
อ.เอกระดมสมองออกแบบผังเมือง
อ.เอกระดมสมองออกแบบผังเมือง ชนะวิกฤติน้ำท่วม:แต่งร้านให้ได้ล้าน โดย... อ. เอกพงษ์ ตรีตรง www.ideal1group.com
สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันสะท้อนถึงการไม่เตรียมการวางแผนออกแบบเมืองรองรับเอาไว้ล่วงหน้า เมืองไทยเป็นเมืองปะติดปะต่อ ต่างคนต่างทำ ต่างหน่วยงานต่างมีโครงการแต่ไม่ได้นำแผนเมืองแผนโครงการต่างๆ มาบูรณาการให้อยู่ในแผนผังเดียวกัน ไม่เข้าใจวิธีการวางมาสเตอร์แปลนทั้งประเทศ พวกเราไม่เคยเห็นเมืองอนาคตของเราจริงๆ จังๆ เสียที ปล่อยให้เมืองไปตามยถากรรม ไม่มีหน่วยงานใด ยกเครื่องวางแผนประเทศไทยทั้งระบบ อานิสงส์เลยตกอยู่กับประชาชน
แม้กระทั่งวันนี้การออกแบบเมืองล่วงหน้าเอาไว้รองรับปัญหาภัยพิบัติต่างๆ ก็ไม่ได้ทำให้เป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจน สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่อย่างนี้จะต้องเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกไปเรื่อยๆ ผมทำนายเอาไว้เลยว่าต้นปีหน้าน้ำก็จะแล้งอีกสลับไปสลับมาอย่างนี้ตลอด และยิ่งนับวันสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายๆ ด้านจะสลับกันโจมตีโลกตามสภาวะโลกร้อน และจะเพิ่มปริมาณความรุนแรงมากขึ้น ประเทศที่จะ “รอด” จะต้องมีวิสัยทัศน์ ผู้นำต้องสามารถวางแผน “ออกแบบเมือง” เอาไว้ล่วงหน้า และผนวกแผนป้องกันให้อยู่กับโลกนี้อย่างปลอดภัยและมีความสุขที่สุด บางประเทศจัดตั้งหน่วยงานวิจัยเพื่อวิเคราะห์ปัญหาถ้าเกิดกรณีที่กระทบจากสภาวะโลกร้อนในแต่ละเรื่อง บางประเทศวางแผนออกแบบเมืองอนาคตเอาไว้แล้ว 10 ปี 20 ปี บางประเทศมองล้วงหน้าไป 100 ปีไปแล้ว
ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเป็นแผนนามธรรมไม่เห็นรูปร่างรายละเอียด มีแผนเฉพาะหน้าบรรเทาไปปีต่อปีตามสมัยรัฐบาลเท่านั้น และพร้อมจะเปลี่ยนแผนเรื่อยๆ “ผักชีโรยหน้า” และ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” ละเลงภาษีแก้ปัญหาทุกปี แทนที่จะนำงบประมาณเข้าสู่กระบวนการวิจัยทั้งระบบและดำเนินแผน “สร้างเมือง” อย่างมีทิศทางเสียที
สถานการณ์หลังน้ำลดคงต้องได้รับการสะสาง เพราะเป็นความเดือดร้อนสาหัสอย่างรุนแรงของชาติ คงต้องร่วมแรงร่วมใจกันโดยเรื่องของ “เมือง” เจ้าภาพคือผู้บริหารประเทศเท่านั้น ปัดความรับผิดชอบไม่ได้ โยนบาปให้ภัยธรรมชาติก็ไม่ได้ ความรับผิดชอบ คือนักการเมืองเต็มๆ (ชื่อก็บอกว่านักการเมือง)
สถานการณ์อย่างหนึ่งที่กระทบหลังน้ำลด คือราคาวัสดุก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น และวัสดุก่อสร้างบางหมวดจะขาดตลาดเพราะทั้งสาธารณูปโภคที่ชำรุดและบ้านที่ได้รับความเสียหายจะต้องได้รับการปรับปรุงกันขนานใหญ่ ทั้งภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง แต่อยู่ที่ว่า “น้ำจะลดเมื่อไหร่” ไม่เห็นอนาคตกันเลย
วันนี้ผมขอเสนอแนะการออกแบบเมืองทั้งระบบป้องกันน้ำท่วม เพื่อจะได้นำไอเดียเหล่านี้ไปวางแผนอนาคตกันได้บ้าง ดังนี้ครับ
1.การออกแบบผังเมือง วางมาสเตอร์แปลนแห่งอนาคตทั้งประเทศ
ในที่นี้คือการจัดทำแผนสร้างวิธีการระบายน้ำทั้งประเทศ การวางแผนระบบการไหลของน้ำจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ การออกแบบผังแบบบูรณาการอันประกอบด้วยผลกระทบที่เป็นปัจจัยการออกแบบ เช่น ระบบลำธารตามธรรมชาติในประวัติศาสตร์ที่ต้องกลับมาวางระบบท่อเสียใหม่กรณีเมื่อถมไปแล้ว การวางแผนตัดถนนในอนาคตที่ไม่ส่งผลกระทบต่อท่อน้ำ การวางแผนสร้างชุมชนและการกำหนดผังเมืองโซนนิ่ง การวางแผนการซับน้ำตามธรรมชาติ การออกแบบพื้นที่รับน้ำของชุมชน ความเข้าใจในระบบธรณีวิทยาของชุมชนของแผ่นดินทุกผืนในประเทศไทย
การออกแบบท่อส่งน้ำเสมือนระบบ เสมือนเส้นเลือดหลักและเส้นเลือดฝอย การบูรณาการกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมรอบทิศ โดยจัดทำผังและโมเดลจำลองของประเทศกันทั้งระบบและให้การสร้างสาธารณูปโภคทั้งระบบในอนาคต ผนวกอยู่ในแผนเดียวโดยทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันไม่ใช่แค่รัฐบาล คือทั้งเอกชน ฝ่ายค้าน ส.ส. ส.ว. หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบวางแผนออกแบบร่วมมือกันอย่างมีทิศทาง มีคอนเซ็ปต์ แนวคิดวางธีมชัดเจนในแต่ละปี มีการออกแบบระบบงบประมาณที่ชกไม่พลาดเป้า ไม่โทษกันไปมา แต่ร่วมมือกันอย่างมีอารยะ
2.การวางแผน วางระบบเครือข่ายโครงสร้างเส้นเลือด โครงการน้ำทั่วประเทศ
อันประกอบด้วย โครงสร้างการไหลของน้ำตามธรรมชาติ แม่น้ำ ลำคลอง ตลอดจนที่พักที่ซับน้ำตามธรรมชาติ ห้วย หนอง คลอง บึง และทะเลสาบ ที่ต้องได้รับการขุดลอกขนานใหญ่ ในขณะเดียวกัน การออกแบบตำแหน่งที่รับ ที่พักน้ำเหล่านี้ จะต้องทำเพิ่มเติมทุกชุมชน และลึกพอที่จะเก็บน้ำในปริมาณมากได้ก่อนระบายสู่ทางหลัก ในขณะที่มีการออกแบบระบบระบายแบบความเร็วสูง “SPEED” ด้วยท่อสายตรงดิ่งสู่ทะเลที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน และโครงการเหล่านี้สามารถผนวกรวมไปกับการออกแบบถนนหนทางที่จะก่อสร้างในอนาคต พูดง่ายๆ ใต้ดินควรจะต้องพรุนไปด้วยท่อ ซึ่งหลายๆ ประเทศเขาทำเอาไว้ จนแก้ปัญหาได้มากมาย ในขณะที่ระบบคันกั้นน้ำที่ต้องเกิดขึ้นกับสายน้ำหลักทุกจุดโดยไม่มีตามบอดหรือแหว่งไป
3.การออกแบบพื้นที่ริมน้ำให้เกิดประโยชน์ในทุกทาง
อาจจะต้องเวนคืน หรือคืนพื้นที่รุกล้ำ เพราะความจำเป็นของประเทศ ตรงนี้ต้องได้รับการเสียสละจากประชาชนที่รุกล้ำมานานแล้ว ค่อยๆ ทำไปครับ ไม่ใช่จัดการแบบเบ็ดเสร็จทันที อธิบายให้เขาเข้าใจผลกระทบ และมีแผนที่อยู่อาศัยทดแทนแลกเปลี่ยนกัน เพราะบางชุมชนเป็นจุดช่องโหว่ เมื่อน้ำล้นตลิ่งคันกั้นชั่วคราวเอาไม่อยู่ น้ำทะลักเข้าเมือง ฉะนั้นการออกแบบระบบคันกั้นจึงต้องบูรณาการ โดยได้รับความร่วมมือจากทุกส่วน “ความเสียสละ” ก็คือทางออกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากครับ
และนำแต่ละจุดมาออกแบบเขื่อน และบูรณาการให้เป็นสาธารณะ, บำบัดน้ำเสีย, สถานที่นันทนาการ, พื้นที่สีเขียวพักผ่อน, มีหน่วยงานระวังภัย เตือนภัยเป็นจุดๆ ถือโอกาสในช่วงวิกฤตินี้สร้างสรรค์วางแผนอนาคตเพื่อลูกหลานด้วยการออกแบบเมืองทั้งระบบกันเสียที จัดประชุมผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้จริงๆ ทำการวิจัยทั้งระบบ กำหนดแผนเป็นขั้นตอนและร่วมมือกันอย่างไม่ต้องมีคนค้าน จริงใจโปร่งใส
มาถึงตรงนี้ต้องได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์มีความคิดก้าวหน้ามากๆ และเดินหน้าอย่างมีแบบแผนไม่ใช่โพย
ติดตามเบื้องหลังระดมสมองออกแบบผังเมืองผังประเทศชนะวิกฤติน้ำท่วม ร่วมกับลูกศิษย์หลายสถาบันได้ในรายการอยู่สบาย เสาร์นี้ 09.30-11.30 น. ทางเนชั่นแชนแนล
ท่านสามารถเข้าร่วมฟังการสัมมนาพิเศษของ อ.เอก จัดหนัก จัดเต็ม ในกิจกรรม “การออกแบบโรงแรม รีสอร์ทขนาดเล็กแนวใหม่” วันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2554 เวลา 13.00-18.00 น. ณ ห้องจูปิเตอร์ 9-10 อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี สามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่โทร.0-2984-0091-2 หรือ 08-6331-7433



