
          ต่อมาเวลา 10.00 น.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เดินทางมายังประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ บริเวณสะพานหทัยราษฎร์ ถนนหทัยราษฎร์ เขตสายไหม โดยผู้ว่าฯกทม. กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมว่า สำหรับระดับน้ำที่ขึ้นสูงสุดวัดได้ที่ปากคลองตลาดวันนี้ 2.13 เมตร ซึ่งทำลายสถิติปีที่แล้วที่ระดับ 2.10 เมตร ฉะนั้นจึงได้สั่งการให้สำนักงานเขตเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน  27 ชุมชน นอกแนวคันกั้นน้ำ ให้เตรียมอพยพเพื่อความปลอดภัย เพราะเห็นว่าคงไม่สามารถพักอาศัยต่อไปได้ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 15-17 ต.ค.นี้ ถือเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด ขณะเดียวกันทางผู้บริหารกทม.ได้วางแนวทางการทำงานใหม่ โดยจะจัดประชุมทุกๆ 6 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 8.00 น. 14.00 น  21.00 และ 02.00 น.อย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินสถานการณ์วันต่อวัน
 
          จากนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้เดินทางตรวจประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ ถนนหทัยราษฎร์ เขตสายไหม ประตูระบายน้ำคลองสามวา ถนนหทัยราษฎร์ เขตคลองสามวา ประตูระบายน้ำคลองลำบึงขวาง ถนนร่วมเกล้า เขตมีนบุรี และประตูระบายน้ำคลองตำหรุ ถนนสุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ



'ผบ.ทบ.'สั่งทหารเฝ้าระวังน้ำทะลักกรุงฯ


          พ.อ.หญิงศิริจันทร์  งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้ หลายหน่วยงานได้เร่งระบายน้ำ พร้อมจัดเตรียมพื้นที่รองรับปริมาณน้ำ รวมถึงการซ่อมและสร้างพนังกั้นน้ำ ทั้งนี้กองทัพบกยังคงระดมทหารและยุทโธปกรณ์ เข้าช่วยแก้ไขวิกฤตสถานการณ์น้ำในขณะนี้ในหลายพื้นที่  เพื่อป้องกันและแก้ไขวิกฤตน้ำที่กำลังจะเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยวันนี้มีการทำงานในพื้นที่สำคัญหลายจุดได้แก่  บริเวณรังสิตคลอง 1 – คลอง  8 ยังคงใช้กำลังทหารจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร. 2 รอ.) เข้าวางแนวกระสอบทรายคู่ขนานกับถนนรังสิต - องครักษ์ เป็นระยะทาง 17 กิโลเมตร เพื่อรักษาพื้นที่ไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วม เพราะอาจส่งผลต่อสถานการณ์น้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ  ส่วนพื้นที่ ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก(นปอ.)  ได้ส่งทหารนำกระสอบทรายทำเป็นพนังกั้นน้ำไว้โดยรอบพื้นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเสริมและเฝ้าระวังความแข็งแรง ตลอด 24  ชั่วโมง
 
          นอกจากนี้เมื่อคืนที่ผ่านมาที่ จ.นครปฐม กรมการทหารช่างส่งทหารช่างพร้อมรถโกยตัก และเครื่องมือช่าง เข้าขุดลอกคลองงิ้วลาย อ.นครชัยศรี, คลองทรงคะนอง  และคลองท่าข้าม อ.สามพราน ระยะทางรวมประมาณ 6 กิโลเมตร   โดยจะเร่งขุดลอกคลอง ตลอด 24ชั่วโมง   เพื่อให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 18 ต.ค.นี้ ส่วนที่ จ. อยุธยา การช่วยเหลือในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ขณะนี้กองทัพบกได้จัดชุดสำรวจทางน้ำเพื่อเตรียมเข้าซ่อมและกู้คืนแนวคันดินโดยรอบนิคม   ส่วนที่นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ขณะนี้ทหารยังคงอยู่ช่วยซ่อมแซมแนวคันดินโดยรอบนิคมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเสริมรถโกยตักของกรมการทหารช่างเข้าไปทำงานในพื้นทีอีก 4 คัน และมีกำลังทหารปฏิบัติงาน 400 นาย  จากกองพลทหารราบที่  9
 
          พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ส่วนที่ นครสวรรค์ กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดทำแนวป้องกันน้ำทางฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของถนนสายเอเชียยังคงดำเนินการต่อเนื่อง  พร้อมกันนี้ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ บินลาดตระเวนตรวจสถานการณ์น้ำและค้นหาผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ อ.เมือง  จ.นครสวรรค์ ในพื้นที่ที่รถและเรือไม่สามารถเข้าถึงได้ ส่วน จ.ชัยนาท กองทัพบกได้ส่งชุดทหารช่างพร้อมเครื่องมือหนักไปทำคันดินกั้นน้ำบริเวณ เขื่อนเจ้าพระยา-เขากระดี่ จ.ชัยนาท ยาวประมาณ 80 เมตร ซึ่งคันกั้นน้ำเดิมได้พังลง  โดยจะเร่งทำเขื่อนคันดินหินคลุกเพื่อชะลอและลดปริมาณน้ำที่จะเข้าสู่ อ.เมือง อย่างไรก็ตามจากการแจ้งเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในช่วงวันที่ 14 – 19 ต.ค.นี้ ซึ่งมีความน่าเป็นห่วงเนื่องจาก น้ำทะเลหนุน และปริมาณน้ำจำนวนมากจากพื้นที่ตอนบนจะเข้าสู่ ภาคกลางตอนล่างรวมทั้ง กทม. และปริมณฑล ดังนั้นเพื่อป้องกันและบรรเทาความเสียหายในทุกด้านที่อาจจะเกิดขึ้น ผู้บัญชาการทหารบกกำชับให้ทุกหน่วยทหารเฝ้าตรวจสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอดช่วง  3 - 5 วันนี้ โดยเน้นด้านความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ
 
          พ.ท.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกอทัพบก เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แพที่ทางกองทัพเรือมอบให้กองทัพบกนำไปใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ จำนวน 20 หลัง สามารถรับน้ำหนักได้ 15,000 กิโลกรัม โดยแพดังกล่าวสามารถขนถ่ายสิ่งของต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม หรือ สิ่งของอาหารแห้งที่จะใช้เป็นยานพาหนะ รวมถึงการขนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ออกมาได้ด้วย  ทั้งนี้เบื้องต้นได้ให้ทางกรมการทหารช่างไปศึกษาในรายละเอียดดู โดยเฉพาะการติดเครื่องยนต์อย่างไรให้มีความเหมาะสม ทั้งนี้กองทัพบกนำไปใช้ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ 12 หลัง และ จ.พระนครศรีอยุธยา 8 หลัง อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพจะต้องศึกษาดูว่าแพดังกล่าวได้ใช้ประโยชน์ได้มากน้อยขนาดไหน  ซึ่งดูวิธีการต่อแล้ว หากใช้การได้ผล โอกาสที่จะมีการต่อเพิ่มมีโอกาส แต่จะมีการดัดแปลง ว่าลดน้ำหนักให้น้อยลงเพื่อความคล่องตัวกว่าในปัจจุบัน ก็จะต้องทดสอบตรงนี้ก่อนว่าใช้ได้ดีหรือไม่ แต่อนาคตจะมีการปรับปรุงพัฒนาแน่นอน ใช้งบประมาณไม่สูงและ ประสิทธิภาพคุ้มค่า 
 
          วันเดียวกัน กองทัพเรือ โดยกรมอุทกศาสตร์ เปิดเผยถึงสภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือประจำวันที่ 14 ตุลาคม ว่า   น้ำขึ้น 2 ครั้ง ในเวลา 08.19 น. คาดว่าจะสูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.12 เมตร และในเวลา 19.04 น. คาดว่าจะสูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.05 เมตร  จากปริมาณการระบายน้ำในปัจจุบัน คาดว่าในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงในวันที่ 15-17 ตุลาคม 2554 ระดับน้ำจะสูงกว่าระดับทะเลปานกลางประมาณ 2.10 - 2.15 เมตร และในวันที่ 27 - 31  ตุลาคม 2554 จะสูงกว่าระดับทะเลปานกลางประมาณ  2.25 – 2.30 เมตรสรุปว่าระดับน้ำยังคงต่ำกว่าสันเขื่อนกันน้ำกรุงเทพฯ ซึ่งสันเขื่อนกันน้ำ กรุงเทพฯ สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.50 เมตร